วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เขย่าโลกและคณะสงฆ์

วัดป่าหลวงตามหาบัว จังหวัดกาญจนบุรี กลายเป็นข่าวที่โด่งดังไปทั่วโลก โครงการสิ่งแวดล้อม และสำนักงานยากับอาชญากรรมของสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ว่าการตรวจพบซากลูกเสือโคร่งเป็นอันมาก รวมถึงหนังเสือโคร่ง เครื่องรางของขลัง และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ในวัดพระพุทธศาสนาของไทย ทำให้ทั่วโลกตกตะลึง เป็นหลักฐานแสดงว่ามีการลอบค้าสัตว์ป่าอย่างมโหฬาร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากบอกคนไทยผ่านโฆษกรัฐบาลว่า เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษามากกว่าความเชื่องมงาย การค้นพบซากลูกเสือและเครื่องรางของขลังจำนวนมาก ไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในวัด ขบวนการทำผิดกฎหมายนี้ ทำให้สังคมได้รับรู้ว่า ความชั่วร้ายยังจะดำเนินต่อไป โดยแอบแฝงอยู่ในสถานที่ที่คนศรัทธา ซึ่งก็คือวัดหรือศาสนสถาน

ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าไปขนย้ายเสือ 137 ตัว จากวัดป่ามหาบัว ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักกันในชื่อ “วัดเสือ” และอาจจะเป็นการขนย้ายสัตว์ป่าครั้งใหญ่ที่สุดของโลก เจ้าหน้าที่ได้ค้นพบซากลูกเสือถึง 70 ซาก รวมทั้งเขากระทิง เขากวางอ่อน ซากหนังเสือโคร่ง เขี้ยวเสือโคร่ง ตะกรุดหางเสือ ซึ่งเป็นเครื่อง รางของขลังเป็นจำนวนพันกว่าชิ้น

การตรวจค้นครั้งนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของวัดเปลี่ยนไปในทันที จาก “วัดป่า” สถานที่ปฏิบัติธรรม เขตอภัยทานที่เลี้ยงดูสัตว์ป่าด้วยเมตตา กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าผิดกฎหมาย เพื่อการพาณิชย์ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งความตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีกับพระภิกษุ 3 รูป ฆราวาสอีก 2 คน แต่ยังไม่พบและไม่ได้ตั้งข้อหาพระสิทธิสารเถระ หรือหลวงตาจันทร์ ผู้เป็นเจ้าอาวาส

เจ้าหน้าที่สงสัยว่าเรื่องนี้อาจเชื่อมโยงถึงเครือข่ายการลักลอบค้าสัตว์ป่าต้องห้ามของโลก กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าเคยตั้งข้อสงสัยมานานหลายทศวรรษ ว่าวัดแห่งนี้อาจเพาะเลี้ยงเสือโคร่งเพื่อการค้า แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะไม่สนใจ หรืออาจเกรงใจเพราะเป็นเรื่องของพระ ข่าวนี้เป็นข่าวอื้อฉาวอีกข่าวหนึ่ง ซึ่งสั่นสะเทือนวงการคณะสงฆ์ ต่อจากข่าวการพยายามจับกุมดำเนินคดีพระธัมมชโย

ทั้งสองกรณีอาจมีมูลเหตุเดียว กัน นั่นก็คือความหย่อนยานในการใช้บังคับกฎหมายของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เนื่องจากไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับวงการพระ ถือว่า “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” เหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือความหย่อนยานและอ่อนแอขององค์กรปกครองคณะสงฆ์ ไม่เข้มงวดกวดขันให้วัดยึดมั่นในพระธรรมวินัย ปล่อยให้แข่งกันด้านการค้าไสยศาสตร์ เพื่อลาภสักการะ

กรณีวัดพระธรรมกายนำไปสู่เสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ แต่ไม่มีใครสนใจอย่างจริงจัง กรณีวัดเสือก็เช่นเดียวกัน แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ แต่ก็คงจะไม่สำเร็จ แม้แต่วงการตำรวจที่มีเสียงเรียกร้องมากกว่า รัฐบาลที่มีอำนาจเด็ดขาดก็วางเฉย ปล่อยให้สภาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สปช.หรือ สปท.วาดฝัน ปฏิรูปประเทศบนแผ่นกระดาษต่อไป.

6 มิ.ย. 2559 10:20 ไทยรัฐ