วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมูทอดเงินล้าน จ่อเข้าตลาดหุ้น เปิดสูตรไม่ลับ "เจ๊จง"

ความพากเพียร มานะ พยายาม ไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ย่อมนำไปสู่ความสำเร็จได้ในสักวัน เช่นเดียวกับเส้นทางของ "เจ๊จง" จงใจ กิจแสวง เจ้าของธุรกิจร้านหมูทอดชื่อดัง และข้าวแกง ซึ่งวันนี้ มีร้านมากกว่า 1 สาขา เปิดให้ลูกค้าได้ลิ้มรสรับประทาน

เชื่อหรือไม่ว่า จากชีวิตซึ่งติดหนี้ใช้เวลาเพียง 10 ปี ธุรกิจของ "เจ๊จง" ประสบความสำเร็จจนถึงวันนี้ ซึ่งอะไรทำให้ธุรกิจก้าวหน้างดงาม วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์"​ จะพาไปพูดคุยกับ "เจ๊จง" เชิญอ่านโดยพลัน     

"หนี้" ทำให้มีหมูทอด "เจ๊จง" วันนี้

กว่าจะมาถึง "เจ๊จง" วันนี้ ที่มาของธุรกิจจริงๆ แล้วเกิดจากหนี้ จากการที่เป็นหนี้ ขณะนั้น ขายอาหารตามสั่ง ขายบุฟเฟ่ต์ก็ยังไม่พอใช้หนี้ จากเป็นคนเสียดายเรื่องเวลามาก เสียดายเวลาที่หมดไปโดยเปล่าประโยชน์ มีอยู่วันหนึ่งคิดว่า บ้าหรือเปล่า เป็นหนี้ แต่จะนอนเวลา 20.00 น. กลับบ้านช่วงบ่ายกว่าที่จะหลับเวลา 20.00 น. ใช้เวลาทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ 8 ชั่วโมง ด้วยความบังเอิญที่ไปเห็นข้าวหมูทอด ปิ๊งเดียวลุกขึ้นมาทำเลยจึงเกิดวันนี้ขึ้นมา ซึ่งตั้งแต่วันที่เริ่มจนถึงวันนี้ 13 ปีแล้ว

ทั้งนี้ ร้านสาขาพระราม 4 และอาคารมโนรมย์เป็นสาขาของตน ส่วนร้านกรมศุลกากรเป็นของลูกสาวคนโต สาขาตลาดตึกซันและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เป็นของลูกบุญธรรม ส่วนสาขาอโศกเป็นของลูกสาวคนกลาง และกำลังจะเปิดอีกสาขาในซอยสีลม

คิดใหญ่วางแผนขยายอีกร้อยสาขา

หลักการขยายแต่ละสาขานั้น ถ้าสไตล์ลูกสาวจะเน้นง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนมาก ลักษณะศูนย์อาหารแล้วนำอาหารไปตั้งขาย แต่สาขาแบบในปั๊มน้ำมันพีทีบางพูนจะเป็นแบบกองกลาง เพราะยั่งยืนกว่า จะนำเงินแม่ ลูกและพ่อมารวมเป็นกองกลาง เพื่อจะตั้งในรูปแบบบริษัทเพื่อจะเปิดสาขาในลักษณะบางพูนอีกมากๆ  

ส่วนหนึ่งยังโชคดี ขณะนี้ได้มาเปิดในปั๊มน้ำมันพีที เพราะคุณกรณ์ จาติกวณิช แนะนำให้รู้จักกับ คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ เจ้าของปั๊มน้ำมันพีที ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ใจดีบอกว่าให้เข้ามาขายในปั๊ม ซึ่งสิ่งที่เห็นคือ สร้างร้านให้ 6 เดือนแรกอยู่ฟรี หลังจาก 6 เดือน สู่เดือนที่ 7 จึงจ่ายค่าเช่า ไม่ได้โหดอย่างที่คิด คือ ใจดีและน่ารัก อย่างไรก็ตาม กำลังวางแผนจะขยายร้านแบบนี้ ไปอีกเป็นร้อยสาขา

