วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตาจันทร์ เผ่นหนีจากวัด กบดาน!

ก่อนโดนบุกค้น เตรียมดำเนินคดีพร้อมคนมูลนิธิ

เจอแล้ว “สายฟ้า-น่านฟ้า” เสือโคร่งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สุดรักสุดหวงของ “หลวงตาจันทร์” พบแอบซ่อนอยู่ภายในอุโมงค์ลานแสดงเสือ ขณะที่การขนย้ายเสือใกล้เสร็จสิ้นเหลืออีกแค่ 11 ตัวเท่านั้น เผยเตรียมเอาผิดเจ้าอาวาสกับกรรมการมูลนิธิฯด้วย ด้านพระลูกวัดเผยสมภารคนดังเผ่นออกจากวัดก่อนโดนบุกค้น อ้างมีลูกศิษย์ขับเก๋งมารับไปกรุงเทพฯ แต่ไม่รู้ไปอยู่ไหนเพราะติดต่อไม่ได้ ผกก.สภ.ไทรโยค เชื่อหลวงตาจันทร์ยังกบดานอยู่ในเมืองไทย

ยิ่งค้นยิ่งเจอ หลังจากเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำกำลังเข้าขนย้ายเสือโคร่งของกลาง 137 ตัว ที่ฝากเลี้ยงไว้ชั่วคราวภายในวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5 บ้านพุไม้แดง ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อนำไปดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ขณะเดียวกัน ได้เข้าตรวจค้นกรงเสือเก่า ปรากฏว่าพบซากลูกเสือกว่า 40 ตัว และสัตว์ป่าอื่นๆแช่ไว้ในตู้เย็น และดองไว้ในโหล นอกจากนี้ยังจับกุมเจ้าหน้าที่ของวัด 2 คน และพระ 1 รูป ขณะขับรถยนต์ออกจากวัด ค้นรถพบตะกรุดหนังเสือกว่า 1 พันดอก หนังเสือ 2 ผืนใหญ่ เขี้ยวเสือ และเครื่องรางของขลังอีกจำนวนหนึ่ง คาดว่าอาจมีส่วนพัวพันกับขบวนการค้าซากสัตว์ป่า

ความคืบหน้าการขนย้ายเสือโคร่งของกลางที่วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. คณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบเสือโคร่งอีก 2 ตัว หลบอยู่ในช่องอุโมงค์ภายในลานแสดงเสือ ซึ่งเสือโคร่งทั้ง 2 ตัว เป็นเสือที่พระสุทธิสารเถร (ภูสิต ขันติธร) หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตา บัวฯรักมาก เป็นเสือพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ตัวผู้ชื่อ สายฟ้า อายุ 17 ปี และตัวเมียชื่อ น่านฟ้า อายุ 15 ปี การจับเสือทั้ง 2 ตัว คณะเจ้าหน้าที่ได้ประสาน น.สพ. มาโนชญ์ ยินดี ผอ.รพ.ปศุสัตว์และสัตว์ป่าปศุปาลัน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี พร้อมทีมงานมาให้ความช่วยเหลือวางยาสลบ แล้วนำขึ้นรถยนต์ไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

ขณะเดียวกัน นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน จ.กาญจนบุรี เข้าร่วมตรวจค้นรถตู้ยี่ห้อเบนซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน ฮค 6868 กรุงเทพมหานคร ของหลวงตาจันทร์ ที่จอดอยู่ภายในอาคารหอฉันน้ำปานะ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พบเพียงเต็นท์ เขี้ยวเสือทำจากเรซิ่น และล็อกเกตจำนวนหนึ่ง จากนั้นเข้าตรวจค้นภายในกุฏิของหลวงตาจันทร์ พบไม้เท้าประดับด้วยเขี้ยวเสือ 1 อัน และฮาร์ดดิสก์ของกล้องวงจรปิด 1 เครื่อง จึงยึดไปตรวจสอบ โดยมีพระละม่อม วันทิยา พระลูกวัด เป็นผู้เซ็นหนังสือรับทราบ

