วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เกิดสงครามโลก! มีชัยแจง-ถึงมีเหตุจําเป็น ให้เลื่อนการลงประชามติ สมชัยก็ยืนยันเลื่อนไม่ได้

เกิดสงครามโลก! มีชัยแจง-ถึงมีเหตุจําเป็น ให้เลื่อนการลงประชามติ สมชัยก็ยืนยันเลื่อนไม่ได้

  • Share:

“มีชัย” ฟันธงผู้ตรวจการฯยื่นศาล รธน.ตีความร่าง รธน.ขัด รธน.ชั่วคราว ไม่เป็นเหตุให้ต้องเลื่อนวันลงประชามติ ชี้ความจำเป็นอยู่ที่ กกต. ไม่ใช่เพราะความต้องการอยากเลื่อน หนักใจถ้าตัด ม.61 ทิ้งทั้งวรรคปมบิดเบือนบานทะโร่ ไร้กฎหมายเอาผิด “วิษณุ” ห่วงคนตั้งใจป่วนกับพวกตีความ ก.ม.ไม่แตก สำทับแค่ตัดถ้อยคำปัญหาออกก็จบ ไม่กระทบทั้งฉบับ “สมชัย” ยันเปลี่ยนวันซาวเสียงไม่ได้ ทางเดียวต้องแก้ รธน.ชั่วคราวปลดล็อก “เสรี” แนะรัฐบาลชงร่างแก้ไขหั่นเหี้ยน ม.61 วรรค 2 “ผู้ตรวจการฯ” ปรับคำร้องใหม่ยื่นศาล รธน. 6 มิ.ย. แจงช่วยเปิดทางวิพากษ์ รธน. ไม่ใช่เปิดช่องปลุกระดม “จตุพร” บี้ “บิ๊กตู่” ยืนยันมีประชามติ ดักคออย่าอ้างศาล รธน.สั่งล้มโต๊ะ “วัฒนา” จวกผู้นำอคติขาดวุฒิภาวะขั้นรุนแรง “ประยุทธ์” โต้ไม่ได้อยากอยู่ต่อ สวดนักการเมืองตัวการวุ่นวายหาเรื่องไม่เลิก

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว อาจต้องเลื่อนการทำประชามติออกไป ขณะที่หลายฝ่ายรวมทั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กลับเห็นว่าการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีดังกล่าวยังไม่ใช่เหตุที่จะทำให้เลื่อนวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจากที่กำหนดไว้เดิมได้

“มีชัย” ติวเข้มผู้บริหาร กทม.แจงร่าง รธน.

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 3 มิ.ย.ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. ผู้บริหาร กทม. สมาชิกสภา กทม. หัวหน้าฝ่ายปกครอง หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ทั้ง 50 สำนักงานเขตรวม 250 คนเข้าร่วมสัมมนา โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ” ตอนหนึ่งว่า ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ หากมีความสงสัยต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้กลับมาพลิกเนื้อหาในบทบัญญัติเพื่ออ่านและหากมีผู้ใดบอกว่าเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญไม่ดี ขอให้ถามกลับว่าไม่ดีมาตราใด และเมื่อฟังคำอธิบายขอให้กลับมาตัดสินใจด้วยตนเองว่าไม่ดีตามที่มีคนพูดหรือไม่ ที่ผ่านมามีคนถามว่าจะให้ฉายาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าอย่างไร แต่ตนไม่ขอให้ฉายา มีเพียงความหวังว่าอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และการปฏิรูปในบ้านเมืองทุกๆ ด้านตั้งแต่เกิดจนตาย หมวดปฏิรูปถือเป็นบทบัญญัติที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศได้มากสุด เพราะหากทำได้ตามนั้นเชื่อว่า ประชาชนจะมีความสุข ความยุติธรรมจะเกิดขึ้น

เลื่อนประชามติต้องถึงขั้นสงครามโลก

นายมีชัยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่หลายฝ่ายประเมินว่าอาจต้องเลื่อนออกไป เพราะต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยต่อประเด็นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นให้ตีความมาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จว่า ตนมองว่าอย่าคิดไปไกล เพราะประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่สาหัสแต่อย่างไร ขณะที่คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ต่อเรื่องนี้ มีเพียงว่าหากจำเป็นต้องเลื่อนออกไป ตนมองว่าหากมีความจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรธ.ขออยู่อย่างสงบและเจียมตัวจะดีกว่า การเลื่อนวันลงประชามติต้องมีเหตุจำเป็นและอุปสรรค เช่น เกิดสงครามโลกหรือมีระเบิดนิวเคลียร์ ไม่ใช่เพราะความต้องการอยากเลื่อน อย่างไรก็ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยังไม่ใช่เหตุที่จะทำให้เลื่อนวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจากที่กำหนดไว้เดิมได้

