วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจ็บใจนัก! เก้า จิรายุ-แม่ โดนอดีตคนดูแลหลอกเงินสิบล้าน-ทำแม่ลูกแตกกัน

เก้า จิรายุ พร้อมคุณแม่ก้อย วรนุช และทนาย ชี้แจงกรณีถูกอดีตผู้จัดการส่วนตัวโกงเงินกว่า 8 หลัก โดยอ้างเหตุผลว่านำเงินไปทำธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าร่วมกับคุณแม่ และค่าโปรโมตผลงานของเก้า รวมถึงใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลของตัวเอง ซึ่งจากการร่วมงานกัน 3 ปีที่ผ่านมา คู่กรณีมักจะให้เก้าแนะนำว่าเป็นพี่สาว เพื่อความสะดวกในการทำงาน และพยายามกุเรื่องต่างๆ ขึ้นเพื่อทำให้เก้าและแม่ผิดใจกัน จนทั้งคู่ไม่คุยกันพักใหญ่ กระทั่งมีผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงหลายคนทักมาว่าร่วมงานกับคนๆ นี้ พร้อมกับบอกประวัติเสีย จึงทำให้แม่และเก้าหันมาสืบประวัติ จนเจอคดีมากมาย ซึ่งก็ไม่ทันการบุคคลดังกล่าวหายเข้ากลีบเมฆ ซึ่งตอนนี้ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยากให้คู่กรณีเข้ามาพูดคุย ก่อนจะฝากถึงผู้ที่จะว่าจ้างงานในอนาคต ว่าตอนนี้คุณแม่เป็นคนดูแลคิวงานทั้งหมด 

โดยหนุ่ม เก้า จิรายุ ละอองมณี และแม่ก้อย วรนุช พร้อมด้วยทนาย ว่าที่ร้อยตรี มงคลวิจิตร์ ธนะโสภณ มาเปิดใจถึงกรณีที่ถูกอดีตผู้จัดการส่วนตัวโกงเงินนับสิบล้านว่า

เก้า "เริ่มจากรู้จักผู้หญิงคนนึงมาจากงานอีเวนต์ เหมือนเป็นเจ้าของแบรนด์ที่จ้างเราไปงานอีเวนต์ประมาณ 3 ปีกว่าแล้ว จ้างงานเรื่อยๆ 2-3 ครั้ง เค้าจะสนิทกับแม่ก่อน เจอกันมาเรื่อยๆ ชวนแม่ทำธุรกิจร่วมกัน"

แม่ "เค้าชวนว่าสนใจทำธุรกิจกับเค้ามั้ย เพราะน้องทำงานมานานแล้ว ถ้ามีธุรกิจมาซัพพอร์ทก็จะวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น ทำมาสักระยะนึงเค้าเริ่มบอกว่าเค้ามีปัญหาซึ่งเราเชื่อใจ เค้าบอกว่าเค้าโดนอีกคนโกงมา จนมาวันนึงบอกว่าธุรกิจมีปัญหานะ แต่ไม่ได้ล้มนะ เพียงแต่บริษัทแม่โดนเข้ามาตรวจสอบ สมุดบัญชีเค้าโดนรวบไปด้วย ซึ่งเราก็เชื่อก็รอเงินมาเรื่อยๆ เค้าก็บอกจะมาช่วยดูงานน้องนะ เพราะตอนนั้นมีข่าวที่แม่ดูงาน ก็บอกว่าถ้ายังดูคิวเก้าอยู่เดี๋ยวต่อไปเรื่อยๆ น้องจะไม่มีงานนะ แต่เค้าบอกจะช่วยเคลียร์ให้ เพราะรู้จักนักข่าวเป็นอย่างดี มาช่วยดูโดยไม่หวังผลตอบแทน ดูงานให้เรื่อยๆ เราก็ไว้ใจและเชื่อใจประมาณปีกว่า เรื่องการรับเงินปกติค่ะ เพราะเก้าจะรับเงินผ่านบริษัทเก้าจิราเท่านั้นอยู่แล้ว"

