วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กล่อมมอบตัว 'ธัมมชโย' พึ่งเจ้าคณะปทุมช่วยพูดเจรจาให้ 'ธรรมกาย'เลิก! รถขวางประตูวัด

บรรยากาศวัดพระธรรมกายผ่อนคลายขึ้น หลังถอยรถเกรดเดอร์และแบ็กโฮออกจากประตูแล้ว เหตุ “ประยุทธ์” สั่งเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการอย่างละมุนละม่อม เชื่อเจ้าหน้าที่ไม่บุกจับ ขณะที่ดีเอสไอยังรอคำตอบจากเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ที่ประสานพระธัมมชโยเข้ามอบตัวอยู่ ด้าน “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ลุยยื่นหนังสือร้องเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และเจ้าคณะภาค 1 พิจารณาพฤติกรรมพระธัมมชโย 4 ข้อ ทั้งอวดอุตริ ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย ฯลฯ กล่าวหาพฤติกรรมคล้ายเณรคำ “บิ๊กจิ๋ว” แจง เข้าพบสมเด็จช่วงแค่ขอพร ไม่เกี่ยวกับการเจรจาเรื่องธัมมชโย นายกแพทยสภาเผย เตรียมส่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตรวจพระธัมมชโยว่าเจ็บป่วยตามใบรับรองที่ระบุไว้หรือไม่ และจะนำผลไปแจ้งให้คณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่วันที่ 9 มิ.ย. ผลการตรวจออกมายังไงไม่เกี่ยวกับทางคดี ส่วนผลสอบ พ.ท.นพ.ศิริพงษ์ พัฒนธนาพิสุทธิ์ รอง ผอ.รพ.ค่ายภาณุรังษี คนออกใบรับรองแพทย์ให้พระธัมมชโยออกแล้ว พบว่ามีความผิดจริง เพราะคนไข้ไม่เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ต้องรับโทษทางวินัย

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร กรณีรับเงินบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ กว่า 2,000 ล้านบาท ก่อนหน้านี้นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย ทำหนังสือถึงดีเอสไอขอเลื่อนมอบตัวหลายครั้ง จนคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอและอัยการตัดสินใจเดินทางไปขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับเป็นครั้งที่ 2 จนศาลอนุมัติหมายจับพระธัมมชโย นัดหมายให้เข้ามอบตัววันที่ 26 พ.ค.ที่ สภ.คลองหลวง แต่เมื่อถึงเวลานัดทนายความแจ้งพนักงานสอบสวนว่า พระธัมมชโยป่วยกะทันหันไม่สามารถมอบตัวได้ หลังจากนั้นบรรยากาศที่วัดพระธรรมกายเริ่มตึงเครียด มีความเคลื่อนไหววางเวรยามอย่างแน่นหนา ขณะที่ดีเอสไออยู่ระหว่างตัดสินใจดำเนินการนำตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 มิ.ย. ที่สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร พระภาสุระ ทนฺตมโน ผู้ประสานงาน สำนักต่างประเทศ แถลงข่าวว่า องค์กรพุทธในญี่ปุ่นร้องนายกรัฐมนตรีไทย ให้ความเป็นธรรมต่อพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ตามที่เสนอข่าวกรณีหลวงพ่อธัมมชโยถูกกล่าวหาและมีหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีรับของไม่ถูกกฎหมาย แต่เป็นที่ทราบดีว่า ขณะนี้มีอาการอาพาธ ไม่สามารถเดินทางไปรับทราบกล่าวหาได้ จนนำไปสู่กระบวนการออกหมายจับ ทำให้องค์กรพุทธในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ชมรมอินเนอร์พีซโอซากา สมาคมสร้างสรรค์สันติสุขนางาโน สมาคมสายสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น สมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมญี่ปุ่น-ไทย โยโกฮามา และสมาคมเรารักสันติภาพแห่งไซตามะ (WLPSA) จึงทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ชะลอการดำเนินคดีทางกฎหมายกับพระเทพญาณมหามุนี