หนักใจตัด ม.61 ก่อปัญหาบิดเบือน

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ยอมรับว่าขณะนี้ประเด็นการบิดเบือนของร่างรัฐธรรมนูญมีอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นสิ่งที่ กรธ.หนักใจ และประเด็นที่ผู้ตรวจฯยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หากให้ตัดคำว่าก้าวร้าว รุนแรง หยาบคายออก มาตรา 61 ยังจะสามารถนำมาใช้ได้ แต่หากให้ตัดทั้งวรรคก็จะมีปัญหาเพราะเป็นเรื่องการบิดเบือน อาจทำให้ไม่มีกฎหมายอะไรใช้บังคับกับผู้ที่มีเจตนาบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญได้ อย่างไรก็ตามประเด็นที่เป็นข้อห่วงใยของ กรธ.ต่อประเด็นดังกล่าว ได้ส่งรายละเอียดให้ กกต.ไปพิจารณาแล้ว นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่กังวลคือ การลงพื้นที่ของ กรธ.ที่ทำได้ไม่ทั่วถึง การเผยแพร่สาระสำคัญของร่างฯในส่วนวิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) ที่ยอมรับว่ายังไม่มีแนวทางให้ไปเผยแพร่สาระสำคัญและเนื้อหาของร่างฯต้องรอให้วิทยากรระดับอำเภอ (ครู ข.) จัดการอบรมครู ค. ก่อนและ กรธ.จะเข้าไปดูเพื่อกำหนดแนวทางกันต่อไป

ยันคำถามพ่วงไม่กระทบเนื้อหาหลัก

ต่อมาเวลา 14.30 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 กล่าวชี้แจงคำถามพ่วงประชามติที่ให้รัฐสภาร่วมกันเลือกนายกฯว่า ที่มาที่ไปที่ต้องมีคำถามพ่วงแบบนี้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลหลายชุดไม่ผลักดันหรือออกกฎหมายลูกให้ครบถ้วน ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงตามหลักการสำคัญๆ แม้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2550 จะถอดบทเรียนดังกล่าวมา แต่ที่สุดประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอย กฎหมายลูกออกไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เราจึงเสนอคำถามพ่วงดังกล่าวให้ประชาชนเลือก เพื่อเป็นกลไกพิเศษชั่วคราวให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องถูกควบคุมตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ยืนยันว่าคำถามพ่วงไม่ขัดกับเนื้อหาของ กรธ. เพราะหากคำถามพ่วงได้รับความเห็นชอบ กรธ.มีหน้าที่ปรับปรุงแก้ในบทเฉพาะกาลเท่านั้น เมื่อพ้นระยะเวลา 5 ปีเป็นอันสิ้นสุด จึงไม่มีอะไรไปกระทบต่อบทหลักแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม สนช.ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่เราคิดเป็นสิ่งที่ถูก เราคิดเพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเท่านั้น ผลออกมาอย่างไรไม่มีใครในประเทศนี้ปฏิเสธเสียงของประชาชนได้

สปท.จ่อเดินสายแจงพรรคการเมือง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 กล่าวว่า ตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป สปท.จะเริ่มเดินสายพบพรรคการเมือง และสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศ รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะอย่างเปิดกว้าง หวังเกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน นำไปสู่ความร่วมมือปฏิรูปประเทศร่วมกัน จึงขอให้ทุกฝ่ายให้เกียรติกันและกัน ลดละเลิกการใส่ร้ายกล่าวหา มาสู่การวิจารณ์อย่างมีเหตุผลมีข้อมูลด้วยท่าทีกัลยาณมิตรตามที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนะมา “ผมไม่เคยลืมที่มา ไม่เคยลืมอาชีพนักการเมือง ทุกวันนี้พยายามช่วยให้การเมืองดีขึ้นด้วยการปฏิรูป ในปี 2556 ผมเคยเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอปฏิรูปพรรค เพื่อให้พัฒนาแข่งขันทางนโยบายและการบริหารกับพรรคเพื่อไทย เมื่อมีการปฏิรูปประเทศก็สมัครมาเป็นสมาชิก สปช.กระทั่งได้รับเลือกเป็นรองประธาน สปท. ก็ไม่รู้ล่วงหน้า แสดงชัดว่าไม่ใช่คนของใคร นายวัชระน่าจะจำได้ว่าสมัยผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เป็นเด็กของใคร จนถูกเรียกว่ารองอิสระ ความเป็นตัวตนของตนไม่เคยเปลี่ยน” นายอลงกรณ์กล่าว

