วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท้ากฎหมาย ตั้งโล่มนุษย์ หนีต่างประเทศ วัดพระธรรมกายขอเคลียร์ทุกข่าวลือ

ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป สำหรับ กรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ขอศาลออกหมายจับ พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาในคดีสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ที่เกี่ยวข้องกับการรับเช็คกว่า 700 ล้านบาท จากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กระทั่งต่อมาได้มีการนำรถแบ็กโฮมาปิดกั้นทางเข้า เปรียบเสมือนการ "ตั้งค่าย" จนชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ตั้งข้อสงสัยไปต่างๆ นานา... 

ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอเป็น "ช่องทางการสื่อสาร" ฟังเหตุและผลจากฝั่งวัดพระธรรมกายบ้าง กับข้อกล่าวหาต่างๆ เช่น แกล้งอาพาธ ท้าทายกฎหมาย ตั้งค่ายโล่มนุษย์ หลบหนีไปต่างประเทศ​ ข้อสังเกตที่หนักหน่วงเช่นนี้ จึงต้องเปิดโอกาสให้ชี้แจงกันบ้าง โดย พระมหานพพร ปุญฺญชโย ปธ.9 ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ตอบสารพัดข่าวลือทั้งหมด ว่าแท้ที่จริงแล้ว คือ...

ความคืบหน้าล่าสุด อาการอาพาธ ของหลวงพ่อธัมมชโย?  

หลวงพ่อท่านมีอาการอาพาธรุมเร้า อยู่ทั้งหมด 8 โรค แต่ที่วิกฤติต่อสุขภาพของท่านมากที่สุดก็คือ โรคลิ่มเลือดซึ่งอยู่ในระบบเส้นเลือดดำ นอกจากนี้ โรคเบาหวาน ที่เป็นอยู่ ก็ยังทำให้เกิดการติดเชื้อต่างๆ ในร่างกายอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันอาการอยู่ในระหว่างการประคอง เพื่อให้ภูมิต้านทานในตัวมีความแข็งแรงมากขึ้น เพื่อให้สามารถออกไปข้างนอกได้

สามารถขยับตัวได้หรือไม่?

ยังรู้สึกตัว และสามารถขยับตัวได้ แต่ยังไม่สะดวกที่จะเดินเหินไปไหน หรือ ต้องไปผจญกับอากาศนอกห้องผู้ป่วย ซึ่งเสี่ยงต่อการที่จะติดเชื้อเพิ่มได้ เพราะที่บริเวณขายังเป็นแผลค่อนข้างมาก ทำให้ต้องพักรักษาอาการอยู่บนเตียงผู้ป่วยอยู่ เพื่อเฝ้าระวังอาการ

การรักษาตัวภายในวัด?

หลวงพ่อท่าน ไม่ได้ออกนอกวัดมาประมาณ 8-10 ปี แล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะอาการอาพาธ ที่ผ่านมา ทางวัดจะขอความอนุเคราะห์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มาให้การรักษาท่านที่วัดตลอด ซึ่งคุณหมอหลายๆ ท่านก็ให้ความกรุณา เข้ามาดูแลหลวงพ่อตลอด

เครื่องมือทางการแพทย์ เพียงพอหรือไม่?

ทางวัดทำแบบนี้ มาเกือบ 10 ปี แล้ว ที่ผ่านมาก็สามารถให้การดูแลท่านได้ รถฉุกเฉินเราก็มี ที่สำคัญเราสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะกับการรักษาอาการอาพาธ ของท่านไว้เป็นอย่างดีแล้ว  

หลวงพ่อธัมมชโย กับ ดีเอสไอ

วัดพระธรรมกาย และคณะศิษยานุศิษย์ พร้อมต้อนรับ คณะจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ หรือไม่? พร้อมต้อนรับแน่นอน... เพราะทางวัดได้ประกาศจุดยืนมาโดยตลอดว่า ยินดีที่จะให้ทางดีเอสไอ เข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัดพระธรรมกาย ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะท่านหลวงพ่อธัมมชโย ยังคงอาพาธ ไม่สามารถเดินทางไปไหน มาไหนได้เป็นปกติ เพราะฉะนั้น หากดีเอสไอ สะดวกเมื่อไหร่ ก็สามารถเดินทางเข้ามาที่วัดได้เลย

การเผชิญหน้า-สิ่งกีดขวาง

เจ้าหน้าที่รัฐ คงไม่น่าจะเกิดความกังวลกับเพียงสิ่งกีดขวาง เพราะสิ่งกีดขวางที่มีอยู่ในวัดพระธรรมกายเวลานี้ นั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ เพื่อหวังจะขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่...

