วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมข้าวดึงโรงสี GMP เชื่อมตลาดนาแปลงใหญ่

กรมข้าวดึงโรงสี GMP เชื่อมตลาดนาแปลงใหญ่

  • Share:

จากนโยบายส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ เห็นผลช่วยให้ ชาวไร่ ชาวนา ลดต้นทุนการผลิตได้จริง และในห้วงปีที่ผ่านมา กรมการข้าวได้นำร่องทำนาแปลงใหญ่ 23 แปลง กระทั่งสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ การจ้างแรงงาน เครื่องหยอดกล้า และรถเกี่ยวข้าวได้

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เผยว่า ฤดูกาลเพาะปลูก 2559/2560 กรมการข้าวได้เดินหน้าขยายพื้นที่นาแปลงใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 300 แปลง รวมเป็นพื้นที่ 800,000 ไร่ ในจำนวนนี้ยังไม่รวมนาแปลงใหญ่ที่สมาคมชาวนาได้ทำรวบรวมไว้ พร้อมกับสร้างระบบการเชื่อมโยงตลาด โดยดึงโรงสีที่ผ่านการรับรองระบบ GMP เข้ามาร่วมโครงการด้วย เพื่อให้ชาวนามั่นใจว่ามีแหล่งรับซื้อข้าวอย่างแน่นอน

“การทำนาแปลงใหญ่เดิมเราเน้นเรื่องลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น มีเพียงภาคราชการและเกษตรกรเท่านั้นที่ร่วมกันทำ สำหรับฤดูการเพาะปลูกปีนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานข้าวไทยขึ้นไปอีกระดับ กรมการข้าวจึงได้นำโรงสีเอกชนเข้ามาร่วมมือทำงานกันแบบประชารัฐ เกษตรกร-เอกชน-รัฐ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการปลูกข้าวที่ได้มาตรฐาน GAP ทั้งในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ หรือตั้งแต่ปลูก แปรรูป และจำหน่าย”

สำหรับโรงสีรับซื้อที่เข้าร่วมโครงการ นายอนันต์ บอกว่า ต้องเป็นโรงสีผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP ซึ่งปัจจุบันกรมการข้าวได้ตรวจสอบรับรองมาตรฐานไปแล้ว 8 แห่ง คือ กลุ่มโรงสีพระราชทาน จ.น่าน, วิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง จ.พัทลุง, สหกรณ์การเกษตรเชียงแสน จำกัด จ.เชียงราย, สหกรณ์การเกษตรพร้าว จำกัด จ.เชียงใหม่, บริษัท มาบุญครองฟู๊ด จำกัด จ.สุรินทร์, สหกรณ์การเกษตรบรบือ จำกัดจ.มหาสารคาม, สหกรณ์การเกษตรเมืองร้อยเอ็ด จำกัด จ.ร้อยเอ็ด และสหกรณ์การเกษตรพลังสามัคคีสตรีลุ่มน้ำโขง จำกัด จ.อุบลราชธานี นอกจากนั้นยังมีโรงสีอีก 45 แห่ง ที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์มาเข้าร่วมโครงการรองรับผลผลิตจากนาแปลงใหญ่ในปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้ชาวนาสามารถขายข้าวได้ราคาสูงกว่าข้าวทั่วไป เพราะการทำนาแบบ GAP เป็นที่ต้องการของตลาดอยู่แล้ว ยิ่งมีโรงสีที่ได้มาตรฐาน GMP มาช่วยสีแปรรูปให้ด้วย ราคาจะยิ่งสูงกว่าข้าวทั่วไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้