“วิษณุ” ห่วงคนตั้งใจป่วน—อ่าน ก.ม.ไม่แตก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุหากไม่มีมาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐ-ธรรมนูญ อาจทำให้มีการบิดเบือนให้ข้อมูลเท็จได้ว่า อย่าเพิ่งวิตก ไม่มีอะไร หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำว่า ก้าวร้าว รุนแรง และหยาบคาย ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก็นำ 3 คำที่มีปัญหาออกก็จบ ไม่กระทบ พ.ร.บ.ประชามติทั้งฉบับ แต่ตนเห็นด้วยที่เป็นห่วงเรื่องการบิดเบือน ที่มีทั้งตั้งใจบิดเบือนจริง หรือการอ่านร่างรัฐธรรมนูญแล้วตีความไม่ได้ เข้าใจผิด วันหนึ่งอาจนำไปสู่การบิดเบือนได้ ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ถึงมือประชาชน มองว่าเป็นเรื่องจริง แต่ถึงเวลาอาจจะทัน แต่ถ้ายังไม่ถึงมือประชาชน ไปอ่านเนื้อหาที่เว็บไซต์ของ กรธ.ได้

“เสรี” ชงทางลัด รบ.ตัดทิ้ง ม.61 วรรค 2

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้วินิจฉัยหรือไม่ และผลจะออกมาเป็นอย่างไร ตามหลักการคงไม่ถูกชี้ให้เสียทั้งฉบับ เพราะคำร้องมุ่งไปที่วรรคสองของมาตรา 61 เท่านั้น หากผลออกมาเป็นอย่างนี้การทำประชามติเดินต่อไปได้ ให้ สนช.แก้ไขถ้อยคำให้ชัดเจนมากขึ้น หากเจตนารมณ์ของรัฐบาลไม่ต้องการให้มีการปลุกปั่นก่อนการทำประชามติ แต่หากทบทวนแล้วเห็นว่าน่าจะเปิดกว้างให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น เพื่อลดแรงกดดัน ก็งดเว้นบังคับใช้มาตรานี้ไป ทำได้ทันที ตอนนี้โดยรัฐบาลและ สนช. ในฐานะผู้มีอำนาจด้านกฎหมาย นำเสนอร่างแก้ไขตัดวรรคสองของมาตรา 61 ที่เป็นปัญหาทิ้งไป เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชน มีเสรีภาพแสดงความเห็นมากขึ้น ศาลจะได้ไม่ต้องวินิจฉัย เนื่องจากประเด็นตามคำร้องถูกแก้ไขแล้ว

“สมชัย” บอกเลื่อนไม่ได้นอกจากแก้ รธน.

ที่กระทรวงแรงงาน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ระบุว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 วรรคสอง ขัด รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 อาจทำให้ต้องเลื่อนวันออกเสียงประชามติ 7 ส.ค.ว่า การแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติฯเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้เลื่อนวันออกเสียงประชามติได้ ทำได้อย่างเดียวคือต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 และตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กำหนดให้ทำประชามติภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ กรธ.ส่งสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้ กกต. ในวันออกเสียงที่ 7 ส.ค. จะอยู่ในช่วงวันที่ 116 วัน จะเลื่อนไปแม้สัปดาห์เดียวก็ไม่ได้ ส่วนข้อสงสัยว่านายพรเพชรได้รับสัญญาณอะไรมาหรือไม่นั้นไม่ทราบ กกต.ยืนยันว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตราดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราว จะไม่กระทบต่อกระบวนการออกเสียงประชามติ

