วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สิ่งที่น่าผิดหวัง 2 ปี คสช.

สิ่งที่น่าผิดหวัง 2 ปี คสช.

โดย สายล่อฟ้า
4 มิ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

เห็นพูดกันมากว่า “หากตำรวจไม่ดี ประเทศนั้นมีปัญหาแน่” ฟังๆดูแล้วน่าจะเป็นอย่างนั้นจริง อย่างประเทศไทยนั้นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน จึงไม่แปลกกับเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจดังระงมไปทั้งเมือง

ยิ่งการที่รัฐบาล คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ยิ่งเป็นโอกาสที่ดีในการดำเนินการให้เป็นจริงได้มากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

เพราะมีอำนาจและมีเจตนารมณ์อย่างหนึ่งที่ต้องการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่สุด

ไม่มีการ “ปฏิรูปตำรวจ” อย่างที่คาดหวังกัน

เวลา 2 ปี ที่ คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจจะมี “ผลงาน” มากน้อย แค่ไหนอย่างไร ตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาของประเทศก็ตาม

สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดก็คือเรื่องนี้แหละ...

เพราะปัญหาพื้นฐานของประเทศนี้อย่างหนึ่งก็คือ “ตำรวจ” ซึ่งเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรม แต่เมื่อเครื่องยนต์ชำรุด ไร้ประสิทธิภาพก็หวังประสิทธิผลไม่ได้อย่างที่เห็นๆกันอยู่

นั่นทำให้กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ผล

มีคำถามมากมายว่าทำไม คสช.ไม่ทำเรื่องนี้ ทั้งๆที่รู้ดีว่า

ระยะเวลาในการอยู่ในอำนาจมีไม่มากนัก เรื่องสำคัญๆอย่างนี้ควรจะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เหตุผลหนึ่งคงกลัวว่าหากเข้าไปแตะแล้วจะเกิดความปั่นป่วนระส่ำระสาย

“ตำรวจ” มีกำลังพลทั่วประเทศกว่า 2 แสนนาย มีอาวุธครบมือ มีขอบเขตความรับผิดชอบทั่วราชอาณาจักร

ที่สำคัญต้องใช้ตำรวจเป็นกลไกในการรักษาความมั่นคง ความสงบ เป็นเครื่องมือเพื่อให้ คสช.รักษาดุลอำนาจ

ทว่าเป็นคำตอบที่เข้าข้างตัวเองมากไปหน่อย หากคิดที่จะทำจริงๆ คือการดำเนินการปฏิรูปอย่างเป็นขั้นเป็นตอนพร้อมๆกับการแก้ไขปัญหาแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสม มีความรู้ความสามารถ มีความประพฤติดี มีความซื่อสัตย์ระดับหนึ่ง

ป่านนี้คงออกดอกออกผลให้ชื่นใจกันแล้ว

แม้ว่าจะไม่ได้เห็นผลทันทีทันใด เพราะต้องใช้เวลาซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ แต่อย่างน้อยก็จะมีกรอบกำหนดต่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมมากกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ตรงกันข้ามวันนี้ได้เห็นความจริงกันแล้วว่า ตำรวจในยุค คสช.ได้สร้างปัญหาไม่ต่างกับในยุคสมัยที่ผ่านมา มิหนําซํ้ายังได้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่ทำให้ คสช.เสียคะแนนนิยมไปเยอะ

การแต่งตั้งโยกย้ายมาราธอนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์โดยที่ คสช.ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหา เมื่อให้อำนาจ ผบ.ตร.มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจได้ทั้งประเทศ

ดูจากข้อมูลที่ปรากฏออกมา คำสั่งแต่งตั้งระดับรองผู้บังคับการ-ส.ว. จำนวน 7,849 ราย 25 คำสั่ง เกิดความผิดพลาดรวม 488 ราย คิดเป็น 6.21% ชื่อซํ้า 216 ราย ตำแหน่งซํ้า 270 ราย ลดตำแหน่ง 1 รายจากผู้การ ยศ พล.ต.ต.ไปเป็นรองผู้บังคับการ ไม่ครบหลักเกณฑ์ 1 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย

ใช้เวลาในการแต่งตั้งโยกย้ายรวม 35 วัน

ผู้บัญชาการไม่สามารถแต่งตั้งลูกน้องได้ หรือได้ก็น้อยมาก เพราะอำนาจทั้งหมดเป็นของ ผบ.ตร.ที่จะกำหนดเอง โดยมี “ใบสั่ง” มาจากผู้ใหญ่ ใครเป็นใครต้องไปสืบเสาะกันเอาเอง

แถมยังมี “ตั๋วพิเศษ” ที่ว่ากันว่าพิเศษจริงๆจากผู้ที่มีส่วนในการแต่งตั้ง คำว่าพิเศษ มันก็ต้องมีอะไรที่พิเศษทั้งผู้ให้และผู้รับ ทุกอย่างมันก็เลยปั่นป่วนกันไปหมด

ยังมีทำนองว่าขอให้ลาออกเพื่อจะได้มีตำแหน่งให้คนอื่นมาลงได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย บางตำแหน่งชื่อซํ้าซ้อนกันไปหาช่องทางให้ได้ตำแหน่งด้วยการวิ่งเต้นกันอีกรอบหนึ่ง

นี่เป็นแค่หนังตัวอย่างที่เละเทะให้หัวหน้า คสช.ได้รับรู้เอาไว้.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้