แล้วสิ่งกีดขวางเหล่า นั้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด...

ทางวัดทำไว้เพื่อ...ป้องกันมือที่สาม

หลวงพี่ อยากอธิบายในประเด็นนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจกับสาธารณชนอย่างนี้ ว่า…สิ่งกีดขวางเหล่านั้น หลวงพี่ ขอเรียกว่า เป็นจุดคัดกรองดีกว่า...คือปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ภายในวัดพระธรรมกาย มีประชาชนเข้า-ออก ค่อนข้างมาก ซึ่งหากจะแบ่งกลุ่มคน ก็สามารถแบ่งได้แบบนี้ คือ

กลุ่มแรก คือ กลุ่มภิกษุ สามเณร และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3,500 ท่าน

กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มสาธุชน ที่เข้ามาอยู่พักค้าง เพื่อเข้าอบรมในโครงการต่างๆ ของ วัด   

กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มสาธุชน ที่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาทำบุญ ในแต่ละวัน

กลุ่มที่สี่ คือ กลุ่มประชาชนทั่วไป ที่ฟังข่าวแล้วเกิดความเป็นห่วง และอยากจะมาเห็นภาพกับตา ว่า เกิดเหตุวุ่นวายต่างๆ ขึ้นภายในวัดจริงหรือไม่ ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ เมื่อเห็นว่าไม่มีเหตุการณ์อะไร ก็จะเดินทางกลับออกไป

ปัจจุบันทั้ง 4 กลุ่มนี้ มีการเดินทางเข้า-ออก วัดอยู่ตลอดเวลา เป็นหมื่นๆ คน ทำให้ไม่รู้ว่าใครเป็นใครบ้าง ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น สิ่งที่ต้องระวังให้มากที่สุด ก็คือ "มือที่สาม"

ทำให้ล่าสุดทางวัด และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง รวมถึงเจ้าหน้าที่ปกครองในพื้นที่ ต้องทำงานประสานกันโดยตลอดเพื่อป้องกันภัยแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น   

"ทุกคืน หากใครแวะเข้ามา ก็จะเห็นได้ว่า มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลในทุกประตูของวัดพระธรรมกาย เพื่อป้องกันปัญหาจาก มือที่สาม ซึ่งทางวัดเองก็ต้องขอขอบคุณในเรื่องนี้ด้วย แต่แน่นอน เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาดูแล คงไม่สามารถเดินทางมาดูแลความปลอดภัย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น เมื่อเห็นว่าทางวัดเอง มีกลุ่มคนอยู่กันค่อนข้างมาก จึงได้แนะนำวิธีการ ในการตั้งจุดคัดกรองคนที่เข้ามาภายในวัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เท่านั้นเอง ไม่ได้เรียกว่า กลัวนะ เพียงแต่ ระวังป้องกันเอาไว้ก่อน มันย่อมดีกว่าไปแก้ไขปัญหาเอาภายหลัง" 

ปัจจุบัน มีประชาชนอยู่ภายในวัดประมาณกี่คน?  

"น่าจะประมาณ 1 หมื่นท่าน"

หากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้าไปแล้ว จะเกิดการเผชิญหน้า หรือไม่?