สนช.เชื่อครู ก.ส่งข้อมูลคลาดเคลื่อน

พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการดำเนินการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ประเด็นที่สมควรให้ กกต.จัดให้มีออกเสียงประชามติเพิ่มเติมในกลุ่มจังหวัดลพบุรี กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุว่าอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลการกระทำที่มีการบิดเบือนข้อมูลร่างรัฐธรรมนูญเพื่อส่งไปยัง กกต.เป็นคำที่น่ากลัว ไม่น่าจะใช่การบิดเบือน แต่เป็นความคลาดเคลื่อนของการถ่ายทอดจากครู ก.ไปยังครู ข.ไม่ครบถ้วน เพราะ กรธ.มีคนน้อยต่อการดูแลได้อย่างทั่วถึง เมื่อเทียบกับ สนช.ที่มี 200 คน กระจายไปได้ทั้งประเทศ จึงเชื่อว่าการอบรมครู ข.ไปยังครู ค.อาจเกิดปัญหาข้อมูลคลาดเคลื่อนได้อีก ส่วนกระแสการเลื่อนวันประชามติเป็นการใช้สิทธิตามปกติในระบอบประชาธิปไตย และไม่กังวลว่าจะกระทบต่อวันจัดทำประชามติ หากเป็นปัญหาเล็กน้อยแก้ไขได้ทัน แต่หากไม่ทันก็เลื่อนวันประชามติออกไป แต่ยังมีการทำประชามติตามที่นายกฯย้ำมาตลอด

ผู้ตรวจการฯส่งศาล รธน. 6 มิ.ย.

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งมาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราวหรือไม่ ว่า จากเดิมที่จะส่งภายในสัปดาห์นี้คงไม่ทันแล้ว เพราะเมื่อผู้ตรวจการฯมานั่งพิจารณาและระดมความเห็นร่วมกันเห็นว่ายังต้องปรับแก้ถ้อยคำและต้องร้อยเรียงข้อกฎหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนตามหลักการที่เราต้องการนำเสนอ ให้อ่านแล้วเข้าใจเนื้อหาที่เราจะสื่อทันที จึงขอตรวจดูเพื่อให้รอบคอบก่อน คาดว่าน่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ภายในวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย.

ถึงขัด รธน.ไม่ทำซาวเสียงหยุดชะงัก

นายรักษเกชากล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าอาจทำให้กระทบการทำประชามตินั้น ผู้ตรวจการฯเองเห็นว่าแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำประชามติ ถึงขนาดที่ทำให้การทำประชามติต้องเลื่อนหรือหยุดชะงัก เพียงแต่วรรคสองของมาตรา 61 ไม่สามารถบังคับใช้ได้ เปิดทางให้ประชาชนมั่นใจในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่เป็นการเปิดช่องให้บิดเบือนหรือปลุกระดมข่มขู่ เพราะยังมีกฎหมายอื่นรองรับและเอาผิดได้

“ปึ้ง” ทวงคำขอโทษ หาคนรับผิดชอบ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญตีความว่ามาตรา 61 วรรคสอง ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก่อนอื่นต้องมีคนรับผิดชอบต่อความบกพร่อง คือ รัฐบาล กกต. และ สนช. ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องแสดงสปิริตด้วยการลาออก หรือต้องถูกฝ่ายค้านอภิปรายถล่มเละในสภาฯแล้ว แต่โชคดีที่รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งคงไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดชัดเจนดีว่าถ้าศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประชามติขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้วทำประชามติไม่ทัน ต้องเลื่อนกันออกไปถือว่าถูกต้อง เพราะคงไม่มีวิธีอื่นใดอีกแล้ว แต่น่าเสียดายที่นายกฯไม่ได้พูดว่าใครผู้ใดควรต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ อยากได้ยินคำขอโทษออกมาจากปากนายกฯ ประธาน สนช.และ กกต.หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

“จตุพร” บี้ “บิ๊กตู่” ยืนยันมีประชามติ

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกลผ่านทางยูทูบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ควรขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.ประชามติว่า ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 หรือไม่ หากล่าช้าจะมีผลกระทบต่อการทำประชามติ วันที่ 7 ส.ค. นอกจากนี้ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าจะมีประชามติหรือไม่ และขอให้ศาลพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันหรือเร็วที่สุด ไม่ควรลากไปถึง ก.ค. เพราะการชี้ขาดก่อนจะช่วยประหยัดงบประมาณ กกต.ในการรณรงค์และประชาชนที่ตั้งใจไปใช้สิทธิ จะไม่เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ ทั้งนี้เคยประเมินว่าจะไม่มีการทำประชามติด้วยสาเหตุ 2 ปัจจัย คือ พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจมาตรา 44 ยกเลิก และการให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณี พ.ร.บ.ประชามติขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว ตนเชื่อปัจจัยนี้มากที่สุดว่าเป็นไปได้ เพราะ คสช.หรือ พล.อ.ประยุทธ์นำไปเป็นข้ออ้างได้ว่า ไม่ได้ล้มประชามติ แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งให้ล้ม