พระมหานพพรกล่าวต่อไปว่า สำหรับการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขององค์กรพุทธในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ เพื่อขอความเห็นใจชะลอการดำเนินคดีทางกฎหมายกับพระเทพญาณมหามุนี เนื้อหาหนังสือระบุว่า มีความกังวลใจและไม่สบายใจที่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีต่อพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระภิกษุสูงอายุกำลังอาพาธ พระเทพญาณมหามุนีทำคุณประโยชน์ ต่อพระพุทธศาสนาและสังคมมาตลอดกว่า 50 พรรษา ในชีวิตสมณะอุทิศตนเพื่องานพระพุทธศาสนา และตั้งมั่นอยู่ในศีล สมาธิและปัญญา เห็นได้จากโครงการทั้งหลายของวัดพระธรรมกายที่จัดขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ชาวไทยและชาวโลก จึงขอเรียกร้องผ่าน ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการกรณีนี้อย่างชอบธรรม เป็นไปด้วยความละมุนละม่อม ไม่มีการใช้ความรุนแรง ชาวบ้านจึงนำรถแบ็กโฮและรถเกรเดอร์ออกจากประตูหน้าโบสถ์เรียบร้อยแล้ว หลังทราบว่า นายกรัฐมนตรีให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการคดีพระธัมมชโยแบบละมุนละม่อม จึงทำให้เชื่อมั่นว่า จะไม่มีการบุกเข้ามาจับกุมพระธัมมชโย

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ภายหลังตนและพนักงานสอบสวนเข้ากราบนมัสการพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในฐานะเจ้าคณะปกครองวัดพระธรรมกาย ให้ช่วยดำเนินการประสานให้พระธัมมชโยมามอบตัว ซึ่งพระเทพรัตนสุธีระบุว่า จะเป็นตัวกลางในการดำเนินการให้ และได้เร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากคดีนี้เป็นที่สนใจของสังคม ส่วนเรื่องมีการเผยแพร่ภาพการ์ดเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ปะปนกับศิษยานุศิษย์อยู่ภายในวัดพระธรรมกายนั้น ยังติดตามตรวจสอบอยู่ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราพิจารณาด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง

ต่อมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง เผยด้วยว่า กรณีวัดพระธรรมกายร้องขอให้แพทย์จากแพทยสภาเข้าไปร่วมตรวจอาการอาพาธของพระธัมมชโยนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานมา แต่ถ้าพระธัมมชโยยอมให้แพทย์จากส่วนกลาง หรือแพทยสภาเข้าร่วมตรวจสอบอาการอาพาธพร้อมแพทย์วัดพระธรรมกาย ดีเอสไอก็ไม่ขัดข้อง แต่ทั้งนี้ต้องขอประชุมคณะพนักงานสอบสวนว่าจะดำเนินการตามที่ร้องขอหรือไม่

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ตนจะเข้ายื่นหนังสือคำฟ้องกล่าวหาพระธัมมชโย ที่กระทำการอวดอุตริมนุสธรรมล่วงละเมิดพระธรรมวินัย อันเป็นครุกาบัติต่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลางฐานะหัวหน้าคณะผู้พิจารณาชั้นต้น และพระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค 1 ฐานะผู้พิจารณาชั้นต้น ที่วัดพิชยญาติการามวรวิหารเวลา 13.30 น.วันนี้ (1 มิ.ย.) ขอให้พิจารณาพฤติกรรม 1.การอวดอ้างว่าพบเห็นวิญญาณของนายชาติชาย โรจน์กีรติกาญจน์ อยู่สวรรค์ชั้นที่ 2 ฝากข่าวมาบอกลูกว่า มีความสุขสบายดีขอให้ลูกทำบุญอุทิศไปให้มากๆ (ทั้งที่ข้อเท็จจริงนายชาติชายยังไม่ได้เสียชีวิต) 2.อ้างว่าพบเห็นวิญญาณของสตีฟ จอบส์ ไปเกิดในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา 3.เรื่องพบเห็นพุทธทาสภิกขุตกในนรกเพราะสอนธรรมะผิดและเป็นมิจฉาทิฏฐิ เรื่องพบเห็นพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อยู่ในนรกเพราะหลงว่าตนเป็นพระอรหันต์ ธัมมชโยจึงช่วยขึ้นมาบำเพ็ญบารมีต่อที่ชั้นดาวดึงส์ 4.การอวดอ้างว่าตนเป็นต้นธาตุ ต้นธรรม เป็นพระพุทธเจ้า ทั้งฝ่ายโปรดและฝ่ายปราบเหนือกว่าพระพุทธเจ้าธรรมดา สามารถให้ธรรมแก่ผู้ใดให้บรรลุธรรมกาย หรือปราบจับขังในตู้เซฟไม่ให้ได้ผุดได้เกิด