ร้านสาขาไม่ใช่แฟรนไชส์ ตั้งขึ้นมาในรูปแบบบริษัท ซึ่งมี อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย เป็นที่ปรึกษาด้วย มีลูกน้องมากเราจะทำ อ.ธันยวัชร์สอนว่า ทำในแบบโจรคือ การที่มีลูกน้องมากแล้วขายข้าวแกงบางครั้งเรื่องเงินไม่สามารถจะรู้ตายตัวว่าอยู่ที่เท่าไร จึงสอนให้ทำแบบนี้ คือ สร้างร้านขึ้นมาลักษณะสร้างบ้านให้คนเช่า แต่เราสร้างร้านอาหารให้เช่า เหมือนแบบนี้ สร้างร้านขึ้นมาทำแบบนี้ เสร็จขาย เมื่อร้านอยู่ตัวจะให้ลูกน้องมาเป็นเจ้าของแล้วเก็บค่าเช่า เดือนละเท่าไร 30,000 บาท หรือเท่าไรว่าไป ส่วนที่เหลือเป็นของลูกน้องให้บริหารจัดการให้ดี แต่ถ้าทำไม่ดีไม่มีจิตวิญญาณการเป็นเจ๊จงก็ยึดคืน ลูกน้อง 1 คน จะเอา 2 หรือ 3 สาขาก็ได้ แต่ขอให้มีจิตวิญญาณการเป็นเจ๊จงแค่นั้น

ลูกค้าหลากหลายขึ้นอยู่กับสถานที่

กลุ่มเป้าหมายของร้านเจ๊จงคือใครนั้น จริงๆ ต้องแล้วแต่สถานที่ ยกตัวอย่างสาขาบางพูนมีทั้งแม่บ้านที่ไม่ได้ทำอาหาร ช่วงเช้ามาซื้อกับข้าวไป ส่วนบางจุดจะเป็นกลุ่มออฟฟิศ อย่างที่บางพูนช่วงเที่ยงจะมีพนักงานออฟฟิศมากิน ตัวอย่างสาขาเทพารักษ์เหมือนกันจะสร้างแบบสาขาบางพูน ช่วงเช้าจะเป็นลูกค้ากลุ่มแม่บ้าน ส่งลูกเสร็จแวะซื้อกับข้าว ไม่ต้องทำเอง ถ้าทำเองกับข้าวบางอย่างต้องลงทุนมาก ถ้ามาซื้อ 1 อย่าง ราคา 25-30 บาท กินได้สบายๆ

ร้านแจ้งเกิดพระราม 4 คนยังตรึม

สำหรับสาขาต้นตำรับพระราม 4 เป็นอย่างไรบ้าง ขณะนี้ เหมือนเดิมคนต่อแถวยอดขายปกติเหมือนเดิม อาหารหลักยังเป็นหมูทอด โดยมีข้าวแกงเสริม

ถ้าจะกินหมูทอดต้องนึกถึง "เจ๊จง"

หากถามถึงนิยามตัวเองนั้น ถ้าพูดถึงเจ๊จงต้องนึกถึงอะไร ยังเหมือนเดิม นึกถึงเจ๊จงต้องนึกถึงหมูทอด คือ ถ้าจะกินหมูทอดต้องนึกถึงเจ๊จง ตรงนี้ จริงๆ แล้วไม่รู้ว่า หมูทอดเด็ดเสมอต้นเสมอปลายหรือไม่อย่างไร ความรู้สึกน่าจะเพราะคนยังกินคือ ราคาด้วย ไม่ได้แพงแบบว่า จนสัมผัสไม่ได้ สมมติมากินร้านเจ๊จงด้วยราคายังกินได้อิ่มและด้วยรสชาติก็น่าจะโอเค

ส่วนภาพการต่อแถวเข้าคิวซื้อยังเหมือนเดิม ยังเหมือนเป็นวัฒนธรรมในการกินข้าวหมูทอดเจ๊จงคือ ต้องต่อแถว ทุกที่ต้องเป็นแบบนี้ โดยเฉพาะช่วงเที่ยงวันแม้กระทั่งในศูนย์อาหาร หรือกระทั่งตั้งขายใต้ถุนตึกมโนรมย์ที่เป็นเหมือนตลาดนัด

