วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯฟังหมอดูทัก ทำอารมณ์เย็นลง

คสช.ลดโทน งดใช้ที่ทหารปรับทัศนคติ

คสช.ลดโทนกลบแรงเสียดทานต่างชาติ เลิกจับนักการเมืองเข้าค่ายหารปรับทัศนคติ สร้างบรรยากาศเปลี่ยนแผนไปใช้ศาลากลางจังหวัด-สน.พูดคุยแทน สั่ง ตร.งัด ก.ม.คุมม็อบเข้มข้นสกัดพวกแอบแฝง “บิ๊กป้อม” ปัดพัลวันถูกต่างชาติรุมกดดันหนัก บอกทำให้ดูเบาลง แต่ไม่เลิกปรับทัศนคติ “บิ๊กตู่” แจงต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่ได้มีกลยุทธ์อะไร หมอดูทัก ดาวอังคารขยับใกล้โลกในรอบ 11 ปี “ประยุทธ์” นับหนึ่งถึงร้อย สะกดอารมณ์เย็น ขออภัยสื่อถ้าโมโหรุนแรงไปบ้าง “ณัฐวุฒิ” เหน็บผ่อนคลายกฎเหล็กจิ๊บๆ จี้ คสช.ปลดล็อกความคิดตัวเองก่อน ทหารบุกสถานีโทรทัศน์ TV24 ติดเบรกรองโฆษก พท.ถล่มรัฐบาล กกต.หืดจับระดมเครือข่ายเคาะประตูบ้านปลุกชาวบ้านตื่นตัวประชามติ ครู ข. มึนคำถามพ่วงโยน สนช.เคลียร์หน้าเสื่อเอง

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทยอยผ่อนคลายบรรยากาศภายในประเทศ หลังเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยอนุญาตให้ผู้ที่มีรายชื่อในคำสั่ง คสช.เดินทางออกนอกประเทศได้ตามปกติ ยกเว้นผู้มีคดีติดตัวต้องขออนุญาตจากศาล ล่าสุด คสช.ได้เปลี่ยนแปลงการเรียกบุคคลเข้าพูดคุยปรับทัศนคติในค่ายทหาร ไปใช้สถานที่ราชการอื่นๆ เช่น ศาลากลางจังหวัด หรือสถานีตำรวจ

ใช้ศาลากลาง จว.–สน.แทนค่ายทหาร

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 พ.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.แถลงภายหลังการประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช.ที่มี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. ประธานการประชุมว่า กรณีที่ คสช.จะอนุญาตให้ผู้ที่มีรายชื่อในคำสั่ง คสช.เดินทางออกนอกประเทศได้ตามปกติ ยกเว้นผู้ที่มีคดีความต้องได้รับการอนุญาตจากศาลนั้น เนื่องจากคสช.พิจารณาแล้วว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่วนการเชิญบุคคลหรือกลุ่มต่างๆ มาพูดคุยและหารือประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคม อาทิ การเคลื่อนไหวด้านการเมือง ปัญหาผู้มีอิทธิพล ปัญหาการจัดระเบียบสังคม การบังคับใช้กฎหมายที่ได้ดำเนินการมาเป็นระยะ โดยใช้พื้นที่ในค่ายทหาร ต่อไปจะพิจารณาจัดให้มีขึ้นในสถานที่ราชการอื่นๆ เช่น ศาลากลางจังหวัด สถานีตำรวจ เป็นต้น เพื่อให้สะดวกกับทุกฝ่าย และสร้างบรรยากาศของการพูดคุยให้ดียิ่งขึ้น

สั่ง ตร.คุมเข้มม็อบสกัดพวกแอบแฝง

รองโฆษก คสช.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เรื่องการอำนวยความสะดวกและดูแลการชุมนุมเรียกร้องของประชาชนจากปัญหาต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปตามกฎหมายและข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมได้รับการแก้ไขตามกระบวนการที่ถูกต้อง อีกทั้งป้องกันไม่ให้มีผู้ใดแอบแฝงเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากการชุมนุมด้วย

ทำให้ดูเบาลงแต่ไม่เลิกปรับทัศนคติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณี คสช.เตรียมปรับสถานที่เข้ารายงานตัวจากค่ายทหารเป็นสถานที่อื่นว่า จะรายงานตัวที่ไหนก็ได้ เพราะถือเป็นสถานที่เหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นสถานที่ใด เราพยายามทำให้ทุกอย่างดูเบาลงในทุกเรื่อง เมื่อถามว่ายังต้องเข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ทหารอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นการรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องห่วง เขาทำให้ดี ทำไมรังเกียจทหารกันหรืออย่างไร ทหารไม่เคยทำอะไร เมื่อถามว่าจะยกเลิกการเรียกปรับทัศนคติหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ได้ เพราะขณะนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่ได้ใช้อำนาจอะไรรุนแรง ไม่เคยใช้มาตรา 44 จับคนไปขัง ไม่เคยใช้อำนาจลิดรอนสิทธิของประชาชน ทั้งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่พยายามเดินตามประชาธิปไตยตลอด ดังนั้นขออย่าไปจี้อะไรมาก อย่าพยายามพูดให้เกิดความวุ่นวาย รอให้มีรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง ตอนนั้นอยากทำอะไรก็ทำ

ปัดวุ่นถูกต่างชาติรุมกดดันหนัก

เมื่อถามว่า สาเหตุที่เปิดโอกาสให้นักการเมืองเดินทางออกนอกประเทศได้ เกิดจากแรงกดดันหลังมีการประชุมเรื่องสิทธิมนุษยชนที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มีแรงกดดันอะไรทั้งสิ้น เป็นความคิดของนายกฯทั้งหมด ทุกวันนี้ต่างชาติให้การยอมรับเรา ต่อข้อถามว่าถ้าผู้ที่ได้รับการปลดล็อกจะเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ต่างประเทศทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ถ้าเห็นว่าดีก็ทำ ถ้าประชาชนเห็นว่าสิ่งที่เขาทำถูกต้องก็เอาเลยไม่ว่า แต่ต้องดูว่าที่ไปพบกับนายทักษิณจะผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องไปดูตรงนั้น

“บิ๊กป้อม” รีบเด้งดับข่าวปรับ ครม.

เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะปรับ ครม. โดยมีนายทหารอักษรย่อ “ธ” และ “ก” เข้ามาเป็นรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตรตอบว่า หากเชื่อกระแสข่าวดังกล่าวก็ไปถามคนที่เผยแพร่ ขณะนี้ยังไม่มีการปรับย้ายอะไรทั้งสิ้น รัฐบาลเหลือเวลาอีกปีกว่า พยายามทำสิ่งที่นายกฯวางเอาไว้ เมื่อถามว่า จะนำทหารที่เกษียณอายุราชการเข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่ปรับย้ายอะไรทั้งสิ้น ไม่มีหรอก ขณะนี้นายกฯทำงานอย่างเดียว ไม่เคยพูดเรื่องดังกล่าวกับตน เมื่อถามย้ำว่า นายทหารที่เกษียณแล้วจะไปอยู่ที่ไหน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตอนตนเกษียณก็กลับไปอยู่บ้าน ต่อข้อถามว่าถ้าคนที่เกษียณแล้วยังไม่อยากกลับบ้านจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า คงต้องไปถามเขาเอง ตนไม่รู้

“ดอน” โต้เลิกพาสปอร์ตนักการเมือง

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวนักการเมืองบางคนจะถูกยกเลิกพาสปอร์ต หลัง คสช.มีมติยกเลิกการห้ามบุคคลในบัญชี คสช.ออกนอกประเทศว่า ไม่ทราบกระแสข่าวดังกล่าว ทุกอย่างมาตามขั้นตอน ผู้เกี่ยวข้องไตร่ตรองกันแล้วว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา ส่วนการติดตามผู้ที่ถูกเชิญไปพูดบนเวทีต่างประเทศนั้น นายกฯไม่ได้ส่งให้ติดตามใคร คนไทยถ้ารักประเทศคงไม่ไปพูดในบ้านเมืองเสียหาย คนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายคือคนไม่รักประเทศ เชื่อว่าคงไม่มีใครไปพูดแล้วทำให้สถานการณ์ทรุดลง เพราะจะกระทบต่อคนส่วนใหญ่ อาจไปเยี่ยมเยือนใครต่อใครเป็นที่เข้าใจได้ ว่าเป็นการเดินทางไปโดยสร้างสรรค์ คนไทยที่หวังดีต่อประเทศจะไปพูดเรื่องดี เพราะประเทศนี้มีอะไรดีเยอะแยะ เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีหลายด้าน

“บิ๊กตู่” บ่นโดนครหาปฏิรูปเหลว

อีกด้าน เมื่อเวลา 09.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุม ครม.โดยก่อนเข้าประชุม นางเตือนใจ สินธุวณิก ประธานคณะกรรมการโครงการเสียงปฏิรูปประเทศ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นำคณะเข้าพบประชาสัมพันธ์การจัดทำเว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ (Reform Voice : Voice for Change) ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้คุณต้องทำความเข้าใจที่คนเขาว่าปฏิรูปไม่มีผลงาน เราต้องทำให้เห็น อย่างแรกคือบอกว่าแนวทางการปฏิรูปรัฐบาลทำอยู่แล้ว แต่ถ้าคนเขายังหาเราไม่เจอว่ารัฐบาลทำอะไร จะเข้าใจว่าคุณและพวกเราไม่ได้ทำอะไร สองตามกฎหมายเราไม่สามารถสั่งเขาได้ คุณเขียนโครงสร้างมา 11 ด้าน 37 วาระ รัฐบาลทำตามอยู่แล้ว ระยะที่ 1 เราถึงให้คุณทำแผนปฏิรูปร่วมกับเรา อะไรที่ไม่ใช่รัฐบาลที่แล้วทำนั่นแหละคือการปฏิรูป ขอให้เข้าใจตรงกัน ส่วนอะไรที่จะให้ทำเพิ่มเติมก็บอก เราพร้อมจะทำให้เพื่อให้ตรงกัน เพราะวันนี้ยังไม่ตรงกัน คุณก็โดนด่า ผมก็โดนไปด้วย โดนด้วยกันทั้งคู่ ขอให้ไปทำความเข้าใจให้คนรู้ว่าเราทำอะไร พอคนไม่รู้ก็คิดว่าเราไม่ได้ทำวันนี้ ผมหงุดหงิดเพราะมันมีคนพวกนี้ คนที่พยายามไม่เข้าใจอยู่แล้ว”

อารมณ์ดีแข่งดื่มนมกับน้องณัชชา

ต่อมา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯนำคณะผู้จัดงานวันดื่มนมโลก เข้าพบเพื่อรณรงค์โครงการจัดงานวันดื่มนมโลก โดย ด.ญ.ณัชชาวีณ์ โกศลพิศิษฐ์ หรือ “น้องณัชชา” ลูกสาวพี่บ๊อบ ได้ชวนนายกฯแข่งดื่มนม ใครดื่มนมหมดจะได้ไปรีดนมวัว ปรากฏว่านายกฯดื่มหมดก่อน จึงขอให้ “น้องณัชชา” พูดเชิญชวนให้เยาวชนมาดื่มนมเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน แล้วทำท่าพูดเลียนแบบว่า “ดูปากนายกฯ นะคะ” ก่อนจะสาธิตรีดนมวัวกับแบบจำลอง จากนั้นนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวฯนำคณะพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน “ตลาดคลองผดุง : ท่องเที่ยวสุขใจ กีฬาไทยสุขกาย เศรษฐกิจก้าวไกล รวมใจประชารัฐ” ระหว่างวันที่ 3-24 มิ.ย. ช่วงหนึ่งนายกฯสาธิตใช้ผ้าขาวม้าทำกายบริหาร แล้วล้อเล่นใช้ผ้าขาวม้าผูกคอเจ้าหน้าที่ แล้วกล่าวติดตลกว่า คนฆ่าตัวตายไม่รักตัวเอง ศาสนาพุทธบอกไว้ว่าชาติหน้าจะลำบาก วันนี้จะอารมณ์ดี เพราะเป็นวันที่ 31 พ.ค.ก่อนหน้านี้อารมณ์เสียมา 2-3 วันแล้ว

