วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัญญาณยังแกว่งไปมา

เครื่องสะดุด จากกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติเป็นเอกฉันท์ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2559 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

โดยในความเห็นของผู้ตรวจการฯ ระบุ มาตรา 61 วรรคสองที่ว่า ผู้ใดเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อต่างๆที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง มีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่

ยังมีความไม่ชัดเจน คลุมเครือ ประชาชนอาจสับสน ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น และเจ้าหน้าที่อาจใช้ดุลพินิจ จนนำไปสู่การดำเนินการกับประชาชน

ระหว่างเหยียบคันเร่งคิวประชามติ แต่เจอคิวนี้ต้องชะงักกึ้ก

ถึงแม้ทั้ง กกต.–สนช. กระทั่งคนรัฐบาลประสานเสียง เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ขัดรัฐธรรมนูญก็แก้ไขเฉพาะมาตราที่ถูกตีความ และยังมีกฎหมายอื่นๆดูแลกระบวนการทำประชามติได้

คิวลงคะแนน 7 ส.ค.นี้ ยังเดินต่อ ไม่มีล้ม ไม่มีเลิก

แต่ก็อีกนั่นแหละ สัญญาณจากห้องเครื่อง “เรือแป๊ะ” เริ่มแปร่ง ไล่ตั้งแต่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ล่าสุดกล่าวกับภาคธุรกิจกลุ่มจี 77 ระบุ “ตราบใดยังไม่สงบก็จะอยู่”

บอกตรงนี้ ไม่สงบ ไม่เรียบร้อยก็ไม่ไป

ล่าสุด ระบุถึงกรณีที่จู่ๆมีข้อเสนอให้ใช้มาตรา 44 สั่งเลื่อนการทำประชามติออกไปหากคุมสถานการณ์ไม่ได้ “บิ๊กตู่” ระบุ ถ้ามันขัดแย้งต้องเลื่อนการลงประชามติออกไปก็ต้องเลื่อน ไม่ได้ว่าอะไร

“แต่ถ้าเลื่อนอย่ามาบอกว่าผมเป็นคนสั่งเลื่อนแล้วกัน”

ดูแล้วโรดแม็ปเลือกตั้งชัก “ไม่นิ่ง” เหมือนกัน

และคงไม่ใช่เรื่องธรรมดา สัญญาณแกว่งๆแปร่งๆเปิดออกมาถี่ แน่นอนย่อมถูกดักคอจากคนการเมืองว่าคิวนี้เป็นจังหวะ “ฉวยจังหวะ” ล้ม–เลื่อนประชามติ

ยืดเวลา “อำนาจพิเศษ”

คิวประชามติเกิดอาการกระตุก เครื่องสะดุดเป็นระยะๆ นั่นก็ไม่ต่างจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เอื้อต่อเป้าหมายทิศทางของอำนาจพิเศษในเวลานี้ 3 วันดี 4 วันไข้ เดินหน้ากันไม่ได้ไม่สุด

ตัวเลขเศรษฐกิจของแต่ละหน่วยงานที่ออกมา เดี๋ยวดี–เดี๋ยวร้าย บวกๆลบๆ

จนจับทิศทางสถานการณ์จริงกันไม่ค่อยถูก

แต่ล่าสุดเหมือนมีตัวช่วยจาก “โลก” มาช่วยหนุนกรณีสถาบันการจัดการนานาชาติ (ไอเอ็มดี) ประกาศผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยปี 2559 ถูกจัดอันดับจากที่ 30 มาเป็นอันดับที่ 28

ดีขึ้น 2 อันดับ สวนทางกับชาติอื่นๆในอาเซียน

เรียกว่านานทีถึงมีตัวเลขด้านบวกให้คนรัฐบาลออกมาตีฆ้องร้องป่าว หลังจากก่อนหน้านี้ข้อมูลด้านต่างๆเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

ไม่ว่าจะเป็นภาคส่งออก ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน

ชนิด “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ระบุเป็นสัญญาณดีที่สะท้อนว่าการทำงานด้านต่างๆเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ เป็นไปในทางที่ดีขึ้น “มาถูกทางแล้ว”

ถึงจะออกตัวว่าคิวนี้ ยกเครดิตให้ “บิ๊กตู่” ในฐานะผู้นำ ที่แสดงเจตจำนงจะพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยแก้ปัญหาอุปสรรคการลงทุนทุกด้าน

แต่อีกทางสัญญาณเศรษฐกิจดี ก็เป็นบวกต่อ “ดร.สมคิด” ในจังหวะที่เร่งปั๊มงานปั่นโปรไฟล์รัฐบาล และแต้มส่วนตัว ที่จะส่งผลต่อเส้นทางอนาคต

หากคิดเดินสู่บัญชีแคนดิเดต “คว้าดาว”

ถึงแม้จะเคยถูกจับตาอาการ “ปลง” เพราะแม้จะเข้ามารับบทแม่ทัพเศรษฐกิจ ทำงานเข้าขากับผู้ถือดุลอำนาจพิเศษคนสำคัญ แต่ข้อเท็จจริงก็ยังถูกระแวงเรื่องสายสัมพันธ์กับ “ขั้วอำนาจเก่าแก่”

ยังต้องลุ้นมีชื่อใน “แผนการทำทีม” ของ “อำนาจสีเขียว” ในโหมดเปลี่ยนหัว-คุมเกม

แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็ยังมีเงื่อนไข กรณีผลงานแก้ปมเศรษฐกิจจนฟื้นตัว ตัวเลขด้านต่างๆกระเตื้อง อันดับการแข่งขันของประเทศดีขึ้น

อันดับการแข่งขันของ ดร.สมคิดก็ “ได้ลุ้น” มากขึ้นเช่นกัน.

ทีมข่าวการเมือง

3 มิ.ย. 2559 01:33 3 มิ.ย. 2559 06:56 ไทยรัฐ