“เฉพาะกรณีการเทศน์และเผยแพร่อวดอ้างว่า นายชาติชาย โรจน์กีรติกาญจน์ ตายแล้วไปเกิดในสวรรค์ชั้นที่ 2 (น้าชายนายสมคะเน ยอดพราหมณ์ พยาน) แต่ข้อเท็จจริงนายชาติชายยังไม่เสียชีวิต เป็นข้อพิสูจน์ว่า พระธัมมชโยกับพวกไม่มีญาณวิเศษจริง โดยนำเข้าเผยแพร่ทางเว็บไซต์ http://www.dmc.tv เมื่อวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2556 และเมื่อวันที่ 11-15 ตุลาคม 2556 เพื่อหวังเงินบริจาคจากประชาชนที่หลงเชื่อในคุณวิเศษที่ไม่มีอยู่จริง ครบองค์แห่งอาบัติปาราชิกสิกขาบทที่ 4 และมีกรณีคล้ายคลึงคือ กรณีพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก แห่งวัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ กล่าวอ้างระหว่างเทศนาธรรมว่า เคยมีเพื่อนเป็นพระอินทร์สามารถระลึกชาติได้ และเคยเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธเจ้าตรัสว่า หลวงปู่เณรคำจะได้เป็นผู้กอบกู้ศาสนา และเวียนว่ายตายเกิดมาจนถึงยุคปัจจุบันเพื่อนำพาศาสนิกชนให้หลุดพ้น ทำให้การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการอวดอุตริมนุสธรรม” นายไพบูลย์กล่าว

ที่วัดพิชยญาติการามวรวิหาร (วัดพิชัยญาติ) นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา พร้อมด้วย นพ.มโน เลาหวณิช อาจารย์วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตศิษย์วัดพระธรรมกาย เดินทางมายื่นหนังสือคำฟ้องเพื่อกล่าวโทษพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กระทำอวดอุตริมนุสธรรมล่วงละเมิดพระธรรมวินัยอันเป็นครุกาบัติกระทำผิดครุกาบัติ ต้องให้สละสมณเพศกับตัวแทนสมเด็จพระพุทธชิน–วงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้พิจารณาชั้นต้น

นายไพบูลย์กล่าวว่า วันนี้มายื่นหนังสือเพื่อกล่าวโทษพระธัมมชโย กรณีล่วงละเมิดพระธรรมวินัยร้ายแรง กรณีอวดอุตริ โดยมีพฤติการณ์อวดอ้างว่า พบเห็นวิญญาณของนายชาติชาย โรจน์กีรติกาญจน์ อยู่บนสวรรค์ชั้นที่ 2 แล้วมาบอกทางญาติให้ทำบุญ ทั้งที่ความจริงนายชาติชายยังมีชีวิตอยู่ รวมไปถึงการอ้างว่าไปเห็นวิญญาณ สตีฟ จอบส์ ไปเกิดในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา และยังแอบอ้างพบเห็นภาพพระอาจารย์มั่น เพื่อจะหลอกลวงเอาเงินจากญาติโยม เอกสารที่จะยื่นให้กับเจ้าอาวาส วัดพิชยญาติการามวรวิหาร ตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนกลางอยู่ในฐานะหัวหน้าคณะผู้พิจารณาชั้นต้น ทั้งหมดเป็นเรื่องกล่าวหาทางธรรมเพื่อรักษาตามหลักพระธรรมวินัย

ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เดินทางเข้ากราบนมัสการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พล.อ.ชวลิต เผยว่า ตั้งใจจะมาพบสมเด็จช่วงตั้งแต่ครบรอบวันเกิดวันที่ 15 พ.ค. เพื่อขอบารมีของสมเด็จช่วงให้มีความสุข แข็งแรง ทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง และขอให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าหลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ ให้คนไทยรักกัน ส่วนที่มีคนมองว่าตนมากราบสมเด็จช่วงเพื่อมาขอให้ท่านช่วยไกล่เกลี่ยให้พระธัมมชโยออกมารับทราบข้อกล่าวหา ตนมองว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของสงฆ์จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ให้คณะสงฆ์จัดการกันเอง เพราะคณะสงฆ์มีทั้งมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) คอยดูแลพระสงฆ์อยู่ ขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ ดูอยู่ห่างๆ ระวังผู้ไม่หวังดี หรือมือที่สามสร้างสถานการณ์ ยืนยันว่า ตนไม่ใช่พวกธัมมชโยหรือหลวงปู่พุทธะอิสระ

ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯกล่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ปทุมธานี รายงานให้ตนทราบเบื้องต้น เกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาระหว่างดีเอสไอกับเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และทางวัดพระธรรมกายทราบว่า ดีเอสไอจะส่งแพทย์จากทางราชการ เข้าไปตรวจอาการอาพาธของพระธัมมชโย เมื่อผลตรวจออกมาเป็นเช่นไร ดีเอสไอจะพิจารณากันอีกครั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบถามจากทางวัดว่า จะตกลงในข้อเสนอดังกล่าวหรือไม่