โชว์แม่ไม้มวยไทยคุยคางยังแข็ง

จากนั้น นายกฯเดินไปชมโชว์ชกมวยไทย ทันทีที่เห็นนักมวยรีบเดินเข้าไปล็อกคอตีเข่าใส่ เรียกเสียงหัวเราะดังลั่น โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ตอนเป็นนายร้อยผมโดนน็อกอยู่บ่อยๆ แต่คางยังแข็งอยู่” นายกฯได้ขอน้ำตรีผลาให้นักมวยและระบุว่า “มีสรรพคุณแก้ช้ำใน แก้ความขัดแย้ง เดี๋ยวผมต้องไปต่อยมวย ครม.ต่อข้างบน” จากนั้นไปทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่นายสมนึก ตั้งเติมสิริกุล ผอ.สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ นำมาแสดง ขับวนจากตึกบัญชาการ 1 ไปตึกไทยคู่ฟ้า 1 รอบ ก่อนขึ้นประชุม ครม.

นายกฯสาธยายคลายล็อกการเมือง

ต่อเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณี คสช.ปรับแผน โดยไม่เรียกนักการเมืองเข้าปรับทัศนคติในค่ายทหารว่า ต้องดูว่าที่ผ่านมาเรียกไปเพื่อทำความเข้าใจพูดคุยหาเหตุผลว่า ที่แสดงออกนั้นต้องการอะไร หากคุยวันเดียวไม่ได้ต้องยืดเวลาออกไปเป็น 2-3 วัน ไม่ได้มีการคุมขัง แต่หาที่พักแล้วค่อยพูดคุยกันต่อเท่านั้น ส่วนผู้ที่มีคดีความติดตัวอยู่ก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมผู้ที่มีความผิดทางอาญาจะถูกดำเนินคดี ส่วนใหญ่จะได้รับการประกันตัว แล้วอย่ามาบอกว่าขอให้ช่วยปลดปล่อยคดีทางการเมือง เพราะที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่การเมือง เป็นเรื่องผิดกฎหมายคดีอาญา ไม่ได้มีกลยุทธ์อะไร ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ถ้าไม่สงบเดี๋ยวค่อยกลับมาใหม่ก็ได้ ทุกคนต้องเรียนรู้ร่วมกันว่าจะอยู่กันอย่างไร เพราะต้องการให้สังคมรับผิดชอบร่วมกัน ถ้าปล่อยแล้วเกิดอะไรขึ้น ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่ให้ตนรับคนเดียว เมื่อเข้มงวดก็ว่า เมื่อปล่อยก็ถามว่าหากหนีจะรับผิดชอบอย่างไร อย่างนี้มันลงที่ตนทั้งหมด ทำไมทุกคนไม่รับผิดชอบอะไรเลยหรือ

วอนเข้าใจหัวอก คสช.กันบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่จะใช้อำนาจมาตรา 44 ลงโทษในคดีทุจริตคอร์รัปชันว่า รัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจดังกล่าวได้ แม้จะมีอำนาจ แต่ไม่เคยใช้ลักษณะนั้น ที่ผ่านมาได้ใช้เพื่อปลดล็อกคลี่คลายให้การทำงานรวดเร็วขึ้น วันนี้อาจจะมีความเข้าใจผิดว่า รัฐบาลใช้มาตรานี้แล้วจะสามารถฟ้องร้องได้ ดังนั้นต้องศึกษากฎหมายให้ดี ส่วนการแก้ปัญหาในอดีตที่ผ่านมา ทุกคนต้องได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างทั่วถึง ไม่ใช่เลือกช่วยเหลือเพียงบางจังหวัดบางพื้นที่ ตนไม่เคยมองคนที่ออกมาต่อต้านว่าเป็นศัตรู ส่วนคดีต่างๆ ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น เรื่องนี้รัฐบาลไม่ใช่เป็นผู้เริ่ม แต่เป็นผู้นำ ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคนเหล่านี้จะต้องกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน จะให้ความยุติธรรมกับทุกคน ทั้งที่สามารถชี้ถูกชี้ผิดได้แต่ไม่ทำ เพราะให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน กฎหมายเขียนว่าผิดคือผิด อยากให้เข้าใจรัฐบาลและ คสช.บ้าง

ฟังหมอดูทัก–สะกดอารมณ์เย็นลง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ดาวอังคารเคลื่อนใกล้โลก หมอดูเตือนไม่ให้นายกฯพูดมาก พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ก็นี่ไง อารมณ์เย็นอยู่นี่ เมื่อหมอดูเตือนมาก็รับฟังไว้ แต่ถือว่าตัวเองทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ แม้จะโมโหอารมณ์รุนแรงบ้างก็ต้องให้อภัยบ้าง เพราะทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ผมมีความกดดันเพราะงานที่ทำยังไม่เสร็จ และมีปัญหาอยู่มาก ต้องทำให้ได้ เพราะเป็นความคาดหวังของประชาชน แม้มีบางส่วนที่ไม่คาดหวังก็ตาม ผมทำเพื่อทุกคน ทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ ผมก็ทำให้ทุกคน ไม่ว่าผลโพลก็มีขึ้นลงบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ขึ้นอยู่กับว่าโพลไปสอบถามใคร ถามมาใช่ไม่ใช่ ดีไม่ดี อย่างนี้ไม่ 0 ก็ 100 ยิ่งหมอดูเตือนมายิ่งทำอารมณ์เย็น นับร้อยตลอด”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บางช่วงในการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ได้กระเซ้าผู้สื่อข่าวขณะที่ยังไม่มีใครถามคำถามว่า “หมดแล้วหรือนี่ เปลี่ยนหน้าถามใหม่ให้อารมณ์เย็น ขอบคุณนะขอบคุณ” นอกจากนี้ช่วงท้ายในการตอบคำถามเรื่องปัญหาพระธัมมชโย พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจะมีอารมณ์ พอรู้สึกตัวได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เริ่มแล้วๆ เริ่มเป็นไปตามที่โหรทำนาย พอแล้วหมดเวลาดาวอังคารเริ่มจะเคลื่อนแล้ว” จากนั้นยุติให้สัมภาษณ์ทันที