“วัฒนา” ซัด “บิ๊กตู่” ควรรู้มารยาท

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “นายกรัฐมนตรีที่ขาดวุฒิภาวะ” ว่านายกฯชอบกล่าวว่าตัวเองไม่ใช่นักการเมืองและไม่เคยเอาเงินไปสร้างประโยชน์ให้ตนเอง เป็นการพูดแบบเอาดีเข้าตัวทำนองว่านักการเมืองที่มาจากประชาชนแสวงหาประโยชน์ จะทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด เพราะนายกฯคือตำแหน่งทางการเมืองที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร หากจะพูดให้ถูกต้องคือเป็นนักการเมืองที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะได้ตำแหน่งมาจากการยึดอำนาจ นอกจากนี้ ยังพาดพิงมายังคดีรับจำนำข้าวว่า หากไม่ต้องฟ้องศาลจะใช้มาตรา 44 สั่งจำคุกให้หมด เป็นการชี้นำว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด จึงเป็นการพูดที่มีอคติและขาดความรับผิดชอบ ประกอบกับคดีนี้ศาลมีคำสั่งห้ามการนำเสนอข่าวที่มีลักษณะชี้นำ นายกฯจึงควรเรียนรู้และรักษามารยาทเรื่องนี้โดยเคร่งครัด

อัดขาดวุฒิภาวะอย่างแรง

นายวัฒนาระบุว่า การแสดงออกของนายกฯในหลายโอกาส ไม่เพียงแสดงการขาดองค์ความรู้ในด้านการบริหารเท่านั้น ยังประกอบด้วยอคติและขาดวุฒิภาวะอย่างรุนแรง ที่สำคัญไม่เข้าใจวิธีการแบบอารยะ เช่น การอดอาหารประท้วง ต่อสู้แบบอหิงสา แต่นายกฯกลับให้สัมภาษณ์ทำนองว่าเป็นความผิดของผู้อดอาหาร และจะใช้วิธีบังคับให้รับประทานด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ที่น่าตกใจคือเป็นคนเดียวกันกับผู้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติให้ประเทศไทยต้องเดินตามอีก 20 ปี ใครชอบแนวทางนี้ก็เชิญตามสะดวก สำหรับตนขอไปกรวดน้ำคว่ำขันในวันที่ 7 ส.ค. “ผมไม่รับร่างรัฐธรรมนูญครับ”

นายกฯชวนทำดีถวาย 2 ล้นเกล้าฯ

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า ปีนี้ถือเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทย คือเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ 70 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.59 ถึง 9 มิ.ย.60 ขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ร่วมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติ มีการประดับธงตราสัญลักษณ์อย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ อีกงานก็คืองานครบรอบพระชนพรรษา 84 พรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็อยากให้ทุกคนร่วมกันทำความดีเป็น 2 เท่าให้กับประเทศ ให้กับตัวเองด้วย

ฮึ่มพวกพาดพิงพฤติกรรมเลวร้าย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า วันนี้ไม่เห็นใครบ่นมากมายเท่ากับนักการเมืองเลย มีนักการเมืองเท่านั้นที่วุ่นวายทุกวันนี้ แล้วบอกว่าจะปรองดอง บอกให้นิรโทษกรรมยกโทษ ทั้งคนต่างประเทศ คนในประเทศอ้างไปหมด ถ้าจะสงบทุกคนต้องหยุดกันบ้าง ถ้าท่านไม่ให้ร้ายตน ตนก็ไม่ตอบโต้กับท่าน ถ้าท่านไม่มาขัดแย้งกฎหมาย กฎหมายก็ทำอะไรกับท่านไม่ได้ ถ้าท่านอยากจะกลับบ้าน ก็มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็กลับบ้านได้กลับมาสู้คดี บางคนสู้กัน 10 ปี จนตายยังไม่เห็นเข้าคุกเลย คดีมันมีอายุความ แต่นี่ไม่ยอมสักอย่าง แล้ววันนี้ก็ดึงอะไรมาพาดพิงเยอะแยะไปหมด ถ้าทุกคนรู้อย่างที่ตนรู้จะหนาวอีกเหมือนกัน ตนอดทนทุกอย่าง แรงไปก็ไม่ได้ ทั้งที่เลวร้ายน่ากลัว ที่เขาทำกันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าพูดมากๆประเทศก็ไม่ปลอดภัย ประเทศต้องมีคนเชื่อมั่น แต่คนเหล่านี้สนใจไหม พูดทุกวันแบบนี้แล้วก็จะมาเป็นรัฐบาลกันอีกหรือ พวกนี้ตนว่าไม่ไหว ประชาชนคิดเอาแล้วกัน ตนไม่อยากอยู่ต่อ ถ้ามีคนดีๆมารับช่วงต่อตนก็พอใจ