มั่นใจว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นแน่นอน เพราะสาธุชน ที่มาที่วัดทุกท่าน มีจุดประสงค์เพื่อมาปฏิบัติธรรม

วาทกรรม "โล่มนุษย์" 

มีบางคนไปสร้าง วาทกรรมว่า สาธุชน เหล่านี้เป็นโล่มนุษย์ หรือ กำแพงมนุษย์ หลวงพี่ อยากขอชี้แจงแบบนี้ว่า คำว่า กำแพงมนุษย์ หรือ โล่มนุษย์ นั้น ในความหมาย น่าจะหมายถึงอะไรที่ใหญ่ๆ หนาๆ แข็งแรง สูงๆ แต่หากมาดูคนที่อยู่ภายในวัดพระธรรมกาย จะเห็นได้เลยว่า ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด เป็นพระภิกษุ สามเณร และเจ้าหน้าที่ ซึ่งไม่มีอาวุธ

"สาธุชน ที่เข้ามาปฏิบัติธรรม มีหลายวัย ตั้งแต่ วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ จนกระทั่งถึงวัยสูงอายุ แล้วคิดดูสิว่า คนเหล่านี้น่ะหรือ ที่จะไปเป็นกำแพง หรือ โล่มนุษย์ ได้?… หากเจ้าหน้าที่เข้ามา เจ้าหน้าที่เหล่านั้น ส่วนใหญ่ก็จะมีความเชี่ยวชาญ ได้รับการฝึกฝนมา แถมอาจมาพร้อมเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ แล้วคนเหล่านี้ จะไปต้านทานอะไรได้... แล้วที่สำคัญไปกว่า นั้น คือ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปต้านทาน..ด้วย  เพราะฉะนั้น ขอให้สบายใจ ทางวัดเอง ก็ย้ำมาตลอดว่า ขอให้สบายใจ"

ดีเอสไอ ประสานเพื่อขอเข้ามา แจ้งข้อกล่าวหา ที่วัดหรือยัง?

ส่วนตัวอาตมา ยังไม่ทราบ แต่หากมีการประสานงานมา ก็น่าจะประสานผ่านไปที่ฝ่ายกฎหมายของทางวัด

นำสิ่งกีดขวางออก ลดการเผชิญหน้า

วันนี้ (1 มิ.ย.59) ได้มีการนำสิ่งกีดขวางออกแล้ว ภายหลังจากทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า จะไม่มีการใช้ความรุนแรง และจะละมุนละม่อม เพราะเรื่องนี้ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งเมื่อมีการยืนยันในลักษณะนี้ ทางวัดก็รู้สึกชื่นชมต่อท่าทีของทางรัฐบาลเป็นอย่างมาก และคลายความกังวลไปเยอะ ลูกศิษย์ลูกหาก็มีความยินดี และทุกคนก็มีความรู้สึก อยากที่จะขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาก   

ข่าวลือ หนีออกนอกประเทศ

"หลวงพ่อท่าน ไม่มีหนังสือเดินทาง..ไม่มีหนังสือเดินทาง ก็แปลว่า ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศแบบปกติได้อยู่แล้ว ส่วนที่พยายามสร้างข่าวว่า ไม่มีหนังสือเดินทาง ก็หลบหนีออกตะเข็บชายแดนได้ นั้น ทุกท่านลองคิดดูสิว่า ท่านอาพาธ ขนาดนั้น ขาก็ไม่ปกติ ท่านจะสะพายเป้ เดินข้ามชายแดนไปได้อย่างไรกัน และหากแม้คิดจะไป ก็ต้องขนกันไปเป็นขบวนใหญ่ แล้วแบบนั้น จะรอดหูรอดตาเจ้าหน้าที่ไปได้อย่างไร?"

...และที่สำคัญไปกว่านั้น ก็คือไม่เคยมีความคิดว่าจะหนีอีกด้วย เพราะวัดก็อยู่ตรงนี้ หลวงพ่อท่านก็อยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะออกไปต่างประเทศ

คิดว่า หลวงพ่อธัมมชโย ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่?

ไม่ขอก้าวล่วงไปตรงนั้น เพราะทุกอย่างกำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ต้องบอกว่า หลวงพ่อกับคณะศิษย์ เคารพในกระบวนการยุติธรรม เคารพในสิ่งที่เป็นกฎหมายและเป็นธรรม    

คณะศิษยานุศิษย์ รู้สึกกับฝ่ายรัฐ อย่างไร?