ยกความฝันอันสูงสุดเตือนอย่าท้อ

วันเดียวกัน สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจกจ่ายจดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน ฉบับที่ 27 วันที่ 1 มิ.ย. ให้สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. นำตอนหนึ่งลำดับ ที่ 43 “จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิต เป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา” ในบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มาเขียนไว้ในคอลัมน์ “จากใจนายกรัฐมนตรี” เพื่อส่งเสริมคนดีให้มีกำลังใจทำงาน ยึดมั่นอุดมการณ์รักชาติ และเตือนสติมิให้ท้อถอยทำความดีเพื่อบ้านเมือง ในยามวิกฤติรวม พลังหยุดยั้งความขัดแย้งเก่า พร้อมระบุว่า ประเทศไทยเป็นของทุกคน แต่นักธุรกิจการเมือง บริหารประเทศเหมือนบริษัทมุ่งหมาย “ผลกำไร” ขณะที่ประเทศมุ่งหวัง “ผลประโยชน์ส่วนรวม” ที่รัฐบาลส่งเสริมนายทุนน้ำดี การลุกขึ้นยืนของประเทศครั้งใหม่นี้ ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ทำดี ไม่นอกรีต ไม่ผิด ซ้ำรอย โดยเมื่อ 1.ผิด-หยุด พิจารณาข้อเท็จจริงใหม่ เช่น ยุติเหมืองทองทองคำ ต้องไม่เห็นเพียงรายได้ แต่ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม ส่วนค่าปรับคลองด่าน รัฐต้องไม่เอาเปรียบเอกชน ไม่ละเมิดกฎหมายเอง 2.ถูก-ทำ ไม่ชักช้า ไม่ละเลย ไม่หาเสียง ไม่แอบแฝง เช่น การป้องกันการทุจริต การทวงคืนผืนป่า การจัดสรรที่ดินทำกิน และปฏิรูปให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมและมีจิตสำนึกที่ดี

นปช.บี้ปลดล็อกหัวคิด คสช.ก่อน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การให้นักการเมือง นักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวที่มีรายชื่อในคำสั่ง คสช.เดินทางไปต่างประเทศได้ เป็นวิธีการทางการเมืองของผู้มีอำนาจที่จะอธิบายกับสังคมทั้งในและต่างประเทศว่า มีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ทั้งที่เป็นเรื่องเล็กมากถ้าเทียบกับการให้ทำประชามติภายใต้กติกาคับแคบและไม่เป็นสากล หรือการห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม และการคงคำสั่ง คสช.ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมตรวจค้นควบคุมตัวได้ทุกกรณีทุกที่ทุกเวลา อยากเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจปลดล็อกความคิดของตนที่แสดงออกชัดเจนตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ว่าใครอยู่บนเรือแป๊ะเก่งฉลาดรักชาติ และเป็นคนดีทั้งหมด ส่วนใครเห็นต่างถือเป็นพวกตัวป่วน ไม่รักชาติ ต้องการความวุ่นวาย เพราะล็อกความคิดนี้ทำให้การดำเนินเรื่องใหญ่ๆของ คสช.ผิดทิศผิดทาง ผิดหลักการและส่อว่าจะล้มเหลว เรากำลังจะทำประชามติกันโดยไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงออกอย่างเสรี ออกกฎหมายจะเอาผิดติดคุก 10 ปี ประชามติท่ามกลางความกลัวของประชาชนจะชอบธรรมได้อย่างไร

ขู่พังคามือจะรับผิดชอบไม่ไหว

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า การจะปฏิรูปการเมืองโดยห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหว ทั้งที่หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการปฏิรูปคือการมีส่วนร่วม เอาพรรค การเมืองแช่แข็งไว้ รอปฏิรูปเสร็จค่อยปล่อยออกมา แค่คิดก็ผิดแล้ว ถ้าผู้มีอำนาจปลดล็อกความคิดนี้ได้ กระบวนการรับฟังผู้เห็นต่างควรจะมีรูปธรรมของการนำไปปฏิบัติให้เห็นบ้าง ไม่ใช่ตั้งเวทีเป็นช่วงๆ ให้หลายฝ่ายไปพูดแล้วก็จบกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลายเป็นเวทีนกแก้วนกขุนทอง ไม่ใช่ได้คืบ จะเอาศอก เพียงแต่อยากบอกว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ศัตรูรัฐบาล แต่เป็นห่วงด้วยซ้ำว่า ทำไปเรื่อย ไม่ฟังใคร มารู้อีกทีสมมติว่าพังคามือจะรับผิดชอบไม่ไหว

ทหารพบ “อนุสรณ์” ติดเบรกถล่ม รบ.

