Thairath Logo
กีฬา

ศึกหยุดโลก! รีแมตช์นัดชิงเอ็นบีเอ 'โกลเดน' ปะทะ 'คลีฟแลนด์'

Share :

พลาดไม่ได้เด็ดขาดกับศึกหยุดโลกแห่งวงการยัดห่วงเอ็นบีเอ กับรอบชิงชนะเลิศฤดูกาล 2015/16 คู่ระหว่าง โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส แชมป์เก่าที่จะรีแมต์รอบชิงปีที่แล้วกับ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ซึ่งผู้ชนะ 4 จาก 7 เกมจะนั่งบัลลังก์แชมเปียนส์...

การแข่งขันบาสเกตบอลเอ็นบีเอ สหรัฐอเมริกา ฤดูกาล 2015/16 เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว โดยรอบชิงปีนี้ถือเป็นการรีแมตช์ของรอบชิงปีที่แล้วระหว่าง "นักรบทองคำ" โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส แชมป์เก่าและแชมป์จากสายตะวันตก พบกับ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส รองแชมป์เก่าและแชมป์จากสายตะวันออก ซึ่งรอบชิงครั้งนี้ยังใช้ระบบ 4 ใน 7 เหมือนเดิม

ย้อนความในปีที่แล้ว คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ที่ขาดสตาร์ถึงสองคนแต่กลับต่อกรกับ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส ได้อย่างสูสีโดยขึ้นนำไปก่อน 2-1 ซีรีส์ แต่กลับเจอทีเด็ดของพลพรรคนักรบทองคำเก็บชัย 3 เกมรวดพลิกกลับมาเอาชนะ 4-2 ซีรีส์ ผงาดคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตามในปีนี้ ไม่เหมือนปีที่แล้ว เมื่อคลีฟแลนด์ได้บรรดาผู้เล่นตัวหลักทุกคนในทีมกลับมาพร้อมที่จะคิดบัญชีล้างแค้นกับโกลเดนอีกครั้ง และศึกครั้งนี้จะเป็นอย่างไรทางทีมงานไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวมข้อมูล และบทวิเคราะห์มาให้คอยัดห่วงได้ชมกันแล้ว ทีมใดจะขึ้นสู่บัลลังก์ จะเป็นแชมป์เก่า หรือ หน้าใหม่ ต้องมาดูกัน!!

รอบชิงปีที่แล้ว โกลเดน เป็นฝ่ายเอาชนะ คลีฟแลนด์ 4-2 ซีรีส์

โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส (แชมป์เก่า และ แชมป์สายตะวันตก)

สถิติฤดูกาลปกติ ชนะ (73 แพ้ 9)

เส้นทางในรอบเพลย์ออฟ ก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศ

รอบแรกสายตะวันตก : ชนะ ฮูสตัน ร็อกเกตส์ 4-1 ซีรีส์

รอบตัดเชือกสายตะวันตก : ชนะ ปอร์ทแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส 4-1 ซีรีส์

รอบชิงแชมป์สายตะวันตก : ชนะ โอกลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ 4-3 ซีรีส์

โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส แชมป์เก่าปีที่แล้ว

การตบเท้าเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ 2 ปีติดต่อกันมันไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายเลยสำหรับพลพรรคนักรบทองคำ เมื่อพวกเขาเกือบเอาชื่อไปทิ้งในรอบชิงชนะเลิศของสายแล้ว เมื่อตามหลัง โอกลาโฮมา ซิตี้​ ธันเดอร์ส ถึง 1-3 แต่พวกเขาก็สามารถสร้างปรากฏการณ์พลิกกลับมาเอาชนะไปได้อย่างเหลือเชื่อ 4-3 ซีรีส์ ผงาดเข้ามาป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ

ฤดูกาลนี้ถือเป็นปีทองของ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส อีก 1 ปี เมื่อพวกเขาสามารถทำลายสถิติมากมายในฤดูกาลปกติไม่ว่าจะเป็นการออกสตาร์ตดีที่สุดในประวัติศาสตร์ เอาชนะได้ติดต่อกันถึง 24 นัดรวด อีกทั้งยังเป็นทีมที่มีสถิติดีที่สุดในฤดูกาลปกติ (ชนะ 73 แพ้ 9) ทำลายสถิติเดิมที่ ชิคาโก บูลส์ ตำนานทีมที่มี ไมเคิล จอร์แดน โคตรบาสแห่งยุคเวลานั้นทำไว้เมื่อปี 1995-96 (ชนะ 72 แพ้ 10) อีกด้วย

