วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดเส้นทางช้างศึก! สิ้นสุดการรอคอย 9 ปี แชมป์นี้เพื่อพ่อหลวง

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 โดยแชมป์ตกเป็นของ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ที่เอาชนะ จอร์แดน ในนัดชิงชนะเลิศ ไป 2-0 และถือเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในรอบ 9 ปี ปิดฉากภารกิจ "แชมป์นี้เพื่อพ่อหลวง" ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดตามเป้าหมายที่วางเอาไว้...


ก่อนที่การแข่งขันรายการนี้จะเริ่มต้นขึ้น หลายฝ่ายต่างมองว่าไม่ใช่งานง่ายของทีมชาติไทย เลยที่จะคว้าแชมป์ เพราะแต่ละทีมที่เข้ามาร่วมการแข่งขันนั้นล้วนแต่มีศักยภาพสูงแทบทั้งสิ้น แม้บางทีมจะไม่ได้จัดชุดที่ดีที่สุดมาก็ตาม แต่ทุกทีมก็ต้องการคว้าแชมป์รายการอันยิ่งใหญ่นี้ทั้งนั้น

เป้าหมายเดียวของทีมชาติไทยคือ "แชมป์" เท่านั้น เพราะทีมไทยได้แชมป์รายการนี้ครั้งล่าสุดก็ต้องย้อนไปถึงปี 2007 เลยทีเดียว ทำให้ทุกคนตั้งความหวังไว้ค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นตัวนักเตะ,ทีมสตาฟฟ์โค้ช รวมทั้งแฟนบอล ที่อยากเห็นทีมชาติไทย ก้าวขึ้นไปชูถ้วยรายการนี้อีกครั้ง  และในการแข่งขันคิงส์คัพครั้งที่ 44 นี้ ซึ่งเวียนมาบรรจบกับวาระพิเศษ ครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และเนื่องในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ 70 ปี อีกด้วย ทำให้นักเตะไทยต้องการคว้าแชมป์เพื่อร่วมถวายความจงรักภักดีให้กับพ่อหลวงของไทย และพวกเขาก็ทำได้สำเร็จในที่สุด โดยทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีด้วยสกู๊ปเปิดเส้นทางการคว้าแชมป์ คิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ของทีมชาติไทย

เริ่มต้นนัดแรกแบบหืดจับ! รวมพลังฮึดดวลจุดโทษคว่ำซีเรีย ทะลุเข้าชิง!

ประตูขึ้นนำ 1-0 ของ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ในนาทีที่ 20 คลายความกดดันของแข้งช้างศึกไปได้เยอะทีเดียว ซึ่งต้องขอบคุณการเปิดอันสุดยอดของ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ทำได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

จากนั้นช่วงนาทีที่ 28-33 ต้องยกย่องให้กับความยอดเยี่ยมของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมชาติไทย ที่โชว์ฟอร์มมาสเตอร์พีซ เซฟลูกยิงยากๆ ของทาง ซีเรีย ได้ 2 จังหวะติดๆ กัน ทำเอาแฟนบอลใจหายใจคว่ำที่ทีมเกือบเสียประตู

แต่ก่อนหมดครึ่งแรก นาทีที่ 43 สาวกช้างศึกได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อ  "จ่าเย็น" มงคล ทศไกร โหม่งทำประตูให้ทีมชาติไทยขยับหนีเป็น 2-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ 

กลับมาลุยต่อครึ่งหลัง นาที 60 ซีเรีย ได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 จาก มามูด อัลมาวาส ที่ได้ซัดด้วยขวาโล่งๆ ในเขตโทษด้านขวา บอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไป จุดประกายความหวังให้ซีเรียกลับมามีฮึดอีกครั้ง และในนาทีที่ 85 ซีเรีย ที่บู๊แหลกหลังได้ประตูตีไข่แตก ก็มาได้ประตูตีเสมอ 2-2 จากจังหวะเข้ามาชาร์จจ่อๆ ของ อับดูฟาสติ อัลกาสฮา แล้วก็จบ 90 นาทีไปด้วยสกอร์นี้ ทำให้ต้องตัดสินหาทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยการดวลจุดโทษ

ผู้ที่ก้าวขามายิงจุดโทษเป็นคนแรกของทีมชาติไทย คือ "กัปตันอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน กดดันไม่น้อย แต่ก็ยิงเข้าไปตุงตาข่าย  ขณะที่คนแรกของซีเรียก็ยิงเข้าไปเช่นกัน 1-1, คนที่สองของทีมไทยได้แก่ สารัช อยู่เย็น พระเอกเอ็มวีฝีเท้าจัดจ้าน รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด แต่ซีเรียก็ยิงเข้าเหมือนกัน 2-2 แล้ว!, คนที่สามของทีมไทย คือ สรรวัชญ์ เดชมิตร เดินเข้ามาด้วยความมั่นใจ วิ่งซัดด้วยด้วยขวาเน้นๆ แต่บอลเจ้ากรรมดันพุ่งไปจูบคานซะอย่างนั้น ทำเอาเพื่อนๆ ต้องมาปลอบใจกันยกใหญ่ ก่อนที่ซีเรียจะยิงเข้าไป นำไทย 3-2, คนที่สี่ของทีมไทย ได้แก่  "ตั้ม" ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มุ่งหน้าเดินเข้าเขตโทษก่อนจะยิงเข้าไปกลางประตูตุงตาข่าย ทำเอาแฟนบอลขนลุกกันทั้งสนาม  ส่วนคนที่สี่ของซีเรีย ยิงไม่ดี โดน กวินทร์ เซฟไว้ได้ ทำให้สกอร์เท่ากัน 3-3

คนที่ห้าของทีมไทย ได้แก่ "เจ้ากอล์ฟ" อดิศักดิ์ ไกรษร  ยิงเข้าไป พาไทยนำ 4-3 แต่ซีเรียก็ยิงเข้า สกอร์เท่ากัน 4-4, คนที่ 6 ของไทยคือ ธนา ชนะบุตร ปีกความเร็วจัด ยิงจังหวะแรกไม่เข้า แต่ผู้รักษาประตูซีเรียออกมานอกเส้น ทำให้ได้ยิงใหม่ แล้วธนาก็ยิงเข้าไป ส่วนคนต่อมาของซีเรียก็ยิงเข้า เสมอกัน 5-5 แล้ว, คนที่เจ็ดของทีมไทย ทริสตอง โด ซัดเต็มข้อเข้าไปไร้ปัญหา นำ 6-5 แต่ซีเรียก็ยิงเข้า เสมอกัน 6-6, คนที่แปดของทีมไทยคือ มิกา ชูนวลศรี วิ่งมายิงเน้นๆ ไม่พลาด ไทยนำ 7-6 และนาทีสำคัญก็มาถึง หาก เจฮาส อัสบูลา ยิงไม่เข้าไทยจะชนะทันที แล้วเจ้าตัวก็ซัดข้ามคานออกไป ทำเอาแฟนบอลไทยเฮกันลั่น ทีมชาติไทยชนะจุดโทษซีเรีย 7-6 สกอร์รวมกับประตูใน 90 นาที ไทยชนะไป 9-8 เข้ารอบชิงชนะเลิศไปเจอกับ จอร์แดน ที่เอาชนะ สหรัฐเอมิเรตส์ มาในรอบรองชนะเลิศ 3-1

"เกริกฤทธิ์' ท็อปฟอร์ม! ซัดเบิ้ล "ช้างศึก" บด 'จอร์แดน' 2-0 ซิวแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 44

วันที่ 5 มิถุนายน 2559 ณ สนามราชมังคลากีฬา "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ลงสนามนัดชิงชนะเลิศ คิงส์คัพ ครั้งที่ 44 พบกับ จอร์แดน

รูปเกมครึ่งแรกทีมชาติเหนือกว่านิดหน่อย มีโอกาสน่าได้ประตู 2-3 ครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ทำให้จบครึ่งแรก ทีมไทย ยังเสมอ จอร์แดน อยู่ 0-0

