วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก : 100 ปีทีมชาติไทยกับความฝันในวัยเด็กของผม

โดย ป๋อง กพล

ในความทรงจำของผมเกี่ยวกับฟุตบอลไทยนั้น บอกเลยว่าเยอะแยะมากมาย ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพร้อมกันเท่าที่จำความได้ ก็เกิน 40 ปี นักฟุตบอลในดวงใจที่ได้เห็น ได้ยลฝีเท้ากับตา ก็เยอะแยะมากมายเคยเห็นในช่วงที่สูงสุด ชนิดคนดูเต็มสนาม เคยเห็นช่วงที่ต่ำสุด ชนิดที่ว่าเอาบัตรไล่แจก คนยังสะบัดมือหนี ซึ่งผมเองก็ไม่นึกไม่ฝันนะครับว่าวันนี้ ฟุตบอลไทยของเรา จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 เป็นที่เรียบร้อย และยังเป็นปีที่ฟุตบอลไทยนั้นกลับมาได้รับความนิยมกันอีกครั้ง เรียกได้ว่าหันไปทางไหน กระแสการตอบรับก็มีให้เห็นกันทั่วประเทศ ชนิดที่ว่าน่าชื่นใจกันเลยทีเดียว


ย้อนกลับไปวัยเด็ก ผมนายป๋องที่มีบ้านอยู่ที่หมู่บ้านยูริ แถวปากน้ำสมัยนั้น ครอบครัวก็พอมีพอกิน ไม่ถึงขั้นรวยเลิศหรืออดมื้อกินมื้อ ผมป๋องหรือเด็กชายอั๋น ที่คนแถวหมู่บ้านจะเรียกติดปากกัน ก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่มีความใฝ่ฝันเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ที่สักวันหนึ่งเราอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ อยากเล่นฟุตบอลให้ได้เก่งแบบขวัญใจของเรา อยากมีธงไตรรงค์ติดอยู่บนหน้าอกเสื้อ จำได้ในวัยเยาว์ตอนนั้นผมหิ้วลูกฟุตบอลพลาสติก ซึ่งราคาลูกไม่กี่บาท ออกไปวิ่งไล่เตะกับเด็กแถวบ้าน โดยมีน้องชายของผม อย่างน้องเอ็ดเอ้ คอยเป็นคู่ซ้อม และช่วยกันเล่นตามประสาเด็กๆ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกฝนวิชาฟุตบอลด้วยตัวเองลองผิดลองถูก ไปเลี้ยงบอลบนขอบปูนบ้าง ไปเลี้ยงบอลหลบหมาบ้าง จนบางครั้งยังเคยแอบคิดว่าเราจะเลี้ยงบอลลอดท้องหมามาแล้วก็มี

จนกระทั่งฝันของผมได้ก้าวมาอีกขั้น เมื่อผมเองนั้นได้มาเล่าเรียนในโรงเรียนลูกหนังที่ถือว่าดีอันดับต้นๆ ของประเทศในสมัยนั้น อย่างโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ก็ทำให้ผมได้มีโอกาสฝึกฝนวิชาลูกหนังมากยิ่งขึ้นแถมช่วงนั้นผมยังได้ย้ายบ้านมาอยู่แถวดอนเมือง ทำให้ผมได้ใกล้ชิดกับนักฟุตบอลที่ต้องถือว่า ดีที่สุดตั้งแต่มีนักฟุตบอลทีมชาติมา นั่นก็คือ พี่ตุ๊ก ญาณี เฮ้ย!!! จะไปเล่นเกมมาตามนัดหรือไงไอ้บ้า อ๋อๆๆ โทษทีๆ นั่นก็คือ พี่ตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน มันยิ่งทำให้ผมกระสันอยากจะเป็นนักบอลทีมชาติมากขึ้นไปอีก จากแรงบันดาลใจนั้นเอง ตัวผมก็เริ่มทำตามความฝันไปทีละก้าว โดยเริ่มจากการเล่นฟุตบอลกีฬาสีบ้าง ฟุตบอลแถวบ้านบ้าง จนกระทั่งผมได้ติดทีมโรงเรียน ซึ่งมันถือว่าเป็นความใฝ่ฝันของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ผมได้มีโอกาสปะทะแข้งกับทีมโรงเรียนต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะการได้ลงปะทะฝีเท้ากับสุดยอดนักฟุตบอลคนหนึ่งซึ่งต่อมาเค้าคนนั้นได้ก้าวไปเป็นนักฟุตบอลทีมชาติที่เก่งกาจ นั่นก็คือ อดุลย์ มะลิพันธ์ ซึ่งต้องบอกเลยว่า เป็นช่วงเวลาที่แสนสนุกสนานของผมเป็นอย่างมาก

แต่ท้ายที่สุด ความฝันของผมก็ดับสลายลง เมื่อช่วงมัธยมตอนปลายในปีสุดท้าย ผมดันประสบปัญหาบาดเจ็บ จนทำให้ชีวิตการเป็นนักฟุตบอลทีมชาติของผมต้องจบลง ซึ่งมันถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายมากอีกช่วงหนึ่งสำหรับผม แต่ถึงกระนั้น ตัวผมเองก็ไม่ทิ้งหายจากการเล่นฟุตบอล เมื่อครั้งผันตัวเองไปสู่รั้วมหาวิทยาลัย ผมก็ได้คู่หูในการเล่นฟุตบอลคนใหม่นั่นก็คือ แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสมัยนั้นบอกได้เลยว่าเป็นคู่หูที่หาตัวจับยากมาก ชนิดที่ว่า มองตาก็รู้ใจ เรียกได้ว่าเซ้นส์บอลทันกัน แต่ท้ายที่สุด เราก็ต้องแยกทางกัน เพราะผมต้องทิ้งฝัน เพื่อมาทำงานช่วยเหลือครอบครัว แต่ผมก็สัญญากับตัวเองว่า สักวันหนึ่งเราจะกลับมาอยู่กับวงการฟุตบอลอีกครั้ง