โดยส่วนของความสำเร็จคงหนีไม่พ้นการนำทัพของ สตีฟ เคอร์ กุนซือคนเก่งที่ผงาดคว้ารางวัลโค้ชยอดเยี่ยมของฤดูกาลไปครอง รวมไปถึงชายที่ชื่อว่า "สตีเฟน เคอร์รี" เจ้าของรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าสองปีติดอีกด้วย

คีย์แมนของทีม สตีเฟน เคอร์รี (พอยต์การ์ด) 

สตีเฟน เคอร์รี เจ้าของรางวัล MVP ฤดูกาลปกติ 2 สมัยซ้อน

ในวงการยัดห่วงไม่มีใครไม่รู้จักชายที่ชื่อว่า "สตีเฟน เคอร์รี" โดยเขาผู้นี้คือคีย์แมนนำทัพ นักรบทองคำ ทะยานสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง ด้วยฟอร์มที่หาตัวจับยากทั้งการยิง 3 แต้มที่แม่นอย่างกับจับวาง แถมวงในก็ลุยเข้าไปวางได้อย่างยอดเยี่ยม ส่งผลให้เขาคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของปี หรือ NBA Most Valuable Player ไปครองเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

โดยฤดูกาลนี้ เคอร์รี สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นสถิติชู้ต 3 แต้มลงมากที่สุดในฤดูกาลปกติที่ 402 ครั้ง จากเดิมที่ตัวเขาทำได้ 286 ครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว นอกจากนี้ เคอร์รี ยังเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ต่อจาก สตีฟ แนช และ สตีฟ เคอร์ โค้ชของเขาที่มีค่าเฉลี่ยฟิลด์โกล 50 เปอร์เซ็นต์, ค่าเฉลี่ยชู้ต 3 แต้มลง 45 เปอร์เซ็นต์ และค่าเฉลี่ยชู้ตลูกโทษลง 90 เปอร์เซ็นต์

นอกจากสตีเฟน เคอร์รี ยังมี เคลย์ ธอมป์สัน ที่มีทีเด็ดไม่แพ้กัน

จุดแข็งของ โกลเดน สเตท ชุดนี้ไม่ใช่อยู่ที่เคอร์รี เพียงคนเดียว แต่นั่นคือการเล่นเป็นทีมเวิร์กภายใต้คำสั่งของ สตีฟ เคอร์ กุนซือคนเก่ง โดยเฉพาะแผนสมอลบอล (การลงเล่นโดยไม่มีเซนเตอร์) อันเลื่องชื่อ โดยใช้ สตีเฟน เคอร์รี เป็นจุดศูนย์กลางพร้อมกับมีมือปืนคู่หูของเขาอย่าง เคลย์ ธอมป์สัน ที่คอยส่องแต้มไกลอย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีตัวทีเด็ดอย่าง เดย์มอน กรีน ฟอร์เวิร์ดจอมห้าวที่คอยชนกับบรรดายักษ์ทีมคู่แข่งได้อย่างไม่เป็นรอง และความขยันของเขาทำให้ทีมได้เปรียบในหลายๆ ครั้ง และที่ขาดไม่ได้ตัวสำรองทีเด็ดอย่าง อันเดร อิกวาร์ดารา MVP รอบชิงปีที่แล้ว ที่พร้อมจะล็อกดาวน์ เหล่าสตาร์คู่แข่งไม่ให้ทำแต้มได้ทุกเมื่อ

รอบชิงปีนี้ถือเป็นโอกาสอันดีของทัพโกลเดนสเตท อีกครั้งที่จะคว้าแชมป์ 2 ปีติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีม รวมไปถึงทำให้โลกยัดห่วงได้รู้ว่าพวกเขาคือทีมที่ทำสถิติฤดูกาลปกติดีที่สุดและคว้าแชมป์ได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ชิคาโก บูลส์ เมื่อปี 1995-96