สวดนักการเมืองหาเรื่องไม่เลิก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องของการเคลื่อนไหวของนักโทษการเมือง กลุ่มนักศึกษา กลุ่มการเมืองที่อาจจะออกมาแล้วก็สร้างบรรยากาศ แล้วผิดกฎหมายไหม ก็เอากฎหมายมาว่ากัน ถ้าผิดแล้วก็ทำให้เกิดความไม่สงบวุ่นวายก็ต้องใช้กฎหมาย ถ้าทุกคนอยากให้สงบก็อย่าไปยุ่งกับเขามากนัก การเมืองไม่ใช่จะเป็นจะตายวันนี้หรอก เอาการบ้านมาดูก่อน การบ้านคือการกินการอยู่เศรษฐกิจ อยากจะฝากไว้ด้วยว่าอย่าไปขยายความให้เขามากนัก การเมืองวันนี้ก็คือแบบนี้ ที่เราต้องทำกันอยู่วันนี้ คือทำยังไงให้ปรับโครงสร้างให้ได้ ทำปฏิรูปให้ได้ ในขณะเดียวกัน การเมืองก็ต้องนิ่ง ถ้าทุกคนยังเคลื่อนไหวต่อต้านกันหมด จะไปทำอะไรได้ ถ้าทุกคนต่อต้านก็ไปรับผิดชอบเอง เกิดอะไรขึ้นก็เกิด ด้วยกัน ตนขอแค่นี้เอง เรียกมาคุยก็ไม่ได้ ขอให้เลิกก็ไม่เลิก แล้วบอกว่าตนบังคับเขา “ผมเรียกมาคุยนะ เรียกไปในค่ายก็คุย วันนี้เรียกมาข้างนอกก็หาเรื่องอีก ก็เหมือนเดิมแหละ อะไรทำนองนี้ เชิญเสด็จมาแล้วกัน”

ฝากขัง 8 มือโพสต์คดีผิด ม.112

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เดินทางมายื่นคำร้องขอฝากขังผัดสี่ 8 ผู้ต้องหาในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ประกอบด้วย น.ส.ณัฏฐิกา วรธัยวิชญ์ นายนพเก้า คงสุวรรณ นายวรวิทย์ ศักดิ์สมุทรนันท์ นายโยธิน มั่งคั่งสง่า นายธนวรรธน์ บูรณศิริ นายศุภชัย สายบุตร นายหฤษฏ์ มหาทน และนายกัณสิทธิ์ ตั้งบุญธินา ต่ออีก 12 วัน ก่อนหน้านี้ศาลทหารฯอนุญาตให้ทั้ง 8 คนประกันตัว และต้องมารายงานตัวต่อศาลทหารทุกครั้งเมื่อครบกำหนดฝากขัง แต่ น.ส.ณัฏฐิกาและนายหฤษฏ์นั้น มีฐานความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพิ่มอีก 1 ข้อหา พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ จึงนำตัวมารับฟังคำสั่งศาลทหารฯด้วย รวมทั้งพนักงานสอบสวนฯได้ยื่นคำร้องขอฝากขังทั้งสองคนในคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วยในคราวเดียวกันต่อเป็นผัดที่สาม นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามยังได้นำตัวนายบุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหาความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาฝากขังผัดที่สี่ เนื่องจากจะครบฝากขังในวันที่ 4 มิ.ย. แต่เป็นวันหยุดราชการ เจ้าหน้าที่จึงต้องนำตัวมาฝากขังในวันที่ 3 มิ.ย.