ส่วนใหญ่ก็รู้สึกเป็นห่วง ต้องยอมรับส่วนหนึ่งว่า เวลามีข่าวว่า ภาครัฐจะมีการใช้กำลัง ทุกคนก็รู้สึกเป็นกังวล อย่าว่าแต่สาธุชนเลย หลวงพี่เองก็ยังรู้สึกกังวล แต่เราเป็นพระ เราไม่มีอาวุธ ในวัดก็มีแต่พระกับผู้ที่มาปฏิบัติธรรม เพราะฉะนั้น ทุกคนก็ต้องย่อมรู้สึกเป็นกังวลเป็นธรรมดา

การันตี เจ้าหน้าที่รัฐเข้าวัด ไร้เหตุรุนแรงแน่นอน

อาตมาขอรับประกันว่า หากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้ามาภายในวัด จะไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นแน่นอน เพราะนอกจากจะไม่มีความคิดที่จะทำเรื่องแบบนั้นแล้ว ก็ไม่มีปัญญา ที่จะไปทำอะไรแบบนั้นได้ด้วย

"ขอยืนยันว่า ทางวัดพระธรรมกายไม่ได้มีความรู้สึกโกรธภาครัฐนะ เพราะเราเข้าใจดีว่า เขากำลังบังคับใช้กระบวนการ ทำให้มันเข้าสู่กระบวนการให้ได้ แต่ว่าการใช้ความรุนแรง ไม่ใช่เครื่องมือที่จะยุติปัญหา"

วัดพระธรรมกาย กับข้อกล่าวหา ท้าทายกฎหมายบ้านเมือง?

กฎหมาย เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเคารพ เราเองมิบังอาจ จะไปท้าทายกฎหมายหรอก เพราะไม่มีใครสามารถทำได้ แม้แต่ในความคิด หรือในทางปฏิบัติ ก็ทำไม่ได้ เพราะว่าคนหมู่มาก ต้องอยู่ด้วยกฎข้อบังคับ เราไม่สามารถจะไปท้าทายกฎหมายได้ แต่เราไม่สามารถไปห้ามความคิดของคนอื่นได้เช่นเดียวกัน ว่า เค้าจะคิดว่า ทางวัดกำลังท้าทายกฎหมาย หรือไม่? เราก็คงไปห้ามไม่ได้เช่นกัน แต่เราเอง เราอยู่ตรงนี้ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุด ก่อนเป็นลำดับแรกก็คือ เราต้องดูแลหลวงพ่อของเราให้ดี ให้ท่านหายจากอาการอาพาธ และเมื่อหายจากอาการอาพาธแล้ว การที่จะไปดำเนินการ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป อันนั้น เป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งเราก็ชัดเจน เรื่องนี้มาโดยตลอด

"แปลว่า หลวงพ่อ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพียงแต่ในเวลานี้ ท่านยังไม่สามารถไปสู่ขั้นตอนนั้นได้ เท่านั้น"  

กิจกรรมบุญ ต่างๆ เช่น โครงการธุดงค์ธรรมชัย จะมีความเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ?

จุดยืนของทางวัดจะไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน หลวงพ่อ ท่านทำความดี ไม่สู้ ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป รวมถึงที่วัด เป็นนโยบายมาโดยตลอดเลยว่า สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ สร้างคนให้เป็นคนดี โดยดำเนินกิจกรรมในการอบรมคนมาโดยตลอด ตั้งแต่สร้างวัด เมื่อปี พ.ศ.2513

เพราะฉะนั้น โครงการอบรมต่างๆ จะยังมีอยู่และดำเนินต่อไป เช่นทุกวันนี้ อนาคตต่อไป ของวัดพระธรรมกาย วัดพระธรรมกายเป็นองค์กรที่อยู่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้น เราไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เราจะขอยืนหยัด สร้างความดีต่อไป โดยการปฏิบัติธรรม สอนสมาธิ และขอย้ำตรงนี้ว่า วัดพระธรรมกาย เป็น พุทธสถาน เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แม้บางครั้ง มีคนบางคน พยายามผูกโยงวัดพระธรรมกาย เข้าหากลุ่มการเมือง ซึ่งขอยืนยันว่า เราไม่มีแนวคิด หรือ นโยบายแบบนั้น แน่นอน เราขอดำเนินกิจกรรมทางศาสนา ไม่ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง

นายฮกหลง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป สำหรับ กรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ขอศาลออกหมายจับ พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี ... 1 มิ.ย. 2559 18:18 2 มิ.ย. 2559 02:56 ไทยรัฐ