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. มีเจ้าหน้าที่ทหารประมาณ 10 นาย นำโดยทหารระดับยศ พ.ท. เดินทางไปที่สถานีโทรทัศน์ TV24 อิมพีเรียลลาดพร้าว เพื่อเข้าพบนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย โดยใช้เวลาพูดคุยนานประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายอนุสรณ์ให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่ทหารมาขอพบ พร้อมขอความร่วมมือในเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ขอให้ระมัดระวังการแสดงความเห็นตอบโต้ ไปจนถึงการตั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่อาจสร้างบรรยากาศที่ไม่ดี จึงได้สอบถามกลับไปว่ามีเรื่องใดที่แสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องบ้าง ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ยกเรื่องใดขึ้นมาเป็นพิเศษ เพียงระบุว่าช่วงนี้ยังไม่เหมาะสมที่ฝ่ายการเมืองจะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อยากให้เข้าใจว่า รัฐบาลกำลังทำงานอย่างเต็มที่ ขอโอกาสให้รัฐบาลได้ทำงานด้วย

ม.44 ปลดล็อกนักการเมืองไปนอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันที่ 31 พ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ฉบับที่ 25/2559 เรื่อง ยกเลิกการห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร อาศัยมาตรา 44 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 21/2557 เรื่อง ห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติตามคำสั่งศาล ส่วนบุคคลที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 39/2557 ประกาศ คสช.ฉบับที่ 40/2557 ประกาศคสช.ฉบับที่ 41/2557 และประกาศ คสช.ฉบับที่ 3/2558 หากจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ยังต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้า คสช.ก่อน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป

“บิ๊กป๊อก” แจงแผนตีปี๊บเนื้อหา รธน.

อีกเรื่อง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและประชาสัมพันธ์การทำประชามติในระดับจังหวัด อำเภอและหมู่บ้านว่า การคัดเลือกวิทยากรครู ก. ระดับจังหวัดเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนการคัดเลือกวิทยากรครู ข.ระดับอำเภอ อยู่ระหว่างดำเนินการ ที่เหลือจะทำไปตามขั้นตอนของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนตัดสินใจทำประชามติ ถ้าให้ไปอ่านเองหรือมีผู้ที่นำรัฐธรรมนูญฉบับอื่นมาวิพากษ์วิจารณ์ ต้องยอมรับว่ายากที่คนจะเข้าใจ

สนช.–กรธ.โหมประโคมโค้งสุดท้าย

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงผล การประชุมวิป สนช.ว่า สมาชิก สนช.ลงพื้นที่ชี้แจง คำถามพ่วงประชามติบ้างแล้ว เน้นเผยแพร่คำถามพ่วงผ่านแผ่นซีดีที่ สนช.จัดทำขึ้น เพื่อถ่ายทอดข้อมูลไปยังวิทยากรทุกระดับให้เข้าใจในทิศทางเดียวกัน ดีกว่าถ่ายทอดแบบปากต่อปาก อาจจะเกิดความคลาดเคลื่อนเข้าใจผิดได้ ซีดีที่แจกมี 2 แบบ คือ 1.ฉบับเต็ม มีเนื้อหา 45 นาที แจกให้ครู ก. ครู ข. และครู ค.ไปฟัง อธิบายถึงหลักการและเหตุผลของคำถามพ่วงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2.ฉบับย่อ แจกให้ชาวบ้านฟัง เป็นการสรุปหลักการและเหตุผลของคำถามพ่วงด้วยภาษาเข้าใจง่ายๆ ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าประชาธิปัตย์ ระบุว่า การ ชี้แจงคำถามพ่วงประชามติของ สนช. อาจเข้าข่าย การชี้นำได้ ยืนยันว่า สนช.ชี้นำไม่ได้ และไม่เคยพูด ถึงข้อดีของคำถามพ่วง ไม่ใช่การชี้นำ อย่างไรก็ตามในช่วงโค้งสุดท้าย 2 สัปดาห์ ก่อนวันลงประชามติ สนช.และ กรธ.ต้องระดมประชาสัมพันธ์ให้มากที่สุด จะอาศัยเคเบิลทีวี วิทยุชุมชนให้เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด

ครู ข.มึนคำถามพ่วงโยน สนช.อธิบาย

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กล่าวถึงการอบรมวิทยากรกระบวนการระดับอำเภอ (ครู ข.) ว่า ขณะนี้การอบรมครู ข.ทำไป แล้วทั้งสิ้น 16 จังหวัด พบปัญหาเพียงเล็กน้อย คือ เอกสารประกอบการอบรมยังส่งไม่ถึงพื้นที่ ล่าสุดวันที่ 31 พ.ค. ทราบว่าส่งถึงจังหวัดต่างๆแล้ว ในเวทีอบรมยังมีข้อสงสัย เช่น ประเด็นเรื่องการศึกษา ส่วนกรณีที่พบรายงานว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับคำถามประกอบการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ยังขาดรายละเอียด เช่น ที่มา เหตุผล และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ยังไม่ได้รับทราบรายละเอียด เพราะการชี้แจงคำถามพ่วงเป็นหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่ง ชาติ (สนช.) สำหรับการอบรมวิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้อนุมัติ เอกสารประกอบการอบรมและเพื่อแจกให้วิทยากรระดับหมู่บ้านกว่า 3 แสนชุดแล้ว กรธ.จะทยอยจัดส่งให้แต่ละพื้นที่เร็วๆนี้

สปท.เปิดตัวเว็บเสียงปฏิรูป

ช่วงบ่าย ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พร้อมนางเตือนใจ สินธุวณิก สปท.ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการเสียงปฏิรูปประเทศ ร่วมกันแถลงเปิดตัวเว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ หรือ Reform Voice : Voice for Change โดยนาย อลงกรณ์กล่าวว่า เว็บไซต์เสียงปฏิรูปเป็นผลงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มอบให้ สปท.ไว้ เป็นช่องทางสื่อสารเผยแพร่ผลงาน สื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน โดยได้ปรับปรุงเว็บไซต์ให้เป็นสากล มีทั้งภาคภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เชื่อมโยงผู้มาเยี่ยมชม

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ได้ปรับการทำงานและทำความเข้าใจกับสมาชิก สปท. เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ อายุ สปท.จะลดลง 6 เดือน เหลือเพียง 1 ปี แม้งานปฏิรูปจะเป็นไปตาม แผนการที่วางไว้ แต่จำเป็นต้องเน้นการปฏิรูปที่เร่งด่วน เช่น กระบวนการยุติธรรม การศึกษา คอร์รัปชัน เศรษฐกิจ และกฎหมายที่เตรียมไว้เสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีก 120 ฉบับ ในบรรยากาศที่อยู่ ในช่วงการทำประชามติ ขอให้บรรดาพรรคการเมืองแสดงความเห็นใด ให้แยกการเมืองออกจากการปฏิรูป เพราะจะสร้างความสับสน ซึ่งไม่ใช่เพียงดิสเครดิตสปท. แต่เท่ากับดิสเครดิตประเทศไทยด้วย อยากให้มาร่วมมือกันปฏิรูป ไม่ควรแบ่งฝ่าย ไม่มีสีแดง สีเขียว