และผมก็ได้รับโอกาสให้ได้ทำงานฟุตบอลอีกครั้ง ในฐานะนักจัดรายการกีฬา เริ่มต้นจากคู่หูผีบ้าบอลทางฟุตบอล สเตชั่น ของหนังสือพิมพ์กีฬา คิกออฟ จนกระทั่งมาถึงรายการ Sport Relax ทาง Fm 99 ในปัจจุบัน ซึ่งช่วงเวลานี้ ผมก็ได้เห็นและก็รับรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายเกี่ยวกับวงการฟุตบอลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือเทศ โดยเฉพาะฟุตบอลไทย ที่ผมก็เฝ้าติดตามให้มากขึ้น ซึ่งต้องบอกเลยว่า น่าจะเป็นช่วงที่ฟุตบอลบ้านเรา มีทั้งความสุข และความอื้อฉาวไม่ต่างกันเลย จนในตอนนั้น ผมเฝ้านึกว่าวงการฟุตบอลบ้านเราจะไปรอดหรือไม่ หรือว่ามันถึงเวลาที่ต้องดับสูญ คงเหลือไว้แต่เพียงเรื่องราวความทรงจำให้ได้แค่พูดถึงกัน แต่ทว่า มันก็หาได้เป็นเฉกเช่นนั้นเพราะความเชื่อมั่น ความศรัทธา ของแฟนบอลบ้านเรา ถึงแม้มันจะน้อยนิดก็เถอะ หรือแม้กระทั่ง คนในวงการสื่อก็ดี วงการต่างๆ ก็ดี ต่างเข้ามาค่อยๆ ช่วยกันฟื้นฟูยักษ์หลับ ให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง จนทุกวันนี้มันกลับกลายเป็นกระแสชาตินิยมเลยทีเดียว


เพราะฉะนั้น ในสัปดาห์นี้เราจะมาร่วมฉลอง 100 ปีฟุตบอลไทยกัน กับฟุตบอลที่ถือว่าเป็นรายการที่สำคัญที่สุดของบ้านเรา ฟุตบอลรายการที่เราเคยเห็นคนล้นทะลักจนสนามแตก ฟุตบอลรายการที่เราเคยเห็นเหล่านักเตะทีมชาติของเรา วิ่งสู้ฟัดกันแบบถวายหัว และเป็นฟุตบอลรายการที่เราห่างเหินจากการคว้าแชมป์มานานเป็นเวลา 9 ปีเต็ม ปีนี้เราจะไปรวมตัวกันเชียร์ ร่วมกันเพื่อส่งแรงใจให้นักฟุตบอลของเรานั้น นำถ้วยสำคัญใบนี้อยู่ในบ้านเราต่อไป ในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ไปร่วมสร้างประวัติศาสตร์กันนะครับ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ไปเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ร่วมกัน ส่วนใครที่เดินทางไปไม่ได้ก็เฝ้าติดตามชมการถ่ายทอดสดผ่านหน้าจอทีวีของคุณได้ งานนี้ช่องไทยรัฐทีวี ของเรารับหน้าที่ในการถ่ายทอดสดให้ได้ชมกันทั่วประเทศ

และนี่คงจะเป็นทั้งหมดทั้งมวลของผมในสัปดาห์นี้แล้วนะครับ ก่อนจากกันไป ที่ผมได้เขียนมาทั้งหมดข้างต้นนั้น เพียงแค่อยากจะบอกว่า ถ้าคุณมีฝันก็อย่าทิ้งมันนะครับ จงตามความฝันของคุณไปให้สุดถึงแม้ว่าความฝันนั้น ท้ายที่สุดแล้วเราอาจจะไปไม่ถึงความฝัน แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำ ไม่ใช่เพียงแต่นั่งมองความฝันให้มันวิ่งมาหาตัวเรา

วันนี้ขอบคุณทุกท่านในการติดตาม เอ้อ ลืมไปเลย ฝากงานผมสักนิดครับอันก็ถือว่าเป็นความฝันของผมเหมือนกัน เพราะตลอด 20 กว่าปีที่ทำงานกับรายการวิทยุเล็กของผมอย่าง The Shock วันนี้ผมก็พารายการเล็กๆ ของผมมาตามฝันได้อีกหนึ่งก้าว นั่นก็คือ ละครเวที ซึ่งผมก็ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะมีวันนี้

ฝากด้วยนะครับ "นั่งติดผี The Shock On Stage" จะเปิดการแสดงตั้งแต่วันที่ 16-26 มิถุนายนนี้ ที่รัชดาลัยเธียเตอร์ สามารถจับจองบัตรกันได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา บัตรราคา 500/800/1,000/1,500/2,000 ไปดูกันเยอะๆ นะครับ เพราะถ้าคุณพลาดไปครั้งนี้ ผมบอกเลยว่าไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ดูอีกหรือไม่ แล้วเจอกันนะครับ ลาไปก่อน สวัสดีครับ

ป๋อง กพล

2 มิ.ย. 2559 13:36 ไทยรัฐ