พระละม่อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า พระสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัวฯ ออกจากวัดไปตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา มีลูกศิษย์ชื่อบุญลือ เป็นคนในพื้นที่ขับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มารับไป ทราบเพียงว่าจะไปกรุงเทพฯ แต่ไม่ทราบว่าไปที่ใด และหลังจากหลวงตาจันทร์ออกไปจากวัดก็ไม่ได้โทร.ประสานมาอีกเลย อาตมาก็ติดต่อหลวงพ่อไม่ได้ เนื่องจากไม่เคยมีเบอร์มือถือหลวงพ่อ สำหรับซากหนังเสือโคร่งและของกลางอื่นๆที่ถูกเจ้าหน้าที่ยึดได้ภายในรถตู้ อาตมาและพระรูปอื่นเป็นผู้ขนออกมาจากกุฏิของหลวงพ่อ ซึ่งก็รู้ว่าเป็นของผิดกฎหมาย เมื่อสื่อมวลชนสอบถามเกี่ยวกับจุดหมายที่หลวงตาจันทร์จะไป รวมทั้งรถยนต์ที่ใช้เดินทางหมายเลขทะเบียนอะไร รวมทั้ง สอบถามเกี่ยวกับซากลูกเสือที่ดองไว้ในขวดโหล และที่มาที่ไปของเครื่องรางที่เป็นตะกรุดหางเสือ พระละม่อมปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่ทราบ เพราะเพิ่งมาอยู่ ที่วัดนี้ได้ไม่นาน

พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขำ ผกก.สภ.ไทรโยค กล่าวว่า ขณะนี้คณะเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน 4 ข้อหา คือ การครอบครองนกเงือก การครอบครองหมีขอ การครอบครองซากสัตว์ป่า และการครอบครองไม้เถื่อน ตำรวจจะต้องรอสอบปากคำผู้กล่าวหาก่อน จากนั้นจะเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนหาข้อเท็จจริง สำหรับผู้ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นฆราวาส 2 คน และพระสงฆ์ 3 รูป หลังสอบสวนแล้วเสร็จได้ให้ประกันตัวออกไปแล้ว ส่วนข้อกล่าวหาทั้งหมดจะไปถึงหลวงตาจันทร์หรือไม่ อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวน และเชื่อว่าขณะนี้พระสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์คงยังอยู่ในประเทศไทย

นายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความมูลนิธิวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพียงสั้นๆว่า ตอนนี้ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะที่ผ่านมาเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว สิ่งที่ตนเป็นห่วงที่สุดคือ คนงานกว่า 100 คนที่ต้องมาตกงาน ทำให้ขาดรายได้ไปเลี้ยงดูครอบครัว บางคนยังต้องหาเงินส่งลูกเรียนหนังสือ รวมทั้งต้องผ่อนรถผ่อนบ้านอีก ตนได้แต่สงสาร แต่คงช่วยเหลืออะไร ไม่ได้ อยากฝากให้กรมอุทยานฯเข้าไปช่วยเหลือจุนเจือคนงานที่ต้องมาตกงานด้วยเท่านั้นเอง

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯแถลงข่าวเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานว่า มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว และจะแจ้งความเพิ่มอีก เพื่อเอาผิดกับเจ้าอาวาสและคณะกรรมการมูลนิธิฯ นอกจากนี้ ยังได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบที่ดินที่มีอยู่เกือบ 2,000 ไร่ ว่าได้มีการครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ สำหรับเรื่องการขนย้ายเสือ ขณะนี้ต้องนำไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน เนื่องจากที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง สามารถรองรับเสือโคร่งได้เพียง 81 ตัวเท่านั้น แต่ตอนนี้เต็มหมดแล้ว ส่วนหมีขอ วัวแดง และนกเงือก ได้นำไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี

นายอดิศรยังกล่าวถึงกรณีที่กรมอุทยานฯ อนุญาตให้บริษัทไทเกอร์เทมเพิล จำกัด หรือวัดป่าหลวงตาบัวฯตั้งสวนสัตว์สาธารณะเอกชนว่า ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการกับสวนสัตว์ เพราะเป็นคนละส่วนกัน สวนสัตว์ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆเลย มีแต่ที่ดินเปล่า และไม่รู้ว่าเมื่อเกิดเรื่องการย้ายเสือโคร่งออกจากวัดจะกระทบหรือไม่ เพราะวัดเองค่อนข้างระส่ำระสาย ผู้เกี่ยวข้องต้องโดนฟ้องร้องดำเนินคดี ถ้าคดีเสือเข้าสู่กระบวนการพิพากษา กรมอุทยานฯ จะทบทวนหรืออาจจะถอนใบอนุญาตตั้งสวนสัตว์ให้กับวัดป่าหลวงตาบัวฯก็ได้

นางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทางวัดไม่ได้เข้ามาดูแลสัตว์อื่นๆ กรมอุทยานฯ กังวลและเป็นห่วงสัตว์เหล่านั้นที่ต้องอดข้าวอดน้ำ จึงประสานไปยังมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งประชาชนที่มีจิตเมตตาเข้ามาช่วยเหลือ ล่าสุด มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และมูลนิธิบรรหาร แจ่มใส และมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งปางช้างที่อยู่ใกล้เคียง ทยอยส่งอาหารเข้ามาช่วยเลี้ยงดู พร้อมประสานกับทางวัดว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทางวัดเข้ามาเลี้ยงดูสัตว์ที่อยู่ในความครอบครอง หรือหากทางวัดไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูให้จำหน่ายจ่ายแจกให้กับประชาชนนำไปเลี้ยงดูต่อไป

นางเตือนใจกล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินคดีกรณีพบซากลูกเสือ หนังเสือ และตะกรุด กรมอุทยานฯ ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โอนคดีทั้งหมดมาไว้ที่ส่วนกลาง เพื่อให้สะดวกในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และบุคคลเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่า โดยซากลูกเสือ ลูกเสือดอง หนังเสือ และตะกรุดทั้งหมด ต้องเก็บเป็นพยานวัตถุในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด หากคดีสิ้นสุดแล้วของกลางทั้งหมดจะถูกทำลายทิ้ง สำหรับเสือของกลาง ตรวจนับพบมีจำนวนเกินจากบัญชีที่ทางวัดแจ้งมา 2 ตัว คือแจ้งมา 147 ตัว แต่พบจริง 149 ตัว ซึ่งจะตรวจสอบไมโครชิป รวมทั้งตรวจดีเอ็นเอเสือทุกตัวว่าตัวไหนไม่ตรงกับบัญชีที่วัดแจ้งมา ส่วนค่าอาหารที่ต้องเลี้ยงดูเสือของกลางเหล่านี้ เสือ 1 ตัวจะมีค่าใช้จ่ายราว 150-200 บาทต่อวัน รวมค่าอาหารของเสือทั้งหมดต่อเดือน จะมีค่าใช้จ่าย 6-8 แสนบาท อาหารจะเป็นเนื้อไก่ เนื้อหมู คลุกเคล้ากับวิตามินและเกลือแร่ตามที่สัตวแพทย์แนะนำเพื่อให้เสือมีสุขภาพที่ดีขึ้น

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า การขนย้ายเสือของกลางได้ดำเนินการขนย้ายมาแล้ว รวม 4 วัน วันนี้ขนย้ายเสือได้อีก 26 ตัว รวมเป็น 128 ตัว เหลือเสืออีก 11 ตัว คาดว่าน่าจะขนย้ายเสร็จสิ้นในวันที่ 4 มิ.ย. การขนย้ายถือว่าประสบความสำเร็จ ที่สำคัญได้กำชับว่าต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการสูญเสียของทีมปฏิบัติงาน และถือว่าเป็นโมเดลการขนย้ายช่วยเหลือสัตว์ป่าที่จะนำไปใช้กับที่อื่นๆต่อไป ในส่วนของเรื่องคดีกรมอุทยานฯ แจ้งความกล่าวโทษผู้ต้องหาแล้ว 5 คน เป็นพระ 3 รูป ฆราวาส 2 คน ส่วนจะมีเพิ่มเติมอีกหรือไม่ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะสอบสวนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในครั้งนี้ต่อไป

อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวอีกว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลเสือของกลางทั้งหมด กรมอุทยานฯจะนำงบประมาณของกรมฯมาดูแลในส่วนนี้เอง แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนค่อนข้างสูง ในปี 2560 กรมอุทยานฯ อาจต้องของบกลางจากรัฐบาลเพื่อมาสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์ของกลาง อย่างไรก็ตาม หากมีหน่วยงานต้องการเสือเพื่อนำไปศึกษาวิจัย กรมอุทยานฯจะดำเนินการลงนามข้อตกลงร่วมกัน และกรณีสวนสัตว์ต่างๆ ที่ต้องการนำเสือไปแสดงโชว์ สวนสัตว์นั้นๆต้องชำระค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ กรมอุทยานฯ จะตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลางของเสือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเสือด้วย

เจอแล้ว “สายฟ้า-น่านฟ้า” เสือโคร่งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สุดรักสุดหวงของ “หลวงตาจันทร์” พบแอบซ่อนอยู่ภายในอุโมงค์ลานแสดงเสือ ขณะที่การขนย้ายเสือใกล้เสร็จสิ้นเหลืออีกแค่ 11 ตัวเท่านั้น 4 มิ.ย. 2559 04:45 ไทยรัฐ