กำไรพออยู่ได้ ไม่ใช่ว่ารวยปุ๊บปั๊บ

รายได้แต่ละสาขาอยู่ที่เท่าไรตรงนี้ อยู่ได้ แต่ถ้าถามว่า กำไรเยอะไหมไม่ได้เยอะ แต่มีความรู้สึกเหมือนกับว่า ทำแล้วแบ่งกันกิน คือ ไม่ได้ทำแล้วจะรวยแบบปุ๊บปั๊บ แต่ทุกๆ เดือนมีกินมีใช้ไป ด้วยสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ณ ตอนนี้คิดว่า ด้วยราคาแพงๆ อยู่ยาก เพราะสังเกตจากเมื่อไปเดินตลาดจะเห็นแม่ค้าหลายๆ คนบอกว่า ขายไม่ได้ ขายไม่ดี ทำไปทำมา แม่ค้าบางคนต้องไปกู้เงินมาลงทุน สุดท้ายขายไม่ได้ต้องหนีคือ เยอะมาก แม่ค้าตลาดยังเป็น บางคนปิดร้าน ดังนั้น มองว่าถ้าเศรษฐกิจแบบนี้ ณ ตอนนี้ ถ้าตนทำแบบนี้โอเคกว่าที่จะมาคิดว่า ขายเอารวย เพราะเมื่อไรที่คิดว่า ขายเอารวยต้องปิดร้านแน่นอน คิดว่า ขายเพียงอยู่ได้

ลูกค้ามุ่งหา! จากสภาวะเศรษฐกิจ

กับสภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้ ร้านของตนไม่กระทบ แต่ส่งผลดีมาถึง เพราะด้วยสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ และด้วยราคาที่ขายนั้น ลูกค้าจะมุ่งมาหามากกว่า

อิ่มแน่นอน ข้าวเติมได้ ผลไม้ก็ฟรี

ในส่วนของราคาอาหารนั้น อาหาร 1 อย่าง ราคา 25 บาท ส่วนอาหาร 2 อย่าง ราคา 35 บาท ข้าวเติมฟรี มีน้ำเปล่า มีกล้วย มีผลไม้ให้ มีกากแป้งทอดให้ ส่วนแกงจืดถ้วยละ 5 บาท แต่ถ้าใส่ถุงเหมือนเดิมคือ ถุงละ 20 บาท ข้าวเติมได้

เคล็ดลับธุรกิจขายถูก เน้นคุณภาพ

เรื่องการบริหารคนมองเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน แต่ตอนหลังก็เอาระบบระเบียบเข้ามาใช้ เวลามีลูกน้องไม่กี่คนอาจจะเลี้ยงแบบเป็นลูกเป็นหลานได้ แต่เมื่อ ณ เวลาหนึ่ง ลูกน้องรวมๆ กันแล้วจำนวนมาก ขณะนี้ มี 40-50 คน ต้องมีกฎ มีระเบียบ ไม่เช่นนั้นจะดูแลกันยาก

ส่วนเรื่องธุรกิจและการขายนั้นถึงจะขายถูกก็เน้นคุณภาพ โดยพูดอยู่เสมอว่า ต้องเน้นคุณภาพ จะเหมือนกับบ้า เวลาซื้อของชอบซื้อของที่แพงกว่าคนอื่น คือ ถ้า 3 ราคาตั้งเรียงกันจะเลือกแพงที่สุดเวลาซื้อมาขาย แต่เวลาขายให้ลูกค้าไม่กล้าขายแพง มีความรู้สึกสงสารคนกิน

อย่างไรก็ตาม ไม่มีแผนขายแฟรนไชส์ ความจริงไม่ได้เป็นคนเก่ง แต่โชคดีที่มีคนเก่งๆ อยู่รอบๆ มาก เช่น อ.ธันยวัชร์ คุณกรณ์ และคุณพิทักษ์ เหมือนว่าเป็นผู้ใหญ่ใจดีคอยดูแล นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายๆ คน เช่น เจ้าของบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) และอีกคนเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกสิกรไทย แต่ละคนจะคอยดูแล และแนะนำต่างๆ

