วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จัดบ้านแค่ครั้งเดียว พลิกชีวิตหน้ามือเป็นหลังมือ

การจัดบ้านส่งผลต่อชีวิตมากกว่าการปรับฮวงจุ้ย การพกหินนำโชค และเครื่องรางสารพัด เพราะเวทมนตร์แห่งการจัดบ้านเปลี่ยนชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนมีระเบียบ หรือรกรุงรัง ชีวิตจะดีขึ้นได้ในทุกๆด้าน ด้วยการจัดบ้านอย่างชาญฉลาดแค่ครั้งเดียว!! ไม่ได้โม้นะคะ แต่นักจัดบ้านมือหนึ่งของโลก “คนโด มาริเอะ” รวบรวมประสบการณ์การจัดบ้านที่สั่งสมมาทั้งชีวิตไว้ในหนังสือเล่มเดียว อ่านแล้วทึ่งจริงๆ

“มาริเอะ” ค้นพบตัวเองตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกว่าเกลียดความรกรุงรัง และชอบจัดข้าวของในบ้านให้เป็นระเบียบ โดยงานอดิเรกวัยเด็กของนักจัดบ้านมือทองคือ การอ่านนิตยสารสำหรับแม่บ้าน เพื่อรวบรวมเคล็ดลับการทำงานบ้านให้เอี่ยมอ่อง แต่กว่าจะพบวิธีจัดบ้านอย่างฉลาดจริงๆ เธอต้องเสียเวลาครึ่งค่อนชีวิตไปกับการจัดบ้านผิดๆ เพราะติดความเชื่อเก่าที่ให้ค่อยๆจัดบ้านไปวันละนิด สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความรกรุงรังมิรู้จบ

คนเราไม่มีทางเปลี่ยนนิสัยได้ ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดเสียก่อน แต่การควบคุมความคิดตัวเองไม่ใช่เรื่องง่ายๆ คำแนะนำที่ต้องปักหมุดก็คือ แทนที่จะทำไปทีละนิด ให้หันมาจัดบ้านแบบรวดเดียวจบ!! แล้วความคิด จะเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ การตะลุยจัดบ้านแบบรวดเดียวจบ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้บ้านไม่กลับมารกอีกเลยตลอดชีวิต

หลักสำคัญในการจัดบ้านอย่างเปี่ยมประสิทธิภาพมีเพียง 2 ขั้นตอนคือ “การกำจัดของที่ไม่ต้องการ” และ “การตัดสินใจว่าจะเก็บอะไรไว้ที่ไหน” เริ่มต้นด้วยการทิ้งให้เกลี้ยงแบบรวดเดียวจบ!! เพราะถ้าไม่กล้าทิ้งข้าวของที่ไม่ต้องการ ก็อย่าคิดเรื่องจัดเก็บให้เป็นระเบียบ

การทิ้งเป็นเรื่องสนุก พอๆกับน่าหนักใจ เกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกว่าจะโยนอะไรทิ้ง คือรวบรวมของทุกชิ้นในหมวดหมู่เดียวกันจากทุกที่ในบ้านมากองรวมไว้ที่พื้น จากนั้นจึงค่อยพิจารณาทีละชิ้นว่ามันปลุกเร้าความสุขได้ไหม ถามตัวเองว่าทำไมเราต้องเก็บของชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

กุญแจสำคัญของการทิ้งให้เป็น คือต้องทิ้งตามหมวดหมู่ ไม่ใช่ตามพื้นที่ การทำให้เสร็จทีละหมวดหมู่ช่วยให้กระบวนการจัดบ้านโดยรวมเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น โดยลำดับการทิ้งอย่างมีประสิทธิภาพให้เริ่มจากของที่ตัดใจง่ายสุดไปสู่ของตัดใจยากสุด นั่นคือ เสื้อผ้า ตามด้วยหนังสือ, เอกสาร, ข้าวของจิปาถะ และของที่มีคุณค่าทางจิตใจ เมื่อทิ้งของไม่จำเป็นกับชีวิตแล้ว คนส่วนใหญ่จะเหลือข้าวของเพียง 25-35%

การจัดบ้านให้ดีต้องมีลำดับ ไม่ใช่จัดตามอำเภอใจ สำหรับหมวดหมู่แรก “เสื้อผ้า” ควรเริ่มจากชิ้นบนคือเสื้อทุกประเภท ไม่คำนึงถึงฤดูกาล, ชิ้นล่าง เช่น กระโปรง และกางเกง, เสื้อผ้าที่ควรใช้ไม้แขวน อย่างเสื้อสูท, แจ็กเก็ต และโค้ต, ถุงเท้า, ชุดชั้นใน, กระเป๋า, เข็มขัด-หมวก, เสื้อผ้าโอกาสพิเศษ เช่น ชุดว่ายน้ำ แล้วจบด้วยรองเท้า นำของทุกชิ้นในแต่ละหมวดหมู่กองรวมไว้ที่พื้น แล้วหยิบขึ้นพิจารณาทีละชิ้นว่าจะอยู่หรือจะไป

การทิ้งของในหมวดหมู่ “หนังสือ” อาจเป็นเรื่องยาก แต่การนำหนังสือทุกประเภทกองรวมไว้ที่พื้นจะช่วยให้แยกแยะง่ายขึ้น หนังสือไม่ต่างจากเสื้อผ้าหรือข้าวของอื่นๆ ที่จะเข้าสู่ช่วงหลับใหลหากถูกทิ้งไว้นานๆ หนังสือที่เก็บไว้ว่า “สักวันจะอ่าน” ก็คือ “หนังสือที่ไม่มีวันอ่าน” ใส่กล่องบริจาคซะ!! สำหรับ “การคัดแยกเอกสาร” ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก เพราะเจ้าแม่จัดบ้านแนะนำว่าทิ้งให้เกลี้ยง!! ถ้าไม่เข้าข่ายกำลังใช้งานอยู่, ต้องเก็บเป็นหลักฐานช่วงเวลาหนึ่ง และต้องเก็บไว้ตลอดไป ประเภทใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายและคู่มือเครื่องใช้ไฟฟ้า ทิ้งเลยไม่ต้องลังเลใจ

หมวด “ข้าวของจิปาถะ” ที่มักเก็บไว้เผื่อใช้ เช่น กิ๊บติดผม, ยางลบ, กระดุมสำรอง, โบ, พวงกุญแจ, เครื่องสำอางขนาดทดลองและอะไหล่เครื่องใช้ไฟฟ้า สร้างความรกให้บ้านอย่างเหลือร้าย เพราะมักถูกวางระเกะระกะไปหมด ทั้งๆที่ของเหล่านี้แทบไม่มีความสำคัญต่อชีวิตเรา อย่ามัวแต่เสียดาย กวาดทิ้งให้หมดในพริบตา แล้วเก็บพื้นที่ไว้ให้ “ของที่มีคุณค่าทางจิตใจ” น่าจะมีความหมายกับชีวิตมากกว่า

เนื้อที่หมดซะแล้ว อาทิตย์หน้ามาเล่าต่อถึงเทคนิคของการจะเก็บอะไรไว้ที่ไหน และจัดเก็บอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ไม่มีวันกลับมารกรุงรังอีกตลอดชีวิต.


มิสแซฟไฟร์

3 มิ.ย. 2559 10:55 3 มิ.ย. 2559 10:56 ไทยรัฐ