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย แถลงว่า ภายในวัดไม่มีความรุนแรง ยืนยันว่าไม่จริง ส่วนรั้วลวดหนามฝั่งประตูห้าเป็นเขตของบ้านจัดสรรเอกชนไม่ใช่พื้นที่วัด จึงนำเอารั้วลวดหนามมาป้องกันมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ ส่วนกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ทางวัดพระธรรมกายเองได้ดำเนินการตั้งกองทุนช่วยเหลือเยียวยาสมาชิกสหกรณ์ด้วย หลังจากนี้ วัดพระธรรมกายขอให้เป็นไปตามกระบวนการของเจ้าคณะปกครองและเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมองว่า ผ่านขั้นตอนการเจรจากับดีเอสไอแล้ว จะเฝ้าติดตามการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ว่าจะดำเนินการอย่างไร และจะทำเรื่องยื่นต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ นพ.มโน เลาหวณิชย์ ด้วย

ด้าน น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ถูกโพสต์และแชร์ข้อความว่า “ถ้าหลวงพ่อธัมมชโย ผิดจริง ดิฉันและลูกศิษย์จะผูกคอตาย” น.ส.ลีลาวดีได้ปฏิเสธว่า ข้อความนี้ไม่เป็นความจริง พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์ภาพและข้อความ ที่ สภ.คลองหลวงแล้วเมื่อวันที่ 31 พ.ค. และเรียกร้องให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ดำเนินการจับกุมมือโพสต์มาดำเนินคดีให้ได้

ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวถึงกรณี ร.ท.นพ.ชูชัย พรพัฒนาพันธุ์ คณะแพทย์ผู้รักษาพระธัมมชโย ยื่นหนังสือถึงนายกแพทยสภา เรื่องขอความอนุเคราะห์ส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางไปตรวจและวินิจฉัยโรคเพื่อไขข้อสงสัยให้สังคมว่า วันที่ 2 มิ.ย. กรรมการบริหารแพทยสภาจะหารือร่วมกับตัวแทนราชวิทยาลัยต่างๆว่า จะส่งแพทย์สาขาใดเข้าไปและเข้าไปตรวจลักษณะใด หลังจากนั้นจะนำเสนอต่อคณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่ในที่ประชุมวันที่ 9 มิ.ย. หลักการจะตรวจว่า เจ็บป่วยเป็นไปตามใบรับรองที่ระบุไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตามการเข้าไปของแพทยสภาจะเน้นเป็นทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่เกี่ยวข้องกับคดี ส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะพิจารณาอย่างไรต่อไปขึ้นกับดุลพินิจ คนละส่วนกัน

ที่โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี พล.ต.ชวลิต พงษ์พิทักษ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 16 กล่าวถึงผลการสอบกรณีการออกใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษีให้พระธัมมชโยว่า จากการสอบสวน พ.ท.นพ.ศิริพงษ์ พัฒนธนาพิสุทธิ์ รอง ผอ.โรงพยาบาลค่ายภาณุรังสี ผู้ออกใบรับรองแพทย์ พบว่า มีความผิดจริง ถือเป็นความบกพร่องทางวินัยแต่ตอนนี้ยังชะลอการลงโทษอยู่ เนื่องจากต้องรอการสอบสวนของทางดีเอสไอและแพทยสภาเกี่ยวกับเนื้อหาใบรับรองแพทย์เพื่อพิจารณาพร้อมกัน ต้องแยกความผิดออกเป็น 2 ส่วน 1.ในส่วนของเนื้อหาเกี่ยวกับอาการป่วยต้องเป็นหน้าที่ของดีเอสไอและแพทยสภาตรวจสอบ 2.การออกใบรับรองแพทย์ในนามของโรงพยาบาลค่าย ถือว่าเป็นความผิดเพราะใช้แบบฟอร์มของโรงพยาบาล ทั้งนี้ ผู้ป่วยไม่เคยมาตรวจรักษา ไม่มีประวัติการรักษามาก่อน เรื่องนี้ถือเป็นความผิดชัดเจน ต้องรับโทษทางวินัยของทหาร แต่ยังไม่พิจารณา ระหว่างนี้ให้ชะลอการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของรอง ผอ.โรงพยาบาล เพื่อไม่ให้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางมิชอบ ให้ปฏิบัติในตำแหน่งแพทย์ผู้ปฏิบัติเพียงอย่างเดียว ส่วนโทษที่อาจได้รับยังขอไม่เปิดเผย ต้องดูตามระเบียบของทหาร

บรรยากาศวัดพระธรรมกายผ่อนคลายขึ้น หลังถอยรถเกรดเดอร์และแบ็กโฮออกจากประตูแล้ว เหตุ “ประยุทธ์” สั่งเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการอย่างละมุนละม่อม เชื่อเจ้าหน้าที่ไม่บุกจับ ขณะที่ดีเอสไอยังรอคำตอบจากเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี 2 มิ.ย. 2559 04:22 ไทยรัฐ