จ่อนำหมูทอด-ข้าวแกงเข้าตลาดหุ้น

ถามถึงแผนธุรกิจในอนาคตขั้นแรกขยายสาขาเป็นร้อยสาขา และจริงๆ แล้วผู้ใหญ่ตั้งเป้าให้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2561 แต่ว่าก็คุยกับลูกอาจจะไม่ถึงกับต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่อยากทำให้ได้มาตรฐานเป็นมาตรฐานที่พร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

หมายความว่า มีโครงการจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ตรงนี้ ใช่ ตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แต่ผู้ใหญ่เขียนมา เช่น ปั๊มพีทีขณะนี้ มีกว่า 1,000 สาขา ซึ่งคุณพิทักษ์บอกว่า อีก 2 ปีข้างหน้าจะมี 2,400 สาขา ถามว่าถ้าตนขายได้ยอดขายแบบนี้จำนวน 100 สาขา ยอดขายปีละเท่าไร ดังนั้น ทำไมจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้ แต่ว่าต้องวางระบบให้ดี ซึ่งกำลังมีการวางแผนและเตรียมเขียนแผน

ไม่ธรรมดานำโซเชียลมาใช้กับธุรกิจ

ตนใช้งานโซเชียลมาเกือบ 5 ปีแล้ว ตรงนี้คือ ในขณะนั้น ถามว่า ตนรู้จักโซเชียลไหมคือ ไม่รู้จัก แต่บังเอิญมีน้อง 1 คน เข้ามาทำเฟซบุ๊กให้ โดยลูกสาวเป็นผู้ดูแลเฟซบุ๊ก ช่วงนั้นมีผู้ติดตามอยู่ไม่กี่สิบคน ต่อมา อ.ธัญวัชร์ ถามว่าใครเป็นผู้เล่นเฟซบุ๊กนี้ ก็บอกลูกสาว ซึ่ง อ.ธัญวัชร์บอกว่า ไม่ได้ เพราะเป็นตัวตนของเจ๊ต้องเล่นเอง ถามว่ารู้เรื่องอะไรหรือไม่ในขณะนั้น ไม่รู้เรื่องอะไรเลย จึงให้ลูกสอน พิมพ์ไปคุยไปจนใช้คล่อง กระทั่งมาช่วงหลังเริ่มใช้งานทวิตเตอร์และโซเชียลอื่นๆ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง อ.ธัญวัชร์ บอกว่า ถ้าเมื่อไรเฟซบุ๊กมีแฟนเพจครบ 1,000 คน ให้จัดมีตติ้ง ซึ่งโอเค ต่อมาเมื่อแฟนเพจครบ 1,000 คน จึงจัดมีตติ้งขึ้น โดมี อ.ธัญวัชร์ เป็นแขกรับเชิญ คิดดูเก๋ขนาดไหน

ในเฟซบุ๊กทุกวันนี้ ตนโต้ตอบเอง ปัจจุบันตนเล่นเฟซบุ๊กเองตอบเอง ขณะเดียวกันมีลูกค้าอยู่ 1 คน ซึ่งคือ เจ้าของ บริษัท คอมเซเว่น ที่มารู้จักกันตอนงานมีตติ้ง โดยมามีตติ้งกับตน ไม่ได้เสนอตัวอะไรเลยมานั่งรวมกลุ่มกินกาแฟคุยกัน แล้วบอกว่า อยากเห็นศักยภาพเอสเอ็มอีเล็กๆ แบบนี้ ว่าจะมีศักยภาพขนาดไหน โดยสั่งออเดอร์มาเป็นแสนบาทเกือบสองแสนบาทในครั้งแรกเลย

