วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จวกธ.ทหารไทย 'ดอก0%' โดนหนัก-กลับลำ

เจอกระแสกดดันทนไม่ไหวต้องปรับเป็น0.125% เท่าเดิม แบงก์อ้างลูกค้าได้ประโยชน์

จวกยับธนาคารทหารไทยลดดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เหลือ 0% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย แต่สุดท้ายทนกระแสกดดันไม่ไหวต้องปรับขึ้นมาอยู่ที่ 0.125% เท่าเดิม แบงก์ชาติ-คลัง ทำอะไรไม่ได้ ชี้เป็นเรื่องสภาพคล่อง ขณะเดียวกันยังมีกระแสข้องใจบีบเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มเป็นบัตรเดบิตชิปการ์ด ต้องจำใจจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีแพงขึ้น

เป็นที่ฮือฮาตกอกตกใจกันไปทั้งประเทศ ของเหล่าเศรษฐีเงินถุงเงินถัง ที่มี “เงินเย็น” ฝากไว้ในธนาคารเพื่อกิน “ดอกเบี้ย” หลังจากที่เมื่อเช้าวันที่ 1 มิ.ย. ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ทีเอ็มบีแบงก์ ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ สำหรับบัญชีเงินฝากทั่วไป จาก 0.125% ลดลงเหลือ 0% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศ ไทย ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงให้กลุ่มลูกค้าและในสื่อโซเชียล จนในที่สุดเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ธนาคารทหารไทยทนกระแสกดดันไม่ไหวได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีดังกล่าวขึ้นมาเท่าเดิมที่ 0.125%

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ประธานกรรมการธนาคารทหารไทย กล่าวว่า การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารทหารไทยครั้งนี้ เกิดจากความเข้าใจไม่ถูกต้องของทีมบริหารชาวต่างชาติ ในฐานะประธานกรรมการธนาคารจึงสั่งการให้ฝ่ายบริหารของธนาคารเร่งแก้ไข และให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยกลับไปอยู่ที่เดิม เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด โดยมีการประชุมผู้บริหาร และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกลับมาเท่าเดิมในเวลา 14.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. หากอนาคตจะมีการลดอัตรา ดอกเบี้ย ต้องทำความเข้าใจและสื่อสารกับประชาชนให้ถูกต้องเสียก่อน ว่ามีเหตุผลใดถึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบัญชีนี้ ทั้งนี้ เงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารทหารไทยมี 2 ประเภท โดยเงินฝากออมทรัพย์ที่มีเงินเหลืออยู่น้อย ซึ่งเข้าใจว่าเป็นบัญชีครัวเรือน จะไม่ค่อยได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ย แต่ได้ฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงิน ฝ่ายบริหารจึงลดดอกเบี้ยเหลือ 0% แต่จะไปขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์บัญชีที่ 2 ที่มีเงินเหลือเยอะกว่าแทนแต่เกิดความเข้าใจผิด จึงสั่งให้ฝ่ายบริหารทบทวนและใช้อัตราดอกเบี้ยเดิมไปก่อน

ด้านนายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบีแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ (บัญชีเงินฝากทั่วไป) จาก 0% ขึ้นไปอยู่ที่ 0.125% เหมือนเดิม เนื่องจากกระแสสังคมไม่เข้าใจกับการปรับโครงสร้างดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร ที่ดำเนินการมาตลอด 4 ปี เพื่อให้ลูกค้าของธนาคารได้รับประโยชน์สูงสุด โดยได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารในปัจจุบัน เป็นบัญชีที่ไม่มีการเก็บค่า ธรรมเนียม 10-30 บาท กรณีเบิกถอนข้ามเขต เหมือนกับธนาคารอื่นๆ ที่ยังคิดค่าธรรมเนียมถอนเงินข้ามเขต หรือจะยกเว้นค่าธรรมเนียมช่วงเทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์เท่านั้น ดังนั้น หากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ 0% แลกกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมถอนเงินข้ามเขต ลูกค้าได้รับผลประโยชน์ที่คุ้มค่า ยกตัวอย่างเช่น หากทิ้งเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ 10,000 บาท ตลอดทั้งปีได้ดอกเบี้ย 12.50 บาท แต่หากถอนเงินข้ามเขตต้องเสียครั้งละ 10-30 บาท ดังนั้น การไม่ได้รับดอกเบี้ยจากเงินฝากออมทรัพย์ แลกกับค่าธรรมเนียมที่เก็บถือว่าคุ้มค่ากว่าเยอะมาก

นายบุญทักษ์กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ธนาคารมีการปรับโครงสร้างเงินฝากใหม่หากลูกค้าต้องการออมเงิน สามารถถอนหรือโอนเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ ไปอยู่ที่บัญชีทีเอ็มบี โนฟิกซ์ หรือบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ที่ไม่กำหนดอัตราเงินฝากขั้นต่ำ และให้อัตราดอกเบี้ย 1.4% สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่ธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ที่จ่ายในอัตรา 0.125% นอกจากนี้ หากลูกค้าต้องการถอนเงินข้ามเขตข้ามธนาคาร ก็สามารถเลือกใช้บัญชีทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ย 0% แต่สิ่งที่ลูกค้าได้รับคือฟรีค่าธรรมเนียม การปรับโครงสร้างบัญชีเงินฝากของธนาคาร ยึดให้ผลประโยชน์ลูกค้าสูงสุด และทำตามความต้องการของลูกค้าที่ไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียม หรือต้องการเงินฝากดอกเบี้ยสูง โดยหากลูกค้าต้องการออมเงิน ก็เปิดบัญชีทีเอ็มบี โนฟิกซ์ ที่จ่ายดอกเบี้ยสูงมากกว่าเงินฝากออมทรัพย์ หากต้องการใช้บริการถอนเงินข้ามเขต ก็ใช้บัญชีออมทรัพย์ และหากต้องการถอนเงินข้ามธนาคารข้ามเขต ก็เลือกบัญชีทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ถึงการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารทหารไทย รวมทั้งแนวโน้มอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝากที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง ที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ฝากเงิน โดยเฉพาะผู้ที่เกษียณ อายุราชการมีรายได้ลดลงจากดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำลง ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำ ทำให้ผู้ฝากเงินส่วนหนึ่งพากันไปหาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน หรือช่องทาง ทางการเงินอื่นๆที่มีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ไม่ได้รับคำตอบเรื่องนี้จาก ธปท.แต่อย่างใด

