ไม่รอด ‘วาสนา-ปริญญา’ อดีต กกต. คดีจ้างพรรคเล็ก ลต. ฎีกายืนส่งคุกทันที

ข่าว

    ไม่รอด ‘วาสนา-ปริญญา’ อดีต กกต. คดีจ้างพรรคเล็ก ลต. ฎีกายืนส่งคุกทันที

    ไทยรัฐออนไลน์

      3 มิ.ย. 2559 11:35 น.

      ศาลฎีกาพิพากษายืน สั่งจำคุก 2 ปี ไม่รออาญา "พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ-ปริญญา นาคฉัตรีย์" อดีต กกต. พร้อมถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ส่งตัวเข้าเรือนจำทันที สอบสวนกรณีทรท.จ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้งปี 49 ล่าช้า...

      เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่ อ.1464/2549 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายปริญญา นาคฉัตรีย์, นายวีระชัย แนวบุญเนียร อดีต กกต. (เสียชีวิตแล้ว) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 มาตรา 24 และ 42 กรณีที่ไม่เร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ข้อร้องเรียนกล่าวหาพรรคไทยรักไทย ว่าจ้างพรรคการแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย ลงรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย. 2549 โดยพลัน ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและการวินิจฉัย พ.ศ. 2542 มาตรา 37, 48 จำเลยให้การปฏิเสธ

      ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 เม.ย.59 ที่ผ่านมา ศาลได้นัดฟังคำพิพากมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่นายปริญญา จำเลยที่ 2 มอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นคำร้องขอเลื่อนนัด พร้อมใบรับรองแพทย์ รพ.พระมงกุฎเกล้า ระบุว่าป่วยเป็นลำไส้อักเสบ เข้ารับการรักษาตัววันที่ 19 เม.ย. แต่ศาลได้พิจารณาพฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 แล้วเห็นว่าลักษณะประวิงคดี จึงให้ออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษาอีกครั้งและปรับนายประกัน เต็มจำนวนหลักทรัพย์ประกัน 1.2 แสนบาท โดยให้ยกคำร้องขอเลื่อนนัดของจำเลยที่ 2

      สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิด จำคุก คนละ 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งคนละ 10 ปี ซึ่งในวันนี้ จำเลยทั้งสองมาศาล

      ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษโดยอ้างว่าทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากมาย จนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ เห็นว่าการที่จำเลยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็น คณะกรรมการการเลือกตั้ง แสดงว่าได้รับความไว้วางใจและต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง แต่จำเลยกลับทำตรงกันข้าม วินิจฉัยไม่เป็นธรรมเอื้อประโยชน์ให้พรรคไทยรักไทย จึงไม่ควรรอการลงโทษที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน จำคุกจำเลยทั้งสองคน เป็นเวลา 2 ปี ไม่รออาญา พร้อมกับเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ 10 ปี

      ภายหลังมีคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งถือเป็นที่สุด เจ้าพนักงานได้เข้าควบคุมตัวจำเลย นำตัวไปที่เรือนจำเพื่อรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาทันที.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 15:38 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์