ตรงนี้ถามว่า ตื่นเต้นหรือไม่ สุดตื่นเต้น โทรศัพท์หา อ.ธัญวัชร์ ว่า การที่เราเล่นเฟซบุ๊ก กับการจัดมีตติ้งได้ลูกค้ามาแบบนี้ ซึ่ง ณ วันนั้นจนวันนี้ เจ้าของบริษัท คอมเซเว่น ก็ยังสั่งออเดอร์อยู่ และเหมือนเป็นที่ปรึกษาอีกคนด้วย คือ น่ารักมาก ณ วันนี้ บริษัท คอมเซเว่นฯ ก็เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ยอดขายหน้าร้านจะมากกว่า ออเดอร์ใหญ่ๆ ซึ่งนานๆ สั่ง แต่เคยมียอดสูงสุดที่ ออเดอร์ใหญ่ๆ อยู่ที่ประมาณ 400,000 บาท ยกตัวอย่างช่วงน้ำท่วมปี 2554 จะทำหมูทอดกันตั้งแต่เวลา 01.00 น. ยัน 18.00 น. ออเดอร์จะเป็นแบบนี้ อยู่เป็นเดือน ทุกๆ วัน

หมูทอดจากครัวกลางอร่อยทุกสาขา

สำหรับการควบคุมมาตรฐานของหมูทอดและอาหารอื่นๆ ทุกสาขานั้น ณ ขณะนี้ มี 8 สาขา จะออกจากพระราม 4 ทั้งหมด แต่กำลังเริ่มเก็บสูตรเกี่ยวกับข้าวแกง เพื่อให้ไปอยู่ตามสาขา คือ แค่นำไปลวก ปรุง ผัดให้ร้อนเวลาขาย แต่ทุกอย่างปรุงมาแล้ว แต่หมูทอดจะหมักแล้วส่งไปให้ ข้าวแกงยังออกจากครัวกลางพระราม 4 ซึ่งหมูทอดบางสาขาจะส่งไปจากพระราม 4 แต่สาขาแบบบางพูนจะพยายามมาทอดที่นี่ แต่หมักมาจากพระราม 4

ตรงนี้ที่เดียว! เปิดสูตรหมูทอดเจ๊จง

จริงๆ ไม่มีอะไรเด็ด ถ้าคนที่มองเป็นจะมองออกว่า ที่ขายได้ เพราะราคาด้วย ราคาคือ เมื่อเดินเข้ามากินแล้วรู้สึกว่าคุ้ม เพราะว่า อ.ธัญวัชร์ บอกว่าเมื่อไรก็ตามที่ลูกค้ามากินร้านเราแล้วบอกว่าคุ้ม จะมาซ้ำ แต่ถ้ามาแล้วบอกว่า ไม่คุ้มจะไม่มาอีกเลย

ถามว่า มีสูตรเด็ดอะไรซ่อนไว้หรือไม่ อันนั้นก็มีอาจจะไม่ได้ซ่อน แต่จะเป็นคนพิถีพิถันเกี่ยวกับการซื้อ คือ เน้นของดี เช่น พวกของที่จะนำมาหมัก พริกไทย น้ำตาลปี๊บ ต้องอย่างดี หมูก็เหมือนกันจะเลือก เคยมีหมูเจ้าประจำที่ซื้อกันมาเป็น 10 ปี สุดท้ายย้อมแมวให้ แต่ละเดือนซื้อเป็นล้านๆ บาท เลิกเลย เปลี่ยนเจ้าทันที อย่างที่เคยบอก เป็นคนซื้อของไม่ต่อราคาและไม่เลือกด้วย แต่ถ้าของไม่ดีส่งมาให้เลิกซื้อเลย เปลี่ยนร้านทันที

เฉพาะหมูทอด 8 สาขาใช้วันละไม่กี่ร้อย ประมาณ 400 กิโลกรัม คือบางสาขาจะเน้นไปเป็นข้าวแกงด้วย