กลับมาลุยกันต่อในครึ่งหลัง จอร์แดน ออกสตาร์ตได้หน้ากลัว เปิดเกมรุกบดเข้าใส่ทีมไทย และในนาทีที่ 48 ก็มาได้ฟรีคิกนอกรอบเขตโทษ ยาซิน บาคีต รับหน้าที่ตะบันด้วยเท้าขวา บอลพุ่งจะเสียบเสาแรก แต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายด่านจอมหนึบทีมชาติไทย ชกบอลออกมาได้

จากนั้น นาทีที่ 50 แฟนบอลไทยในสนามและทางบ้านได้เฮกันสุดเสียง เมื่อทีมไทย ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ธีรศิลป์ แดงดา เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากรอบเขตโทษ บอลเลยมาถึง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ยิงจังหวะแรกวืด แต่ก็ซัดอีกทีเข้าไปตุงตาข่าย 

จากนั้นนาทีที่ 60 กองหลังทีมไทยประกบตัวพลาด โดนจอร์แดนทำเกมรุกขึ้นมา ก่อนจ่ายบอลให้ ยาซิน บาคีต แปด้วยขวาในเขตโทษ บอลพุ่งหลุดเสาแรกไปนิดเดียว

นาทีที่ 80 แฟนบอลทีมไทยในสนามได้เฮกันกันลั่นสนามอีกครั้ง เมื่อ "ช้างศึก" ได้ประตูนำห่าง 2-0 อดิศักดิ์ ไกรศร หลุดมาในเขตโทษด้านขวา ก่อนตบเข้ากลาง บอลเลยมาถึง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ยิงเสียบใต้คานเข้าไปอย่างเฉียบขาด

และช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ทำให้สิ้นเสียงนกหวีดยาว 90 นาที ทีมชาติไทย เอาชนะ จอร์แดน ไป 2-0 ทำภารกิจแชมป์นี้เพื่อพ่อหลวงได้สำเร็จ คว้าแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ไปครอง

รายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติไทย ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 44

1. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

2. ทริสตอง สมชาย โด (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

3. ชนาธิป สรงกระสินธ์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

4. ธีรศิลป์ แดงดา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

5. พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

6. อดิศักดิ์ ไกรษร (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

7. ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

8. สารัช อยู่เย็น (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

9. ธีราทร บุญมาทัน (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

10. สุพรรณ ทองสงค์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

11. เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (ชลบุรี เอฟซี)

12. ประกิต ดีพร้อม (ชลบุรี เอฟซี)

13. ชนินทร์ แซเอี่ยะ (ชลบุรี เอฟซี)

14. นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

15. สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (สุพรรณบุรี เอฟซี)

16. ประทุม ชูทอง (สุพรรณบุรี เอฟซี)

17. ศราวุฒิ มาสุข (บางกอกกลาส เอฟซี)

18. บดินทร์ ผาลา (การท่าเรือ เอฟซี)

19. มงคล ทศไกร (อาร์มี ยูไนเต็ด)

20. ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร (อาร์มี ยูไนเต็ด)

21. ธนา ชะนะบุตร (การท่าเรือ เอฟซี)

22. สรรวัชญ์ เดชมิตร (แบงค็อก ยูไนเต็ด)

23. อดิศร พรหมรักษ์ (บีอีซี เทโรศาสน)


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- 'เกริกฤทธิ์' เหมา 2! 'ช้างศึก' เชือดจอร์แดน 2-0 ซิวแชมป์คิงส์คัพ
ประมวลภาพ ฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 'เกริกฤทธิ์' เบิ้ล! ช้างศึก ชนะ จอร์แดน 2-0
'ซิโก้' สุดปลื้ม! นำช้างศึกซิวแชมป์คิงส์คัพ ในรอบ 9 ปี





ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 โดยแชมป์ตกเป็นของ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ที่เอาชนะ จอร์แดน ในนัดชิงชนะเลิศ ไป 2-0 เรามาดูเส้นทางการคว้าแชมป์อันยิ่งใหญ่นี้กันได้เลย... 6 มิ.ย. 2559 04:41 ไทยรัฐ