วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปราบค้ามนุษย์จริงจัง

โดย ซี.12

ความมุ่งมั่นของไทยกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์นั้นรัฐบาลได้ทุ่มเทสรรพกำลังในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ผนึกกำลังส่วนราชการทุกระดับ ทำงานกันอย่างเต็มที่แทบจะหายใจเข้าออกเป็นเรื่องค้ามนุษย์ กันเลยทีเดียว

นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แจ้งว่า

ผลงานสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่น ตั้งใจของรัฐบาลภายใต้นโยบาย “Zero Tolerance” คือการไม่อดทนต่อการค้ามนุษย์ ดังเห็นว่า เชิงนโยบายเริ่มตั้งแต่เร่งปิดจุดอ่อนทางกฎหมาย โดยออกกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาคดีค้ามนุษย์ เพิ่มบทลงโทษการกระทำผิดค้ามนุษย์ให้สูงขึ้น จัดตั้งหน่วยงานเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะในทุกกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นของตำรวจ อัยการ และไปจนถึงศาลออกบทลงโทษข้าราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องผูกสัมพันธ์กับการค้ามนุษย์ ถือได้ว่าไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีการจัดตั้งกลไกเช่นนี้ขึ้น สถิติการดำเนินคดีก็เพิ่มขึ้นจากปี 57 จำนวน 280 คดี เป็น 317 คดี มีการติดตาม เร่งรัด กวดขันต่อเนื่อง

นอกเหนือจากการดำเนินคดี ประเด็นที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษยังมีเรื่องป้องกันกลุ่มเสี่ยงไม่ให้ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว และแรงงานในภาคอุตสาหกรรมประมง ซึ่งเชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ IUU และประเด็นสุดท้ายคือ เรื่องการคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

บทบาทของกระทรวง พม.คือ ยึดถือในการคุ้มครองช่วยเหลือ โดยการคุ้มครองผู้เสียหายทุกเพศทุกวัย และทุกเชื้อชาติ โดยไม่เลือกปฏิบัติ คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กระทรวง พม. ได้จัดตั้งสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ใน 8 แห่ง กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ แบ่งเป็นสถานคุ้มครองชาย 4 แห่ง และหญิง 4 แห่ง ในปี 2558 ได้ช่วยเหลือผู้เสียหายพักพิงในหน่วยงานของ พม. 471 คน ก็มีทั้งคนไทยและคนต่างด้าว

แม้ว่ารัฐบาลไทยได้ส่งรายงานให้สหรัฐฯ (Annual Report) เป็นรายงานประจำปีไปแล้ว เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 และรอบสอง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2559 ปลัดกระทรวง พม. ยืนยันว่า ยังคงเดินหน้าติดตามการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ภาคประชาสังคมสามารถเข้าไปเยี่ยมสถานคุ้มครองฯ ได้อย่างเช่น “บ้านนารีสวัสดิ์” ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้การช่วยเหลือได้ตามมาตรฐานสากล และอยากขอเชิญชวนสื่อมวลชนต่างประเทศไปดูการให้ความคุ้มครองผู้เสียหาย ที่เราเรียกกันใน “สถานคุ้มครอง” ว่า “ลูก” มีความอบอุ่นเกินกว่าที่จะอธิบายคำว่า “ลูก” ในภาษาต่างประเทศตรงๆได้อย่างไร

บ้านนารีสวัสดิ์มีภารกิจหลักเหมือนกับสถานคุ้มครองอีก 7 แห่ง คือ การให้บริการปัจจัยสี่ ทั้งเรื่องอาหาร ที่พักพิง การรักษาพยาบาล การบำบัดฟื้นฟูทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ การฝึกอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม/ประเทศต้นทาง แต่จุดเด่น คือ การดูแลผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิงและเด็ก จึงเปิดร้านฝึกประสบการณ์ ทั้ง “ร้านนารีบิวตี้” “ร้านนารีนวดแผนไทย” และ “ร้านนารีผลิตภัณฑ์” สร้างอาชีพและความอบอุ่นให้แก่ผู้พัก อาศัย รวมทั้งมีศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับขบวนการป้องกันการค้ามนุษย์ด้วย

ไม่ว่าสหรัฐฯ จะจัดให้ประเทศไทยอยู่ในระดับใดก็ตาม ปลัดไมตรีย้ำว่า เราจะยังคงเดินหน้าแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล ด้วยความมุ่งมั่นของไทยทุกฝ่าย.

“ซี.12”

2 มิ.ย. 2559 13:59 3 มิ.ย. 2559 06:57 ไทยรัฐ