วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรากฏการณ์รถไฟฟ้า Tesla จองล่วงหน้า 4 แสนคันแล้ว

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า รถไฟฟ้า Tesla โมเดล 3 ราคาคันละ 35,000 เหรียญสหรัฐฯ ราว 1,225,000 บาท ที่จะเริ่มผลิตในกลางปีหน้า แต่มีคนอเมริกันสั่งจองล่วงหน้าแล้วถึง 400,000 คัน (ตัวเลขถึง 23 พฤษภาคม) ผู้จองทุกคนต้องจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าคันละ 1,000 เหรียญ 35,000 บาท ทำให้ Elon Musk ซีอีโอ Tesla Motor เจ้าของรถไฟฟ้าเทสลา รับเงินสดล่วงหน้าไปแล้ว 400 ล้านดอลลาร์ 14,000 ล้านบาท

แต่ยอดจองรถ เทสลา โมเดล 3 ก็ยังเพิ่มขึ้นทุกวัน

อีลอน มัสค์ ประกาศจะเริ่มผลิตรถยนต์ เทสลา โมเดล 3 ในเดือนกรกฎาคม 2017 และเริ่มส่งรถให้ผู้จองได้ในสิ้นปี 2017 คาดว่าจะส่งมอบรถได้หมด 400,000 คัน ในสิ้นปี 2018 โน่น นี่ยังไม่นับยอดจองที่ยังเพิ่มขึ้นตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ผลิต

รถไฟฟ้า Tesla Model 3 ถือเป็นรถไฟฟ้ารุ่นที่ 4 ของเทสลา รถไฟฟ้าเทสลาคันแรกเป็น รถสปอร์ตไฟฟ้า มีเพื่อนฝูงซื้อมาใช้เล่นในเมืองไทย ผมเลยมีโอกาสไปลองความแรงและความเร็วด้วยตัวเองเมื่อหลายปีก่อน แรงยิ่งกว่ารถสปอร์ตที่ใช้น้ำมันเยอะ แค่เหยียบปุ๊บรถพุ่งปรี๊ดถึง 300 กม.ต่อชั่วโมง ในเวลาไม่กี่วินาที

รุ่นต่อมาเป็น Model S และ Model X ที่มีคาราแพงคันละแสนกว่าเหรียญขึ้น ก็มีเพื่อนฝูงสั่ง Model S เข้ามาใช้เล่น ผมลองขับและนั่งดูแล้ว เงียบมาก ภายในก็โอ่อ่ากว้างขวางเหมือนนั่งรถบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ยังไงยังงั้น

เนื่องจากรถไฟฟ้าสองรุ่นนี้มีคาราคาแพง จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ และเป็นรถขนาดใหญ่ อีลอน มัสค์ จึงตัดสินใจย่อส่วนลงมาเป็น โมเดล 3 และลดราคาลงมาเหลือคันละ 35,000 เหรียญ เพื่อให้เป็นรถไฟฟ้าระดับแมส ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อได้

ผลจึงเกิดการจองอย่างล้นหลามอย่างที่เป็นข่าว ทั้งที่ยังไม่เคยสัมผัสรถจริง

อีลอน มัสค์ บอกว่า เทสลา โมเดล 3 จะเป็นรถยนต์ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก มีทั้งรุ่นที่ขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ มีจอแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ 15 นิ้ว รวมทั้ง ฮาร์ดแวร์การขับเคลื่อนอัตโนมัติที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ระบบความปลอดภัยแอ็คทีฟตลอดเวลา ห้องโดยสารผู้ใหญ่ 5 คนนั่งได้อย่างสบาย ห้องเก็บของท้ายรถก็ใหญ่กว่ารถยนต์ใช้นํ้ามันทั่วไป สามารถเก็บเซิร์ฟบอร์ดขนาด 7 ฟุตได้อย่างสบาย

จากยอดจองอย่างล้นหลาม ทำให้ อีลอน มัสค์ ต้องไป สร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ลิเธียม ไอออน ขนาดใหญ่ยักษ์ กลางทะเลทรายรัฐเนวาดา เขาเรียกว่า Gigafactory หรือ อภิมหาโรงงาน โรงงานทั้งหมดอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน เพื่อผลิตแบตเตอรี่ป้อนรถ เทสลา โมเดล 3 ให้เพียงพอและทันต่อการส่งรถให้ลูกค้าในปีหน้าให้ได้ถึง 2000,000 คัน

กิ๊กกาแฟคตอรี่ ใหญ่แค่ไหน ไม่ได้บอกขนาดไว้ แต่ มัสค์ บอกว่า โรงงานยักษ์แห่งนี้สามารถผลิตแบตเตอรี่ ลิเธียม ไอออน ได้ถึง 35 กิกะวัตต์ต่อปี หรือเท่ากับ 35,000 ล้านวัตต์ มากกว่า ลิเธียม ไอออน ที่ผลิตได้ทั้งโลกในปี 2013 เลยทีเดียว
โรงงานแบตเตอรี่ยักษ์แห่งนี้ จะเริ่มผลิตในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้

ที่ผมเรียกว่าเป็น “ปรากฏการณ์รถไฟฟ้าเทสลา” เพราะว่าเป็น ครั้งแรกในโลก ที่ รถยนต์ราคาคันละล้านกว่าบาท ที่ยังไม่ได้ผลิตสักคัน แต่มียอดจองและวางเงินมัดจำล่วงหน้ามากกว่ายอดจองไอโฟนของแอปเปิลเสียอีก ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ผมอยากจะ ส่งสัญญาณ ต่อไปยัง รัฐบาล คสช. ว่า นโยบายผลิตรถยนต์อีโคคาร์ และ รถยนต์ไฮบริด ที่รัฐบาลกำลังส่งเสริมนั้น น่าจะหลงทางแล้ว ควรต้องหยุดและคิดใหม่

วันนี้ ยุครถยนต์ไฟฟ้ามาถึงแล้ว และเป็นอนาคตของโลกด้วยหมดยุครถยนต์นํ้ามันแล้ว รัฐบาลต้องทบทวนนโยบายลงทุนรถยนต์เสียใหม่ ก่อนที่จะสูญเปล่า

อยากจะทำประเทศไทยให้เป็น Thailand 4.0 ต้องคิด ลงทุนเพื่ออนาคต ต้องกล้าคิดอย่าง Elon Musk ไม่ใช่คิดแบบ
อะนาล็อกแล้วจะให้เป็นดิจิตอล ยุทธศาสตร์ 20 ปีข้างหน้า ไม่รู้โลกวิ่งไปถึงไหนแล้ว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

2 มิ.ย. 2559 13:01 3 มิ.ย. 2559 06:59 ไทยรัฐ