ขณะที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงเรื่องดอกเบี้ย 0.00% ของธนาคาร ทหารไทยว่า ผู้บริหารทีเอ็มบีได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้กระทรวงการคลังรับทราบ ในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่แล้ว โดยการปรับลดดอกเบี้ยเงินออมทรัพย์ครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นการปรับทิศทาง การบริหารจัดการสภาพคล่องส่วนเกินของธนาคารที่มีมาก เนื่องจากระบบการเงินของไทยในปัจจุบัน มีสภาพคล่องส่วนเกินจำนวนมาก การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินออมทรัพย์เหลือ 0.00% ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า ธนาคารจะไม่รับเงินฝากเข้ามาใหม่ แต่หลังจากนี้ทีเอ็มบีจะมีมาตรการเพิ่มเติม ทั้งการปล่อยสินเชื่อเพิ่ม ผ่านการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากเฉพาะที่ให้ผลตอบแทนสูง ที่แยกกลุ่มลูกค้าชัดเจน การดำเนินการ ครั้งนี้ เป็นการบริหารสภาพคล่องของทีเอ็มบีเท่านั้น เพราะเห็นว่ามีต้นทุนสูงเกินไป ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทั้งระบบธนาคาร หรือภาพรวมเศรษฐกิจ ยืนยันว่าในฐานะประธานบอร์ดธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จะไม่มีทางปรับลดดอกเบี้ยตามอย่างแน่นอน เพราะสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องได้ตามปกติ

ในช่วงเช้า ในกระทู้พันทิปได้มีกระแสวิพากษ์ วิจารณ์เรื่องดอกเบี้ย 0% ของธนาคารทหารไทยอย่างรุนแรง เช่น “ธนาคารแก้ปัญหาให้ตัวเองง่าย เกินไปไหม ธปท.จะว่ายังไง เอาเปรียบลูกค้าหรือไม่” อีกความเห็นระบุว่า “ลดดอกเบี้ยเงินฝากแล้วควรลดดอกเบี้ยกู้เหลือ 0.1% ด้วยหรือไม่” รวมถึงยังมีความเห็นที่ระบุจะถอนเงินไปฝากธนาคารอื่นเช่น เขียนว่า “รออยู่ทำไมย้ายซิครับ” หรือ “ถึงเวลาปิดบัญชีแล้วย้ายแบงก์ ดอกเบี้ยน้อยไม่ว่าแต่ไม่มีเลยไม่ไหว” พร้อมระบุอีกว่า “ถ้าจะคิดดอกเบี้ย 0% ก็ไม่ควรคิดค่าเอสเอ็มเอสและค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีนะครับ” ซึ่งส่วนใหญ่วิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะที่รู้สึกว่าธนาคารมักเอาเปรียบลูกค้า

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเรื่องดอกเบี้ย 0% แล้ว ยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง ในโลกออนไลน์ หลังจากในช่วงวันที่ 16 พ.ค. ธปท.และสมาคมธนาคารไทย ได้ประกาศให้ประชาชนเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบแถบแม่เหล็กเดิม เป็นบัตรชิปการ์ด หรือบัตรที่มีชิป เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ แต่ในการเปลี่ยนผ่านบัตรแถบแม่เหล็กเป็นบัตรชิปการ์ดดังกล่าว ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ ได้ประกาศยกเลิกการให้บริการบัตรเอทีเอ็ม ซึ่งมีค่าธรรมเนียมรายปีต่ำที่สุดอยู่ที่ 100 ต่อปี ไปพร้อมกันด้วย และให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้บัตรเดบิต ซึ่งมีค่าบริการแพงกว่า ตั้งแต่ 180-300 บาทต่อปี โดยให้เหตุผลว่า สามารถใช้บัตรเดบิตในการซื้อสินค้าและบริการได้ สอดคล้องกับแผนของรัฐบาล ที่จะก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิตอล ส่งผลให้ลูกค้าที่ใช้บัตรเอทีเอ็มอยู่ในขณะนี้ประมาณ 12 ล้านบัตร ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีในราคาที่สูงขึ้นทันที

จวกยับธนาคารทหารไทยลดดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เหลือ 0% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย แต่สุดท้ายทนกระแสกดดันไม่ไหวต้องปรับขึ้นมาอยู่ที่ 0.125% เท่าเดิม แบงก์ชาติ-คลัง ทำอะไรไม่ได้ ชี้เป็นเรื่องสภาพคล่อง 4 มิ.ย. 2559 04:26 4 มิ.ย. 2559 04:28 ไทยรัฐ