วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สะท้อนภาพ รธน.“ผ่าน–ไม่ผ่าน”

โดย สายล่อฟ้า

โพลสำรวจความเห็นของประชาชนในห้วงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ แม้ว่าจะเป็นเพียงความเห็นจากประชาชนส่วนหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็เป็นภาพสะท้อนสภาพการณ์ได้พอสมควรว่าอะไรเป็นอะไรได้

“นิด้าโพล” ได้สำรวจความเห็นว่าด้วยเรื่องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปรากฏผลออกมาว่า 39.53% ยังไม่ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ

32.0% จะรับร่างรัฐธรรมนูญ 8.67% ไม่รับ 19.73% จะไปใช้สิทธิแต่ยังไม่มีมติชัดเจนว่าจะรับหรือไม่ ให้ ส.ว.สรรหามีอำนาจร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี มีผู้เห็นด้วย 29.20% ไม่เห็นด้วย 21.93%

พิจารณาจากตัวเลขนี้แล้วจะเห็นว่าผู้รับร่างรัฐธรรมนูญจะใกล้เคียงกับคำถามพ่วง

นั่นก็หมายความว่า ความสอดคล้องระหว่างผู้รับร่างกับคำถามพ่วงมีทิศทางเดียวกัน หมายความว่า ถ้ารัฐธรรมนูญผ่าน คำถามพ่วงก็จะผ่านด้วย

เท่ากับว่ามีความเห็นที่ตรงกันใน 2 ส่วนนี้

แต่ตัวแปรสำคัญก็คือตัวเลข 39.53% ถือว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ และมีผลต่อการทำประชามติที่จะดำเนินการในวันที่ 7 ส.ค.59

จึงอยู่ที่ว่าจากนี้ไปจนถึงวันที่ 7 ส.ค. เป็นช่วงที่สำคัญต่อการตัดสินใจของประชาชนว่าจะไปใช้สิทธิรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญหรือแม้กระทั่งการไปใช้สิทธิด้วย

เสียดายที่ว่าการสำรวจความเห็นของประชาชนไม่ได้มุ่งเน้นไปที่คำถามว่า ทำไมยังไม่ตัดสินใจหรือการตัดสินใจรับหรือไม่รับเหตุผลอะไร

คงจะเป็นเพราะว่าสำนักโพลไม่กล้าจะถามเจาะลึกไปมากกว่านี้ได้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทำผิดกฎหมาย เพราะมีข้อห้ามในการแสดงความเห็นหรือการแสดงออก

เหนืออื่นใดคำตอบที่ชัดเจนมากกว่านี้ คงต้องรอดูผลการรณรงค์จากทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะการที่ กรธ.และ สนช.ที่จะเดินสายเพื่อชี้แจง และทำความเข้าใจต่อประชาชนถึงสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง

ซึ่งน่าจะทำให้ความเข้าใจของประชาชนมีมากขึ้น

จนสามารถที่จะนำไปเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ

แต่ปัญหาในขณะนี้ก็คือ การตีความข้อกฎหมายว่าการแสดงความคิดเห็นระดับไหนที่ไม่ผิดกฎหมายหรือถูกกฎหมาย อะไรทำได้หรืออะไรทำไม่ได้

ต้องไม่ลืมด้วยว่าการทำหน้าที่ชี้แจงของ กรธ. ด้วยการอบรมบรรดาวิทยากรที่มีการจัดเป็นระดับครู ก. ข. ค. ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้เพื่อให้เข้าใจถึงสาระของรัฐธรรมนูญแล้วนำไปถ่ายทอดต่ออีกขั้นหนึ่ง

จะเข้าใจได้ลึกซึ้งแค่ไหน จะก้าวข้ามต่อการกระทำผิดได้หรือไม่?

เนื่องจากได้มีการจัดตั้งขบวนการตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายประชามติในเรื่องการแสดงความคิดเห็นซึ่งกำลังมีการรณรงค์อยู่ อย่างเช่น การเชิญ กกต.ไปเป็นวิทยากรเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องนี้อยู่

พูดง่ายๆ ก็คือการสร้างขบวนการ “จ้องจับผิด” ขึ้นมา

หรือจะพูดว่าเป็นการย้อนศร “กรธ.-กกต.-คสช.” ทั้งระบบการออกกฎกติกาเพื่อปิดกั้นไม่ให้แสดงความเห็น ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

แน่นอนว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาแน่ เพราะหากมีการกระทำผิดก็จะต้องมีการฟ้องร้องกันนัวเนียไปหมดจนนำไปสู่ความวุ่นวายได้
เป็นเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายหนึ่งและการตรวจสอบอีกฝ่ายหนึ่งที่จะทำให้เกิดความยุ่งยากก่อน-หลังการลงประชามติได้

และจะเป็นเหตุให้ “ประชาชน” ไปใช้สิทธิน้อยลง เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย.

“สายล่อฟ้า”

2 มิ.ย. 2559 13:13 ไทยรัฐ