เก้า "เค้าจะมีอะไรที่ทำให้เราเอะใจหน่อยๆ เค้าจะพูดเรื่องส่วนตัวของแม่ ประมาณว่าแม่มาปรึกษาเค้าแบบนี้แต่แม่ไม่อยากให้บอกเรา พอมาคุยตอนหลังเคลียร์กับแม่แล้ว มารู้ทีหลังว่าเค้าพูดแบบเดียวกับแม่เหมือนกัน ทำให้ผมกับแม่มีปัญหากัน อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่คุยกันเพราะมาจากเรื่องที่เค้าปั่น"

แม่ "อย่างเรื่องที่เค้าป่วยก็ไม่ให้บอกเก้า บอกว่าเป็นโรค SLE ใช้เงินรักษาเดือนละหลายแสน สั่งยาจากต่างประเทศ เราก็ช่วยดูแลประคับประคองไป เพราะเค้าทำงานให้เรา เงินที่สูญเสียไปมีหลายส่วน อย่างแรกคือเงินที่ลงทุนธุรกิจ ค่ารักษาเค้าด้วย แต่เค้าจะไม่บอกว่าขอยืมโดยตรง แต่จะบอกว่ากำลังจะตาย จะไม่รักษาแล้วปล่อยให้เป็นแบบนี้ ฝากน้องด้วยนะอะไรแบบนี้ เราก็ออกค่ายาให้ก่อนรวมๆ แล้วก็ 7 หลัก เริ่มมาเอะใจตอนต้นปี แล้วก็มีผู้ใหญ่ในวงการเตือนว่าทำงานกับคนนี้เหรอ เราก็ยังไม่กล้าพูดเพราะยังเชื่อใจเค้า ก่อนหน้านี้ประวัติที่ทราบมาก็จากตัวเค้าบอก ไม่ได้เช็กก่อน"

เก้า "ช่วงหลังๆ ที่รู้สึกอย่างเดียวเลยคือมีปัญหากับแม่แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้เราไม่คุยกันเลย ตอนยังไม่รู้เรื่องราวก็คิดว่าเค้าน่าจะโอเค พอผู้ใหญ่มาบอก เรื่องราวมันกระจ่างก็ต้องเชื่อแล้วแหละ"

แม่ "ผู้ใหญ่กับญาติเอาหลักฐานมาให้ ครั้งแรกเราไม่เชื่อ แต่เราก็ต้องเชื่อด้วยหลักฐานทุกอย่างที่ชัดเจนมันเหมือนหน้ามือกับหลังมือเลย มีคดีทั้งอาญาและแพ่ง แบล็กลิสต์ด้วย พอแม่รู้ความจริงก็ปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนว่าจะทำยังไง ต้องให้เก้าเชื่อก่อน ผู้ใหญ่ก็พาเก้าไปคุย พอรู้แล้วก็หันมาคุยกัน ตัวเค้าก็ไปแล้ว มันมีอะไรหลายอย่างผุดขึ้นมา เรื่องลายเซ็น เรื่องบริษัทอีก เราก็ปรึกษาทนาย อย่างวันนี้ก็มาบอกให้คนอื่นรู้"

เก้า "ตั้งแต่ทำงานกับผู้หญิงคนนี้เค้าให้แนะนำว่าเค้าเป็นพี่สาว เพราะจะได้ทำงานกันสะดวกมากขึ้น 2-3 ปีที่ผ่านมาอาจจะเข้าใจว่าเป็นพี่สาวผมเพราะจะได้มีความน่าเชื่อถือ แต่จริงๆ แล้วผมเป็นลูกคนเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด และตอนนี้เค้าก็ไม่ได้ดูแลงานอะไรอีกต่อไปแล้ว พ้นสภาพจากการเป็นผู้จัดการแล้ว จากนี้ไปถ้ามีการติดต่องานมาจากคนนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับผมนะครับ"