สตีฟ เคอร์ กุนซือคนเก่งของ วอร์ริเออร์ส ที่คว้าแชมป์ทั้งตอนเป็นผู้เล่นและตอนเป็นโค้ช

คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส (รองแชมป์เก่า และ แชมป์สายตะวันออก) 

สถิติฤดูกาลปกติ ชนะ 57 แพ้ 25

เส้นทางในรอบเพลย์ออฟ ก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศ

รอบแรกสายตะวันออก : ชนะ ชาร์ลอท ฮอร์เนทส์ 4-0 ซีรีส์

รอบตัดเชือกสายตะวันออก : ชนะ แอตแลนตา ฮอว์กส 4-0 ซีรีส์

รอบชิงแชมป์สายตะวันออก : ชนะ โตรอนโต แรพเตอร์ส 4-2 ซีรีส์

คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส เตรียมล้างแค้น วอร์ริเออร์ส เต็มที่

คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ภายใต้การคุมทีมของ ไทรอนน์ ลูว์ เฮดโค้ชคนใหม่ของทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเอ็นบีเอครั้งนี้ต้องบอกว่าไม่ยากเย็นนัก เนื่องจากคู่ต่อสู้ในสายของพวกเขาต่างเป็นทีมที่ด้อยกว่าแทบจะทั้งนั้น จะมีแค่ โตรอนโต แรพเตอร์ส คู่แข่งในรอบชิงแชมป์สายของเขาที่พอจะต่อกรได้เล็กน้อยแต่ก็ไม่เพียงพอที่จะสร้างบาดแผลให้กับ คลีฟแลนด์ ในชุดนี้ได้

สิ่งที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือการไร้ตัวผู้เล่นบาดเจ็บ ต่างจากปีที่แล้วที่สองสตาร์ของทีมนั้นได้รับบาดเจ็บทั้ง เควิน เลิฟ ฟอร์เวิร์ดตัวเก่งของทีม รวมไปถึง ไครี เออร์วิง การ์ดตัวเก่งที่เจ็บก่อนเข้ารอบชิง ซึ่งนั่นทำให้ เลบรอน เจมส์ ต้องแบกทีมคนเดียวก็ว่าได้ก่อนจะพ่ายให้กับ โกลเดน สเตท คู่แข่งของเขาในปีนี้ไปแบบน่าเจ็บใจ 2-4 ซีรีส์

ซึ่งความพ่ายแพ้ในรอบชิงปีที่แล้วของ คลีฟแลนด์ นำมาสู่ความแค้นระอุที่รอวันแก้แค้น และรอบชิงครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่พวกเขาจะล้างแค้น วอร์ริเออร์ส พร้อมคืนความสุขให้กับเมือง คลีฟแลนด์ ที่ล้มเหลวกับกีฬาไม่เคยคว้าแชมป์มาอย่างยาวนานถึง 52 ปีเต็มได้เสียที

คีย์แมนของทีม เลบรอน เจมส์ (ฟอร์เวิร์ด)

"เดอะ คิง เจมส์" เลบรอน เจมส์ โครตยัดห่วงของ คลีฟแลนด์

การมี เลบรอน เจมส์ โคตรยัดห่วงอยู่ในทีมต่างได้เปรียบคู่แข่งขันเล็กน้อยเสมอ ทั้งความแข็งแกร่ง รวดเร็ว และบ้าพลัง ทำให้คู่ต่อสู้ที่คอยประกบเขาต้องเผชิญกับความอึดอัดใจทุกเมื่อ อีกทั้งการมีเขาอยู่ในสนามมันทำให้ทีมเล่นง่ายไปซะหมดเพราะเนื่องจากจะทำแต้มเก่งแล้ว แต่เขาก็ยังรีบาวด์ และคอยแอสซิสต์ให้เพื่อนทำแต้มได้ดีไม่แพ้กันเลย และนั่นต้องบอกว่าเขาคือผู้เล่นที่ ออล อราวด์ (ทำได้ทุกอย่าง) ที่ดีที่สุดในยุคนี้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ฉายา "คิงส์เจมส์" ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เนื่องจากสถิติคือสิ่งบ่งบอกว่าเขาคือสุดยอดยัดห่วงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือการที่เขาอยู่ทีมไหนและทีมนั้นผ่านเข้ารอบชิงได้ถึง 6 ครั้งติดต่อกัน นั่นคือเครื่องหมายการันตีคุณภาพของเขาโดยไม่มีข้อสงสัยเลย