ญาติถวายฎีกาขอพึ่งพระบารมี

เวลา 09.05 น. ที่สำนักราชเลขาธิการ ณ พระบรมมหาราชวัง (วัดพระแก้ว) นายกฤช มหาทน บิดาของนายหฤษฏ์ มหาทน พร้อมด้วยนางอาภรณ์ วรธันยวิชญ์ มารดาของ น.ส.ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์ และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของแอดมินเพจ “เรารักนายกประยุทธ์” ผู้ต้องหาในคดีอาญา มาตรา 112 และถูกคุมขัง โดยคำสั่งศาลทหารกรุงเทพ เดินทางเข้าถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระบารมีให้นายหฤษฏ์และ น.ส.ณัฏฐิกาได้ประกันตัว โดยจะนำสำเนายื่นต่อศาลทหารกรุงเทพ พร้อมใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 5 แสนบาท ขอพิจารณาประกันตัว จากนั้นทั้งหมดจึงกลับไปที่ศาลทหารกรุงเทพอีกครั้ง

คอตกศาลทหารไม่ให้ประกันตัว

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของแอดมินเพจ “เรารักนายกประยุทธ์” กล่าวว่า ศาลทหารกรุงเทพพิจารณาคำร้องขอประกันตัว น.ส.ณัฏฐิกา วรธัยวิชญ์ และนายหฤษฏ์ มหาทน แล้วโดยได้ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหามาตรา 112 โดยให้เหตุผลว่าขณะยื่นคำร้องพนักงานสอบสวนไม่อยู่และติดต่อไม่ได้ แต่พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาไว้ ตามคำร้องขอฝากขัง ศาลได้นำมาประกอบการพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ซึ่งจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหาย จึงไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงดุลพินิจเดิม ให้ยกคำร้องจึงอนุญาตให้ฝากขังต่อ รวมถึงคดี 8 ผู้ต้องหาในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และคดีของนายบุรินทร์ อินติน ที่ศาลทหารอนุญาตให้ฝากขังต่อเป็นผัดที่สี่ด้วย

“วัชระ” จี้รัฐขยับคลี่คดี “ร่มเกล้า”

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่านายกิตติศักดิ์ ศรี-สุนทร หรือแจ๊ค การ์ด นปช.ใส่ชุดขาวเข้าไปในวัดพระธรรมกายว่า นายกิตติศักดิ์ยอมรับเองว่าในเหตุการณ์เดือน เม.ย. 53 เป็นคนหนึ่งที่ร่วมยึดอาวุธสงครามของทหารแล้วนำไปให้แกนนำ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบกขณะนั้นยืนยันกับกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรว่า กลุ่ม นปช.ยึดอาวุธปืนทาร์โว่ 25 กระบอก ปืนเอ็ม 16 อีก 4 กระบอก ปืนลูกซอง 49 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก แต่ได้กลับคืนเพียงปืนเอ็ม 16 กระบอกเดียวเท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.รีบคืนอาวุธปืนสงครามที่กลุ่มนปช.ยึดไปให้ทางราชการโดยด่วน เพื่อแสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจ และขอให้รัฐบาลเร่งคลี่คลายคดี พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่ถูกชายชุดดำใช้อาวุธสงครามยิงเสียชีวิต หากในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สามารถจัดการคดีนี้ได้ อย่าหวังว่ารัฐบาลใดจะทำได้ เพราะคนสั่งการลอยนวลไปไกลแล้ว

“ปู” มอบทุนเรียนเด็กพิเศษมีนบุรี

ด้านความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันเดียวกัน ที่ศูนย์การเรียนรู้เด็กพิเศษมีนบุรี มูลนิธิกู้ภัยร่มไทร น.ส. ยิ่งลักษณ์ พร้อมอดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ น.ส. ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ และนางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ก.เขตคันนายาว ร่วมแจกทุนการศึกษาและเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กพิเศษและเด็กพิการ จำนวน 37 คน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เด็กๆ และผู้ปกครองต่างดีใจ พร้อมขอบคุณอดีตนายกฯและคณะ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและเป็นขวัญกำลังใจในการเลี้ยงดูบุตรหลานที่พิการให้ช่วยเหลือตัวเองและดำรงชีวิตในสังคมได้

สนช.เห็นชอบตั้งกระทรวงดิจิทัล

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) ที่ ครม.เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ ในร่าง พ.ร.บ.กำหนดให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน ส่งเสริม พัฒนา และดำเนิน กิจการเกี่ยวกับดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงดังกล่าว มีส่วนราชการประกอบด้วย สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ทั้งนี้หลังจากสมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่แสดงความเห็นสนับสนุนแล้ว ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ 122 เสียง เห็นชอบให้เพื่อตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