“สมชัย” ชี้ “ปุ้ม–อ.พิชญ์” ใส่เสื้อไม่ผิด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพผ่านเฟซบุ๊กกรณีนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และนายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์รัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สวมเสื้อรับและไม่รับเป็นสิทธิ์ไม่ผิดกฎหมาย โดยระบุว่าใส่เสื้อไม่ผิดครับ (ความเห็นส่วนตัว) เนื่องจากเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล แม้จะเอาคำว่า “รับ” ออกก็ตาม แต่อาจผิด หาก 1.ใส่จัดรายการทุกวัน ในลักษณะเชิญชวนปลุก ระดม (ยกเว้นพิสูจน์ว่ายากจน มีเสื้อใส่แค่ตัวเดียว) 2.ช่วงจัดรายการมีการพูดเท็จปลุกระดม หยาบคาย (สองท่านคงไม่หลุด) 3.มีการแจกเสื้อแก่ผู้ฟัง เรียก เรตติ้งรายการ (ผิดมาตรา 61(2) แจกของเพื่อจูงใจ ลงคะแนน) และ 4.มีการขายเสื้อและคนใส่มากๆ แล้วไปเดินขบวนก่อความวุ่นวาย แต่ผิดหรือไม่ผิด เป็นเรื่องของศาลตัดสิน ตนเพียงแค่แนะนำ อาจารย์ทั้งสองท่านด้วยความเคารพ

กกต.เคาะประตูบ้านปลุกออกเสียง

ที่โรงแรมเซ็นทราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายประวิช รัตนเพียร ด้านกิจการการมีส่วนร่วม เป็นประธานเปิดอบรมวิทยากรครู ก. เพื่อเสริมสร้างความรู้การออกเสียงประชามติ รุ่นที่ 2 ทั้งนี้ นายประวิชให้สัมภาษณ์ถึงความตื่นตัวของประชาชนในการออกเสียงประชามติ ยังค่อนข้างน้อย ถ้าเทียบกับ ยอดการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้พลังทุ่มเทให้มากกว่า นี้ โดยจะให้เครือข่ายและอาสาสมัครของ กกต.ลง พื้นที่ทุกหมู่บ้านตำบลไปบอกผู้ปกครองของนักเรียน นักศึกษา ให้แจ้งบุตรหลานให้ลงทะเบียนใช้สิทธินอกเขต ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเดินทางกลับบ้าน รวมถึงประสานกับสภาหอการค้าจังหวัด และอุตสาหกรรมจังหวัด ให้อำนวยความสะดวกให้พนักงานใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตของบริษัทนายจ้างลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตได้ มั่นใจว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ ประชาชนจะลงทะเบียนขอใช้สิทธิมากขึ้น กรณีที่ นปช.จะตั้งศูนย์ปราบโกงระดับจังหวัดและส่งอาสาสมัครจับตาการออกเสียงทุกหน่วยออกเสียง ไม่ขัดข้องแต่ขอให้ระมัดระวังให้อยู่ในขอบเขตตามกฎหมาย

ผุดทัวร์ 3 ภาครณรงค์ประชามติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก กกต.จัดเวทีชี้แจงเกี่ยวกับการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยเชิญตัวแทนจาก 71 พรรคการเมืองเข้าร่วมเมื่อวันที่ 19 พ.ค. พบว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ควรจัดเวทีรูปแบบดังกล่าวขึ้นในแต่ละภูมิภาค และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้เชิญผู้บริหารสำนักงาน กกต.เข้าหารือเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ได้ข้อสรุปให้ กกต.จัดเวทีชี้แจงขึ้นในแต่ละภูมิภาครวม 3 ครั้ง เริ่มวันที่ 11 มิ.ย. ภาคใต้จัดที่ จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 18 มิ.ย. ที่พื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และวันที่ 25 มิ.ย. พื้นที่ภาคอีสาน จ.นครราชสีมา สำหรับผู้ชี้แจงทุกเวที มีตัวแทนรัฐบาล กกต. กรธ. สนช. มี กลุ่มเป้าหมาย 5 กลุ่ม ประกอบด้วย อดีตนักการเมืองระดับชาติ ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น สาขาพรรคการเมือง ภาคพลเมืองและนักวิชาการในพื้นที่ นอกจากนี้ กกต.จะร่วมกับกองทัพบกจัดกิจกรรมปั่นจักรยานไปจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์เชิญชวนกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวมาใช้สิทธิ จะเริ่มขึ้นช่วง 25 วัน ก่อนวันที่ 4 ส.ค.โค้ง สุดท้ายก่อนวันออกเสียงประชามติวันที่ 7 ส.ค.

“ประยุทธ์” เหน็บ นปช.จับตัวเองด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีกลุ่ม นปช.เปิดศูนย์ต้านโกงตรวจสอบการรณรงค์ประชามติว่า ก็เปิดไปก็ไปจับมา จับตัวเองด้วยก็แล้วกัน ที่ผ่านมาไม่เห็นจับ ไปจับมา ตนให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ไม่อยากให้โกงอยู่แล้ว จะโกงอะไร โกงคะแนนเสียงหรือ สำหรับการลงพื้นที่ภายใต้ของครู ก. ครู ข. ครู ค. จะมีการ ลงไปในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ไทยพุทธ แต่ไม่ลงพื้นที่ชาวมุสลิม หากครูผู้ชี้แจงติดภารกิจทางศาสนาต้องหาเวลาไป จะทำอย่างไรก็ได้ แต่ต้องไม่ละเมิดกับศาสนาอิสลาม ส่วนกรณีที่ กกต.ระบุว่านายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกฯ สวมเสื้อรณรงค์ประชามติไม่ผิดกฎหมายประชามตินั้นไม่ทราบ เมื่อ กกต.พูดว่าไม่ผิดก็ต้องรับผิดชอบหากมีเหตุการณ์อะไรขึ้น