นอกจากคิงส์เจมส์ คลีฟแลนด์ ยังมีตัวทีเด็ดอีกหลายราย

แต่ถึงกระนั้นจุดแข็งของคลีฟแลนด์ไม่ใช่การมี เลบรอน เจมส์ อยู่คนเดียว เพราะรอบชิงปีที่แล้วก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าปิศาจ 1 ตน จะสู้กับผู้เล่นชั้นยอด 5 คนไม่ได้ แต่ปีนี้ไม่ใช่อย่างนั้นต้องบอกว่าคลีฟแลนด์รอบนี้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เกินร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ เพราะนอกจากเลบรอน เจมส์ แล้วพวกเขายังมีสองสตาร์ชื่อดังของลีกทั้ง เควิน เลิฟ ฟอร์เวิร์ดจอมทำแต้มทั้งวงใน และ วงนอก รวมไปถึง ไครี เออร์วิง การ์ดจอมพลิ้วที่ชู้ตได้อย่างแม่นยำไม่แพ้ใครในลีก ที่พร้อมใจกันสลัดคราบเดี้ยงจากปีที่แล้วกลับมาพร้อมสำหรับศึกชิงดำครั้งนี้

นอกจากนี้ตัวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เจอาร์ สมิธ, ติตัส ธอมป์สัน, แชนนิงก์ ฟราย, ริชาร์ด เจฟเฟอร์สัน และ แมทธิว เดลาวีโดวา ก็พร้อมเป็นทีเด็ดคอยทำลายคู่แข่งได้ไม่แพ้กัน

ศึกครั้งนี้คือของจริงสำหรับ คลีฟแลนด์ และต้องมาดูกันว่า ไทรอนน์ ลูว์ เฮดโค้ชของคลีฟแลนด์ จะทำได้ดีแค่ไหน อีกทั้งการมีผู้เล่นครบอัตราศึกแบบนี้ถือเป็นโอกาสดีของคลีฟแลนด์ที่จะล้างแค้นโกลเดน สเตท หลังทำพวกเขาผิดหวังเมื่อปีที่แล้ว

เลบรอน เจมส์ กับ สตีเฟน เคอร์รี จะเป็นตัวตัดสินในศึกครั้งนี้

วิเคราะห์รอบชิง : ต้องบอกว่าเป็นคู่ชิงที่สมน้ำสมเหนือเหลือเกินในเวลานี้ ซึ่งความแค้นของ คลีฟแลนด์ ในปีที่แล้วจะมาปะทุในปีนี้อย่างแน่นอน โดยเหล่าสตาร์ที่ต่างได้รับบาดเจ็บของ คลีฟแลนด์ เมื่อปีที่แล้วนั้นฟิตสมบูรณ์พร้อมเต็มที่สำหรับศึกครั้งนี้แล้ว แต่ถึงอย่างไร โกลเดน ก็คือ โกลเดน สถิติดีที่สุดในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอไม่ใช่ภาพลวงตาอย่างแน่นอน และจุดได้เปรียบของโกลเดนอย่างยิ่งคือการได้เล่นในบ้านมากกว่าคลีฟแลนด์ 1 เกม และนั่นจะทำให้พวกเขาที่ได้เปรียบในจุดนี้เฉือนเอาชนะไปได้อย่างสุดมันสมใจกองเชียร์

คำทำนาย : โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส ชนะ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส 4-3 ซีรีส์

สำหรับ ศึกหยุดโลกแมตช์นี้ จะประเดิมนัดแรกที่สนาม โอราเคิล อารีนา ของโกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส ในช่วงเช้าวันนี้เวลา 08.00 น. คอยัดห่วงห้ามพลาด!!!

อ่านเพิ่มเติม...
บาสเกตบอล เอ็นบีเอโกลเดน สเตท วอร์ริเออร์สคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์สสตีเฟน เคอร์รีเลบรอน เจมส์สกู๊ปออนไลน์ไทยรัฐออนไลน์