ไม่ลืม พนง. พาเที่ยวแบบเศรษฐี

ในแต่ละปีจะพาลูกน้องไปเที่ยวแบบปิดร้านพาไปต่างจังหวัด ล่าสุด ไปกาญจนบุรี ไปกันกว่า 40 คน ทั้งหมดจะแฮปปี้ คือ ไปกันแบบเป็นเศรษฐี ทำอะไรก็แจงเงิน เธอทำอะไรฉันก็แจกเงินแบบนี้ พวกเธอไปจะไม่ต้องทำอะไร ฉันทำให้เธอหมด จะกินอะไรจะตักให้ อะไรแบบนี้ทุกอย่าง เหมือนเป็นเจ้านาย ทำตรงนี้ เพราะว่าอยากให้ลูกน้องมีความสุข ไปแล้วรู้สึกว่า ทำงานกับเราแล้วมีช่วงเวลาที่มีความสุข สนุกสนาน

วันนี้ ประสบความสำเร็จหรือยัง?

ถามว่าพอใจไหม ยังไม่ถึงกับว่า พอใจสุดๆ แต่ประสบความสำเร็จไหมหรือ คิดว่ายัง คือ ยังมีความรู้สึกว่า ยังไปได้อีก ณ บางเวลาคิดว่า แค่นี้หรือเปล่า แต่เมื่อสุดท้ายก็มองเห็นว่า ยังไปได้อีกมาก

นิยามตัวเองยังเป็นแม่ค้าข้างถนน

จนถึงวันนี้ ถามว่า ให้นิยามธุรกิจตัวเองเป็นเอสเอ็มอีหรืออะไรนั้น วันนี้ ยังเป็นแม่ค้าข้างถนน ยังเป็นแม่ค้าข้างถนนเสมอ ที่ผ่านมา มีสื่อบอกเป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่ ฉันเป็นแม่ค้าข้างถนนเสมอๆ ถึงจะร้านเป็นแบบนี้แล้ว

กับคำแนะนำหรือการปลุกกำลังใจแม่ค้าหรือคนอื่นๆ ที่กำลังต่อสู้ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ จริงๆ แล้วอยากให้แม่ค้าหลายๆ คน ที่ทุกวันนี้บ่นว่าขายไม่ได้อยากให้หันมามองว่า สิ่งที่ตัวเองขายไม่ได้ เพราะอะไร ด้วยราคา หรือรสชาติ ตนว่า ไม่ช้าที่จะหันกลับมาปรับปรุงตัวเอง ถ้ารสชาติไม่อร่อยจะได้กลับมาปรับปรุงให้อร่อย อดทนสักนิดเดี๋ยวปากต่อปากคนก็มาหาเอง หรือมองว่าราคาสูงไปหรือไม่กับเศรษฐกิจในทุกวันนี้ อย่าเพิ่งไปหวังกำไรให้มากมายเพียงทำไปกินไปอยู่ไปได้เดือนต่อเดือนก่อน

จริงๆ แล้วจะพูดเสมอเลยว่า อย่างคนชอบบอกว่า เราเก่ง ซึ่งเราบอกไม่ใช่ ตนไม่ได้เก่งแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง คนเรามีหน้าที่อะไรก็แล้วแต่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วก็อดทนต่อสิ่งที่เข้ามาหา เชื่อว่าทุกคนประสบความสำเร็จแน่นอน

ตอนนี้ ทุกๆ คนในครอบครัวเข้ามาช่วยธุรกิจมีสาขาของตัวเอง เหลือลูกชายคนเล็กที่เรียนปี 4 มีอยู่วันหนึ่งถึงขั้นเคยมีที่ว่า ลูกเรียนหนังสือแล้วไม่มีเงินให้ไปเรียน รองเท้าไม่มีให้ใส่ แล้ววันต่อมากระทั่งลูกสาวคนแรกได้รับปริญญาไม่คิดว่าจะมีวันนี้ด้วย วันที่เราเป็นแม่ค้าข้างถนนแล้วส่งลูกเรียนจนจบอะไรแบบนี้.         

เรื่องเล่าความสำเร็จ

ความพากเพียร มานะ พยายาม ไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ย่อมนำไปสู่ความสำเร็จได้ในสักวัน เช่นเดียวกับเส้นทางของ... 3 มิ.ย. 2559 12:09 13 มิ.ย. 2559 10:28 ไทยรัฐ