พท.จี้แจงเนื้อหากระทบองค์กรสงฆ์

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีมาตรา 67 ของร่างรัฐธรรมนูญส่งเสริมและสนับสนุนเฉพาะพุทธศาสนาเถรวาทเท่านั้น เป็นการเลือกปฏิบัติ ก่อให้เกิดความแตกแยกทางศาสนาและจะทำให้ไทยถูกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น จะทำความเข้าใจกับประเทศต่างๆ ที่มีฉันทามติให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาของโลกอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีบทบัญญัติใหม่ให้ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินมาตรการป้องกันการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาดูผิวเผินดูดี แต่ถ้าอ่านละเอียดน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายคณะสงฆ์ครั้งใหญ่หรือไม่ ด้วยการออกกฎหมายลูกที่จะให้ฆราวาสร่วมบริหารกิจการคณะสงฆ์ จึงขอฝาก กรธ. และครู ก. ข. ค.ไปชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญต่อประชาชน รวมถึงพระภิกษุสงฆ์ว่าจะมีผลกระทบต่อองค์กรสงฆ์อย่างไร

ฉะยกเครื่อง สตช.เกาไม่ถูกที่คัน

นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแผนการปฏิรูปตำรวจของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ สปท.ที่ต้องการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ป้องกันฝ่ายการเมืองแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายว่าน่าจะตีโจทย์ไม่แตกหรือเกาไม่ถูกที่คัน เพราะตามกฎหมายมีนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยตำแหน่งเพียง 1 คน ขณะที่กรรมการ ก.ตร.อื่นๆ เป็นตำรวจทั้งสิ้น เมื่อโหวตในที่ประชุมเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายการเมืองจะชนะ ปัญหาในแวดวงตำรวจ โดยเฉพาะข่าวการซื้อขายตำแหน่ง ส่วนหนึ่งมาจากตำรวจด้วยกันเองด้วย ปัจจุบันไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องในการทำโผ ทำไมเป็นข่าวหนาหูว่ามีวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งมากยิ่งกว่ายุคที่มีนักการเมือง ยิ่งครั้งล่าสุดถือเป็นคำสั่งที่มั่วมีปัญหามากที่สุด ควรจะเสร็จตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.58 แต่ล่วงมากว่า 8 เดือนยังไม่เสร็จ

“บิ๊กตู่” ลั่นดาลไม่ขุดคลองกระเด็ดขาด

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่ สปท.เสนอให้พิจารณาทำเขตเศรษฐกิจพิเศษเส้นทาง 9 เอ จาก จ.สงขลาถึงกระบี่ ระยะทาง 135 กม.หรือคลองกระว่า “ยืนยันมาร้อยครั้งแล้ว จะไม่มีการดำเนินการในรัฐบาลนี้โดยเด็ดขาด จบเสียที ผมส่งข่าวไปถึง สปท.ผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมให้แจ้งไปแล้ว ไม่ว่าใครจะมาคุยกับผม ก็ยืนยันว่ายังไม่ถึงเวลาจบแค่นั้น เพราะฉะนั้นใครจะไปอ้างอย่างไร ขอให้ฟังที่ผมคนเดียว มันยังไม่ใช่เวลาเพราะความขัดแย้งมันสูง และต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่า เงินลงทุน 4 แสนล้านบาท ความคุ้มค่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ การบริหารภาคใต้มันแก้ได้หรือยัง วันนี้ปัญหาเกิดขึ้นอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 อำเภอของสงขลา แล้วจะลามมาถึงคอคอดกระตรงนี้หรือเปล่ายังไม่รู้ ระบบนิเวศจะเปลี่ยนหรือไม่ ฝั่งทะเลตะวันตก ตะวันออกจะเป็นอย่างไร ใครจะใช้เมื่อไรอย่างไรต้องระมัดระวัง การจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ ต้องดูว่าใช่เวลาหรือยัง ประเทศไทยไม่ใช่ใหญ่โต และไม่ได้ไปคาดหวังว่าเศรษฐกิจของประเทศจะโตขึ้น เพราะมีคอคอดกระ มันจะต้องสร้างทุกส่วนของการลงทุน”

สตง.ทักท้วง อผศ.ปรับราคากลาง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในโครงการขุดลอกคูคลองว่า ได้พูดคุยกับนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี ปภ.แล้ว นายฉัตรชัยชี้แจงว่า กรณีที่ทักท้วงคือราคากลางไม่เหมาะสม แต่ไม่ได้ทักท้วงว่าทำได้หรือไม่ได้ ผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการปรับราคากลางให้เหมาะสม เมื่อถามว่า สตง.ทำหนังสือแจ้ง ปภ.มาก่อนการเซ็นสัญญาหรือไม่นั้น พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้เซ็นสัญญากันไปแล้ว ระหว่าง ปภ.จังหวัดกับ อผศ. บางแห่งมีการทักท้วงเรื่องราคากลาง

คปพ.ขวางมติ กพช.ผวาล็อกสเปกซ้ำ

เมื่อเวลา 09.40 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. กลุ่มประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดยนางบุญยืน ศิริธรรม ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.คัดค้านการเจรจามอบสิทธิ์การผลิตปิโตรเลียมในแหล่งเอราวัณและบงกช ที่จะหมดอายุให้ผู้รับสัมปทานรายเดิม โดยไม่มีการประมูลอย่างเสรีในระบบจ้างผลิตหรือระบบแบ่งปันผลผลิต โดยนางบุญยืนกล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงพลังงานทำอยู่ไม่โปร่งใส ใช้ดุลพินิจส่วนบุคคล การให้สัมภาษณ์ของ รมว.พลังงาน เหมือนปูทางไปสู่การประมูลแบบระบบสัมปทานเดิม ใช้กลุ่มคนกลุ่มเดียวเป็นผู้ตัดสินใจใช่หรือไม่ และจากมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่หากไม่มีผู้เข้าร่วมประมูล จะใช้วิธีเจรจาผู้ประกอบการเดิม เกรงว่าจะมีเจ้าหน้าที่รัฐช่วยเหลือจนเกิดล็อกสเปก จึงเรียกร้องให้ประมูลแข่งขัน โดยจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติมาถือครองกรรมสิทธิ์และขายปิโตรเลียมให้มีประสิทธิภาพ และขอให้เปิดเผยเนื้อหาและทำประชาพิจารณ์ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่างแก้ไข พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ก่อนนำเสนอที่ประชุม ครม.

