วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วัฒนา' ลั่น ไม่รับร่างฯ-'นพดล' ขอหยุดสร้างวาทกรรมเกลียดชัง

"วัฒนา" ซัด คสช.ไม่เลิกเรียกคนไป "ปรับทัศนคติ" หลังบุกเบรก "อนุสรณ์" งดจ้อ-ตอบโต้การเมือง ฉะ "บิ๊กหมู" โกหกไม่ต่าง "บิ๊กตู่" อ้างไม่สืบทอดอำนาจ ขณะที่ "นพดล" วอนหยุดพาดพิงค่ายแดง แนะพูดความจริง เลิกสร้างวาทกรรมเกลียดชังทางการเมือง

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.59 นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ปรับทัศนคติ "เลิกโกหกได้แล้ว" ระบุว่า หลายคนคงสับสนที่เห็นเจ้าหน้าที่ทหารยกกำลังไปพบ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และข่าวที่ คสช. ยังจะเรียกบุคคลมาปรับทัศนคติ แต่จะเปลี่ยนไปใช้สถานที่ราชการอื่น เช่น ศาลากลางจังหวัด สถานีตำรวจ แทนพื้นที่ค่ายทหาร เพราะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมารองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงเพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า เห็นชอบกับแนวทางของ ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.ที่จะยกเลิกการเรียกบุคคลมาปรับทัศนคติ โดยหากใครทำผิดก็ให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย

นายวัฒนา ระบุต่อว่า คำสั่งที่ใช้เป็นข้ออ้างในการนำตัวบุคคลปรับทัศนคติ ที่จริงคือการคุมขัง คือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 (ข้อ 6) และ 13/2559 (ข้อ 4) ซึ่งมีข้อความเป็นทำนองเดียวกันว่า ให้นายทหารตั้งแต่ยศร้อยตรีขึ้นไป "มีอำนาจเรียกบุคคลที่ถูกสงสัยว่า กระทำความผิดตามคำสั่งมาเพื่อสอบถามข้อมูล หรือให้ถ้อยคำอันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการ" ตามคำสั่งที่ตนโพสต์มา ให้ดูซึ่งมิได้มีความตอนใดเลยที่ให้อำนาจเรียกตัวผู้ที่เห็นต่าง หรือผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือ คสช. มาเพื่อพูดคุยหรือปรับทัศนคติตามที่ชอบอ้าง ที่ทำมาแล้วและกำลังจะทำต่อไป จึงเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ข่มขู่ให้เกิดความเกรงกลัวเพื่อปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น หรือปิดกั้นการตรวจสอบซึ่งเป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน และขัดกับมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่เขียนขึ้นเองด้วย ดังนั้นการที่ ผบ.ทบ. ออกมาพูดว่าจะยกเลิกการปรับทัศนคติหลังจากถูกทั่วโลกประณามจึงเป็นการพูดเท็จเพื่อเอาตัวรอด

นายวัฒนา ระบุต่อว่า พฤติกรรมจึงไม่ต่างจากคำพูดของหัวหน้า คสช. ที่มักอ้างว่าไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ แต่ตามมาตรา 265 แห่งร่างรัฐธรรมนูญกลับบัญญัติให้ คสช. และหัวหน้า คสช. ยังคงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวต่อไปจนกว่าจะมี ครม. ซึ่งคสช. จะอยู่คู่คนไทยต่อไปอีก 15-17 เดือน โดยมีบทบัญญัติตามมาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวคุ้มครองว่าเป็นคำสั่งหรือการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด ใครอยากเห็น คสช. อยู่เพื่อใช้อำนาจต่อไปโดยไม่ต้องมีความรับผิดชอบก็ตามสะดวก สำหรับตนวันเดียวก็เกินทน แต่จะยังคงมีความเห็นทางการเมืองต่อไปโดยไม่ยินดีรับเชิญไปพูดคุยกับคนพวกนี้ทั้งสิ้น และขอตัดขาด คสช.ด้วยการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

ด้าน นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีพรรคเพื่อไทยหรืออดีตนายกรัฐมนตรีถูกพาดพิงทางการเมือง และมีการหยิบยกเรื่องที่เกิดเกือบสิบปีมากล่าวหา เช่น มีการพาดพิงว่าการปราบปรามยาเสพติดในสมัยพรรคไทยรักไทยทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าเป็นตัวเลขจากการเสียชีวิตจากหลายสาเหตุ ไม่ใช่เฉพาะจากการปราบยาเสพติด โดยรัฐบาลขณะนั้นไม่มีนโยบายหรือสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปทำผิดกฎหมาย และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายครั้ง ก็ไม่เคยสรุปว่ารัฐบาลได้สั่งการให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการใช้วาทกรรมขายชาติกรณีคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นความเท็จมาทำลายกันทางการเมือง แต่เมื่อความจริงปรากฏว่าคำแถลงเป็นประโยชน์ บ้านเมืองก็เสียหายไปมากแล้ว ดังนั้นถ้าแต่ละฝ่ายพูดความจริง หลีกเลี่ยงวาทกรรมสร้างความเกลียดชังและการกล่าวหากันทางการเมือง จะทำให้เราก้าวสู่ความปรองดองได้เร็วขึ้น.

"วัฒนา" ซัด คสช.ไม่เลิกเรียกคนไป "ปรับทัศนคติ" หลังบุกเบรก "อนุสรณ์" งดจ้อ-ตอบโต้การเมือง ฉะ "บิ๊กหมู" โกหกไม่ต่าง "บิ๊กตู่" อ้างไม่สืบทอดอำนาจ 1 มิ.ย. 2559 12:07 ไทยรัฐ