วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวพุทธต้องใจเย็นๆ

ขณะที่กรณีวัดพระธรรมกายกำลังเป็นข่าวหน้าหนึ่งอย่างต่อเนื่องยาวนานแรมเดือน นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า อย่าไปเร่งรัด คณะสงฆ์กับคณะศิษย์กำลังคุยกันอยู่และเตือนว่าอย่าไปมองกฎหมายอย่างเดียว เพราะเป็นเรื่องของกฎหมายกับวินัยสงฆ์ ถ้าทำแล้วมีผลกระทบเจ้าหน้าที่ไม่ควรทำ รอดำเนินการในวันหน้าก็ได้ เพราะเป็นห่วงว่าอาจมีเรื่องม็อบชนม็อบ

เป็นความเห็นที่ตรงกับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ที่เตือนว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากองค์กรปกครองสงฆ์ เพื่อกล่อมให้พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมอบตัว ถ้าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ไม่ทำตามที่ขอ คนก็จะหันไปโจมตีท่าน และไม่ควรดึงมหาเถรสมาคมเข้ามา จะกลายเป็นการแก้วิกฤติหนึ่งด้วยการสร้างวิกฤติใหม่

คดีที่อื้อฉาวนี้เป็นเรื่องที่พระธัมมชโยถูกกล่าวหา สมคบกับคนอื่นทำการฟอกเงิน และรับของโจรมูลค่า 1.2 พันล้านบาท เนื่องจากรับเช็คจากผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่มีปัญหาการยักยอกเงินนับหมื่นล้านบาท คดีอาจจะไม่บานปลายและยืดเยื้อแบบที่เป็นอยู่ หากผู้ถูกกล่าวหาไปรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

ตามกระบวนการทางกฎหมาย การรับทราบข้อหาเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของการดำเนินคดี จากนั้นยังต้องใช้เวลาหลายปีกว่าคดีจะผ่านพนักงานอัยการ และการพิจารณาพิพากษาของศาล ซึ่งอาจจะต้องผ่านถึง 3 ศาล แต่เมื่อผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมไปตามนัด ดีเอสไอจึงต้องขอหมายจับจากศาล แต่ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามหมายจับ เพราะข้ออ้างเรื่องป่วย

การที่ถูกกล่าวหาไม่ยอมให้ดำเนิน คดี อาจจะเป็นวิธีการต่อสู้คดีอย่างหนึ่ง หรืออาจเชื่อมั่นว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้กระทำความผิด เห็นได้จากการให้ทนายร้องต่อศาล เพื่อขอให้เพิกถอนหมายจับ แม้ศาลไม่เห็นด้วย แต่ก็ยังร้องศาลอุทธรณ์ต่อ และกำลังรอผล ขณะเดียวกันผู้ถูกกล่าวหาก็ได้รับการอารักขาอย่างเข้มข้นจากคณะศิษย์นับหมื่นๆ

เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการดำเนินคดีกับผู้มีอำนาจหรือบารมีในสังคมไทย มักจะเป็นไปด้วยความยุ่งยาก กรณีเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย องค์กรปกครองคณะสงฆ์ก็อาจช่วยได้เฉพาะที่เกี่ยวกับความผิดพระ ธรรมวินัย แต่ถ้าเป็นความผิดทางอาญา อาจช่วยไม่ได้ เพราะคณะสงฆ์ไม่มีกลไกการบังคับใช้กฎหมาย ไม่มีกำลังตำรวจที่จะจับกุม หรือดำเนินคดี

คดีนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มีบางฝ่ายโยงให้เกี่ยวข้องกับการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ทุกฝ่ายควรทำใจให้เป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นผู้สนับสนุนหรือไม่สนับสนุน อย่าด่วนสรุปว่าใครผิดใครถูก จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และทำตามคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องรีบร้อนจนเกินไป จนขาดความรอบคอบ และนำไปสู่ม็อบชนม็อบที่ไม่พึงปรารถนา.

1 มิ.ย. 2559 09:12 1 มิ.ย. 2559 09:12 ไทยรัฐ