ตรวจ "กระดาษซับเลือด" เด็กแรกเกิด ปิดฉากโรค "เอ๋อ-เอดส์"

ข่าว

    ตรวจ "กระดาษซับเลือด" เด็กแรกเกิด ปิดฉากโรค "เอ๋อ-เอดส์"

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      4 มิ.ย. 2559 05:01 น.

      แม้ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการควบคุมป้องกันการติดเชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูกได้เป็นระดับต้นๆของโลก โดยสามารถลดอัตราการติดเชื้อเหลือเพียง 2.1% ซึ่งถือว่าเป็นระดับต่ำมากแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ต่ำถึงระดับที่องค์การอนามัยโลกตั้งเป้าหมายไว้คือ 2%

      จากสถิติพบว่า หากไม่มีการป้องกัน เด็กทารกมีโอกาสที่จะติดเชื้อเอดส์ จากแม่ประมาณ 20-45% จึงได้มีการรณรงค์
      ให้มีการฝากครรภ์เร็วขึ้นก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เพื่อที่จะได้ให้คำปรึกษาและเจาะเลือดตรวจหาเชื้อ HIV ด้วยความสมัครใจ หากพบว่าแม่ติดเชื้อเอดส์ ก็จะให้ยาต้านไวรัสสูตรรวม 3 ตัว เพื่อป้องกันและลดโอกาสการติดเชื้อ รวมทั้งตรวจการติดเชื้อตั้งแต่แรกคลอดให้เร็วที่สุด เพื่อกดระดับไวรัสในกระแสเลือดไม่ให้แพร่ติดต่อ

      ซึ่งล่าสุดนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาการตรวจหา DNA ของเชื้อไวรัสเอชไอวี จากตัวอย่างเลือดในกระดาษซับเลือดเด็กแรกคลอด ด้วยวิธีการตรวจแบบ HIV-PCR ที่รู้ผลเร็ว ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยใกล้บรรลุเป้าหมายความสำเร็จของการเป็นประเทศแรกๆในโลกที่สามารถยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้

      นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในเด็กของประเทศไทย ว่า การติดเชื้อเอชไอวีในเด็กเกือบทั้งหมดหรือประมาณ 80% เกิดจากการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก 50-60% ของการได้รับเชื้ออยู่ในช่วงระหว่างคลอดหรือ 1-2 สัปดาห์ก่อนคลอด รองลงมา คือ ขณะอยู่ในครรภ์แม่ได้รับเชื้อผ่านทางสายรกเข้าสู่ลูก และโดยผ่านการให้นมแม่เข้าสู่ปากและทางเดินอาหารของลูกซึ่งพบประมาณ 14%+

      “แต่ละปีประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 800,000 คน ในจำนวนนี้มีทารกที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 4,800 คน กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินนโยบายในการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูกมาตั้งแต่ ปี 2536 โดยเริ่มตรวจหาการติดเชื้อ HIV ในหญิงตั้งครรภ์ และให้ยาต้านไวรัสสูตรรวม 3 ตัว ในรายที่ติดเชื้อ ให้เด็กทารกที่คลอด

      จากแม่ติดเชื้อกินนมผสมทดแทนนมแม่เป็นเวลา 18 เดือน รวมถึงตรวจการติดเชื้อตั้งแต่แรกคลอดให้เร็วที่สุด ซึ่งก็ทำให้อัตราการติดเชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูกลดลงเป็นลำดับ” คุณหมออภิชัยบอก

      อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกระบวนการตรวจการติดเชื้อตั้งแต่แรกคลอดให้เร็วที่สุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เริ่มพัฒนาการวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในเด็กแรกคลอดที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ โดยนำการตรวจ HIV-PCR มาใช้ในการตรวจหาการติดเชื้อ เอชไอวีในเด็กอายุ 1 เดือน ด้วยการใช้ตัวอย่างเลือดจากกระดาษซับเลือด นำมาตรวจหา DNA ของเชื้อเอชไอวีในเลือดเด็ก วิธีการดังกล่าวนี้ช่วยให้การวินิจฉัยเชื้อ HIV ทำได้รวดเร็วขึ้น และมีประโยชน์ในการรักษามากกว่าการตรวจหาภูมิคุ้มกันโดยไม่ต้องรอจนกระทั่งเด็กอายุครบ 18 เดือน กรณีที่พบเด็กติดเชื้อจะเปลี่ยนยาจากสูตรป้องกันเป็นสูตรรักษาด้วยยาต้านไวรัส ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการดูแลรักษาเด็กได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เด็กมีอายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

      ทั้งนี้ ผลการตรวจ HIV-PCR ในรอบ 10 ปี มีการตรวจไปแล้วทั้งสิ้น 43,763 ตัวอย่าง พบผลบวก 1,230 ตัวอย่าง หรือประมาณ 2.81% พบว่าภาพรวมอัตราการถ่ายทอดเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูกมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการให้ยาต้านไวรัสสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HIV ทุกราย และให้เด็กดื่มนมผสมแทนนมแม่ 18 เดือน และการวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในเด็กให้เร็วที่สุดเพื่อการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิผล

      นพ.อภิชัยบอกว่า ข้อมูลการตรวจ HIV-PCR ของเครือข่ายห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะช่วยยืนยันความสำเร็จของประเทศไทย ในการเป็นประเทศแรกๆของโลกที่จะยุติการถ่ายทอดเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูกได้สำเร็จตามเป้าหมายที่องค์การสหประชาชาติที่กำหนดไว้คือน้อยกว่าร้อยละ 2 ภายในปี พ.ศ.2560

      ด้าน นางหรรษา ไทยศรี นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยทางคลินิกกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ว่า การตรวจ HIV-PCR เป็นวิธีการตรวจหาการติดเชื้อในเด็กแรกคลอดที่มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจในเด็กกลุ่มเสี่ยงได้ตั้งแต่แรกคลอด อายุ 2-7 วัน โดยใช้ตัวอย่างเลือดจากกระดาษซับเลือด ซึ่งจะได้ผลการตรวจครอบคลุมทั้ง 2 โรค คือ โรคเอดส์และโรคเอ๋อ ทำให้ครอบคลุมและเข้าถึงการตรวจเด็กที่ได้รับเชื้อ HIV มีมากถึง 94% ในขณะที่การตรวจแบบเดิมคือการเจาะเลือดซึ่งในเด็กเล็กทำได้ยาก การส่งตรวจมีค่าใช้จ่าย และต้องส่งตัวอย่างเลือดเพื่อไปตรวจในห้องแล็บภายใน 48 ชั่วโมง ใช้ระยะเวลาตรวจจนทราบผลประมาณ 1 เดือน ส่วนการตรวจแบบ HIV-PCR จะใช้ระยะเวลาตรวจจนทราบผลไม่เกิน 5 วัน

      “ได้มีการพัฒนาวิธีการสกัดตัวอย่าง เป็นชุดสกัดแบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพของตัวอย่างและมีการพัฒนาเทคนิคการตรวจเป็นแบบ Real Time PCR โดยจะมีโปรแกรมช่วยประมวลผลและวิเคราะห์ที่มีความแม่นยำสูง หากพบผลบวกแพทย์จะใช้ผลการตรวจนี้เพื่อรักษา เปลี่ยนยาจากสูตรป้องกันมาเป็นสูตรรักษาด้วยยาต้านไวรัสแทน เพื่อลดโอกาสเป็นเอดส์” นางหรรษาบอก พร้อมกับยืนยันว่าในปี 2559 ได้มีโครงการวิจัยบูรณาการร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ ให้สามารถตรวจแบบ HIV-PCR โดยใช้กระดาษซับเลือด คาดว่าภายในปี 2560 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกแห่งจะสามารถให้บริการตรวจแบบเดียวกันนี้ได้ โดยเป็นบริการฟรีในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติด้วย.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 07:22 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์