ชาวโคราช ขอบคุณนายกฯ เทงบ 1,500 ล้าน แก้แล้งซ้ำซาก

ข่าว

    ชาวโคราช ขอบคุณนายกฯ เทงบ 1,500 ล้าน แก้แล้งซ้ำซาก

    ไทยรัฐออนไลน์

      4 มิ.ย. 2559 14:30 น.

      ผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นตัวแทนชาวโคราช ขอบคุณ "บิ๊กตู่" จัดสรรงบ 1,500 ล้านบาท พัฒนาลุ่มน้ำลำเชียงไกร แก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก 6 อำเภอ ขอเกษตรกรอย่าเพิ่งเพาะปลูก น้ำยังมีไม่เพียงพอ วอนลงผลผลิตกลาง ก.ค. เป็นต้นไป

      เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 59 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ช่วงนี้พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด เข้าเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนตามอำเภอต่างๆ โดยเฉพาะอำเภอที่ประสบปัญหาภัยแล้ง พร้อมรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน ซึ่งทุกคนต่างดีใจมากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่มอบนโยบายและตรวจติดตามแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย พร้อมทั้งจะได้อนุมัติงบประมาณให้ จ.นครราชสีมา กว่า 1,500 ล้านบาทนั้น

      นายวิเชียร กล่าวว่า ในนามของพี่น้องชาวนครราชสีมา ขอขอบพระคุณ นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาตรวจราชการเรื่องการบริหารจัดการภัยแล้งและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาถึงปัญหาภัยแล้งของจังหวัด และทราบว่าปัญหาหลักจะอยู่บริเวณลุ่มน้ำลำเชียงไกร เขตพื้นที่ อ.โนนไทย อ.ด่านขุนทด อ.พระทองคำ อ.โนนสูง และ อ.ขามสะแกแสง และ อ.เมืองนครราชสีมา บางส่วน โดยพื้นที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร มีการบริหารจัดการมากว่า 40 ปีแล้ว จนขณะนี้มีความตื้นเขินและยังไม่ได้มีการพัฒนาอย่างจริงจัง

      นายกรัฐมนตรี ได้ตรวจสอบแล้วว่าหากมีการพัฒนาทั้งระบบตั้งแต่ตัวอ่างเก็บน้ำ และน้ำในลำน้ำของลำเชียงไกร ที่ส่งไปยังประชาชน จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งได้ จึงจัดสรรงบประมาณกว่า 1,500 ล้านบาท มาพัฒนาลุ่มน้ำลำเชียงไกร ซึ่งประชาชนรู้สึกขอบคุณอย่างมากที่จะพ้นจากปัญหาภัยแล้ง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในอนาคต

      อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว มีฝนตกครอบคลุมหลายอำเภอ แต่ฝนตกแรงเป็นจุดๆ และตกไม่นาน ฉะนั้นตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ จึงยังไม่มีน้ำเติมอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดยังต้องแจกจ่ายน้ำในปริมาณเดิม จึงฝากไปยังประชาชนว่าจำเป็นจะต้องประหยัดน้ำต่อไป อย่าไปเข้าใจว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนแล้วจะลงผลผลิตได้เต็มที่ เพราะจากการพยากรณ์กรมอุตุฯ ในช่วงปลาย มิ.ย. - ต้น ก.ค. อาจจะมีฝนทิ้งช่วง ซึ่งน้ำที่มีอยู่ยังไม่ได้น้ำเพิ่มขึ้น และยังไม่สามารถจ่ายเพื่อการเกษตรได้ ต้องรอช่วงกลางเดือน ก.ค. หลังจากเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว จึงจะเริ่มเพาะปลูกได้.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13:47 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์