ทนาย "เรื่องจำนวนเงินที่สูญเสียไปอยู่ในช่วงรวบรวมหลักฐาน ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ยังไม่ทราบด้วย ซึ่งผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ทำคนเดียว มีอีกหลายคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผมให้ทั้งสองท่านไปลงบันทึกประจำวันไว้ด้วย ตอนนี้ยังมีทรัพย์สินของเค้าที่อยู่ในออฟฟิศอยากให้มาเอาไปซะ คือเค้าอ้างว่าเพื่อดูแลน้องเก้าอย่างใกล้ชิดก็เลยขอเข้ามาพัก ดูแลทั้งอาหารการกิน เรื่องวงดนตรีด้วย"

เก้า "มีอันนึงที่ผมรู้สึกว่าน่าจะใช่ เพราะตัวเค้าจัดการเรื่องวงดนตรีผมด้วย การแถลงข่าวโปรโมต การทำห้องซ้อมที่ออฟฟิศ เราก็เชื่อใจให้เค้าจัดการให้ สมมติเค้าเบิกไป 1.5 ล้านแต่ใช้จริงๆ 7 แสน"

ทนาย "ตอนนี้เรารวบรวมหลักฐานอยู่ ทั้งพยานบุคคล เอกสาร ก็อยากให้เค้าเข้ามาคุย ถ้าไม่มาเปิดเผยกับทางเราว่าเค้าได้ไปทำนิติกรรมอะไรไว้บ้าง เราก็คงต้องดำเนินการในส่วนของแพ่งและอาญาต่อไป จากหลักฐานมีผู้ร่วมกระบวนการ 2-3 คนที่ค่อนข้างชัดเจน"

เก้า "เค้าให้ผมบอกว่าเป็นพี่สาว ก็พยายามเปลี่ยนชื่อเล่นให้คล้องจองกัน ก.ไก่ เหมือนกันให้ดูน่าเชื่อเข้าไปอีก"

แม่ "มีอยู่คำเดียวเลยคือคำว่าไว้ใจ เก้าเคยบอกว่าถ้าแม่ไม่ไว้ใจ แม่จะทำงานกับคนอื่นได้ยังไง ทำให้เรารู้ว่าไว้ใจก็ต้องตรวจสอบ"

เก้า "ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นบทเรียนที่เกิดขึ้นให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง พอเคลียร์หมดแล้วก็ทำให้รู้ว่าแม่เค้าก็หวังดี ทำสิ่งดีๆ เพื่อผม อย่างน้อยเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เสียไปทั้งหมด ก็ทำให้ผมกับแม่เข้าใจกัน ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ ให้ระวังมีสติไว้ใจใคร"

เก้า "ถ้าเค้าดูอยู่ตอนนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไร สุดท้ายแล้วถ้าเราทำในสิ่งที่ดีก็ต้องได้สิ่งที่ดี ถ้าทำไม่ดีก็ต้องได้ไม่ดี ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้เกิดกับคนอื่นอีก สิ่งที่แย่กว่าเรื่องของเงินคือทำให้ผมกับแม่ต้องมีปัญหา มันไม่ดีเลย"

เก้า "การติดต่อเรื่องงานของผมตอนนี้ก็เป็นแม่ไปก่อน เราก็ยังทำงานปกติ ก็เป็นกังวลเหมือนกันว่าถ้าใครที่เคยติดต่องานผ่านเค้าคนนั้นไว้ ก็รบกวนฝากบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชน ขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสรับฟัง"

แม่ "ก่อนหน้านี้เราเหมือนไม่เข้าใจกัน การที่เราทำงานตรงนี้มาเหมือนว่าเราไม่มีใคร แต่วันนั้นทำให้รู้ว่าเก้าไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว ขอบคุณนะคะ".

เก้า จิรายุ พร้อมคุณแม่ก้อย วรนุช และทนาย ชี้แจงกรณีถูกอดีตผู้จัดการส่วนตัวโกงเงินกว่า 8 หลัก โดยอ้างเหตุผลว่านำเงินไปทำธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าร่วมกับคุณแม่ และค่าโปรโมตผลงานของเก้า 1 มิ.ย. 2559 17:15 ไทยรัฐ