“วิษณุ” ลั่นโผ ตร.โกลาหลครั้งสุดท้าย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการโยกย้ายนายตำรวจในขณะนี้ว่า การปฏิรูปตำรวจขอให้ค่อยๆ ดำเนินการ แต่ต้องเสร็จภายใน 1 ปี หลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้ ส่วนปัญหาการโยกย้ายขณะนี้ดำเนินการเสร็จแล้ว แต่ยังมีความผิดพลาดอยู่น่าเป็นห่วง เพราะจะกระทบกับการโยกย้ายฤดูใหม่ นายกฯสั่งให้ดำเนินการให้เสร็จภายในสิ้นเดือน มิ.ย. หากไม่เสร็จก็ต้องยืดเวลาให้ ขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ยังมีอยู่จะดูแลการโยกย้ายระดับชั้นนายพล แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการโยกย้ายต่ำกว่าชั้นนายพล เป็นชั้นสัญญาบัตร ยศตั้งแต่ พ.ต.อ.ลงมา อย่างไรก็ตาม เรื่องการโยกย้ายเดิมทีฝ่ายกำลังพลดูทั้งหมด โดยแต่ละกองบัญชาการจะพิจารณา เอง แต่วันนี้มีปัญหาเรื่องกองบัญชาการ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการจัดข้ามกองบัญชาการ ซึ่งคำสั่ง คสช.ระบุให้ส่วนกลางทำ ตรงนี้จึงเกิดปัญหาวุ่นวายขึ้นมา ต่อไปจะไม่เกิดปัญหาเรื่องเช่นนี้แล้ว เพราะ คสช.มีคำสั่งให้ทำหนนี้ หนเดียวเท่านั้น

นายกฯบินโชว์วิสัยทัศน์ความมั่นคง

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางไปเป็นองค์ปาฐกถาในการ ประชุม แชงกรีลา ไดอะล็อก เอเชีย ซีเคียวริตี้ ซัมมิท 2559 ครั้งที่ 15 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ตามคำเชิญของนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกฯฝ่าย ความมั่นคง และ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ด้วย โดยนายกฯมีสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด ทั้งนี้ นายกฯมีกำหนดขึ้นกล่าวปาฐกถาแสดงวิสัยทัศน์ด้านความมั่นคงในเวลา 20.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจนายกฯจะเดินทางกลับมา ถึงประเทศไทยในเวลา 00.20 น.

จิบน้ำชาจับเข่าคุย“ลีเซียนลุง”

เมื่อเวลา 17.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสิงคโปร์ นายลี เซียน ลุง นายกฯ สิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงน้ำชาเพื่อเป็นเกียรติแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและนายวิเวียน บาลากริชนัน รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ นายมาลิกี ออสมาน รมต.อาวุโสแห่งรัฐด้านการต่างประเทศและกลาโหม เข้าร่วมด้วย โดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ขอบคุณที่เชิญเป็นองค์ปาฐกในการประชุมความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยเปรียบความมั่นคงเหมือนเหรียญสองด้านคือด้านการทหารและการพัฒนาที่ต้องสอดคล้องและเกื้อหนุนกัน การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ความเห็นพ้องกับประชาคมโลกในการต่อต้านการก่อการร้ายและแนวคิดสุดโต่ง ทั้งนี้นายกฯสิงคโปร์พร้อมสนับสนุนไทยในทุกมิติ

ย้ำ รบ.บังคับใช้กฎหมายไม่ละเมิดสิทธิ

ต่อมาเวลา 20.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่โรงแรมแชงกรี-ลา สิงคโปร์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถา (Keynote Address) ในการประชุมว่าด้วยความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย แชงกรีลา ไดอะล็อก เอเชีย ซีเคียวริตี้ ซัมมิท 2559 ครั้งที่ 15 โดยกล่าวย้ำว่า แนวทางความร่วมมือในภูมิภาคต้องแก้ปัญหาด้วยดุลยภาพใหม่ที่เกื้อกูลกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องแข็งแกร่งไปด้วยกัน “Stronger Together” ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงที่สลับซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น ทั้งจากภัยคุกคามดั้งเดิม และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทุกประเทศต้องพึ่งพาอาศัยกันมากขึ้น อาเซียนจำเป็นต้องเป็นแกนกลางที่สำคัญในการแก้ปัญหา เพื่อนำทุกประเทศในภูมิภาคและโลกเดินไปสู่เสถียรภาพอย่างยั่งยืน ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย สิ่งที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการอยู่คือ การรักษาความสงบเรียบร้อย การพยายามแก้ปัญหาการเมืองเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยและสร้างความปรองดองของคนในชาติ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนไทยและต่างชาติ ขอให้สังคมโลกเข้าใจว่าไทยไม่ได้ต้องการให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน แต่เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและการจัดระเบียบสังคมเกิดผล การบังคับใช้กฎหมายจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้