“ประยุทธ์” ปลื้มสิงคโปร์เชิญไปโชว์กึ๋น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปร่วมประชุมความมั่นคงภูมิภาคเอเชียครั้งที่ 15 หรือแชงกรี-ลา ไดอะล็อก ประจำปี 2016 ที่ประเทศสิงคโปร์วันที่ 3 มิ.ย. ว่าสิงคโปร์เชิญตนไปเป็นคีย์โน้ตของการประชุมที่สิงคโปร์ เชิญผู้นำประเทศไปพูดปีละคน ต่างประเทศไม่ได้รังเกียจตนเท่ากับคนในประเทศที่รังเกียจ เชิญตนไปพูดเพื่ออยากรู้ว่ามีทัศนะอย่างไร ยิ่งเป็นทหารด้วยต้องเตรียมการไปพูดให้ดีจริงๆ คงให้เวลาพูดครึ่งชั่วโมงไม่เกินนั้น จะไปสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นกับกว่า 30 ประเทศ ต้องระมัดระวังการพูดจา ไม่ทำให้เกิดปัญหาใหม่ต่อไปในอนาคต ฉะนั้น ใครไปต่างประเทศไปพูดจาเสียหายไม่ระวัง มันอันตรายกับประเทศไทยและกับพวกเรา พูดจาเสียหายไม่ตรงและบิดเบือน ทำให้มองเราผิดไป จะเป็นอันตราย ซึ่งตนก็อันตรายอยู่แล้ว แต่คนไทยจะอันตรายไปด้วย วันหน้าไม่มาคบ ไม่มาค้าขายกับท่าน แล้วเดือดร้อนไหม

ส่งเทียบ “อองซาน-ถิ่นจอ” เยือนไทย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและ รมว.การต่างประเทศของเมียนมา มีกำหนดเดินทางเยือนประ-เทศไทยในวันที่ 23-25 มิ.ย.นั้น ตนเชิญมาเอง รวมถึงนายถิ่น จอ ประธานาธิบดีเมียนมาด้วย จะมาทั้งสองคน หลังจากได้พบประธานาธิบดีเมียนมาที่ต่างประเทศ คุยกันดีมีบุคลิกสุภาพเรียบร้อย เหมือน กับนายเต็ง เส่ง อดีตประธานาธิบดีเมียนมา ส่วนความขัดแย้งในประเทศไม่มาถามให้ยุ่ง แต่จะช่วยเมียนมาเรื่องความปรองดองในชาติ ไม่ให้คนฝั่งเราไปสนับสนุนในทางที่ไม่ถูกต้อง การเมืองคือการเมือง เพื่อนคือเพื่อนคนละอย่างกัน ตนมีเพื่อนเยอะแยะเป็นทหารทั้งนั้น แต่เรื่องการเมือง พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย ผบ.ทหารสูงสุดเมียนมา ได้พูดกับตนขอร้องให้ช่วยสนับสนุนรัฐบาลใหม่ของเมียนมา

แต่วาระที่จะคุยเป็นการขับเคลื่อนความร่วมมือต่อจากของเดิมในทุกมิติ ทั้งนี้ จะไม่มีการพูดถึงปัญหาชาวโรฮีนจา เพราะเป็นเรื่องที่ต้องไปพูดในเวทีความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผล เราจะไปอะไรนักหนา เป็นปัญหาภายในที่เขาต้องแก้ไม่ใช่หรือ หลักการของอาเซียนคือจะไม่ยุ่งกิจการภายในซึ่งกันและกัน ส่วนประเด็นสิทธิมนุษยชนโลกก็ไปพูดในอีกเวทีว่าจะดูแลอย่างไร เราจะไปก้าวล่วงทำไม ปัญหาในประเทศยังไม่พอหรืออย่างไร

ครม.เด้งนอกฤดูผู้ว่าฯพัทลุงเข้ากรุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง 2 ราย ดังนี้ 1.นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง และ 2.นายวันชัย คงเกษม ที่ปรึกษาด้านการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) ให้ดำรงตำแหน่ง ผวจ.พัทลุง ให้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นต้นไป เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างและสับเปลี่ยนหมุนเวียน ทั้งนี้การโยกย้ายครั้งนี้มีรายงานว่าเป็นเพราะนายวินัยขัดแย้งกับนักการเมืองท้องถิ่น เรื่องการประมูลรังนกที่เคยมีปัญหาเป็นข่าวใหญ่ ประกอบกับจะเกษียณอายุราชการเดือน ต.ค. หรือเหลือเวลาอีก 4 เดือน ส่วนนายวันชัย ถือเป็นสิงห์ดำรัฐศาสตร์ จุฬาฯมีความใกล้ชิดกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดย พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ตำแหน่งดังกล่าวที่มีการโยกย้ายนอกฤดูกาล เสนอขึ้นมาโดยนายกฤษฎา เพื่อให้เป็นไปตามความเหมาะสม

ปลัด มท.เซ็นโยกย้าย 8 รอง ผวจ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายรอง ผวจ.จำนวน 8 ตำแหน่ง ดังนี้ 1.นายธัชชัย ลีสุวรรณ รอง ผวจ.สุรินทร์ เป็นรอง ผวจ.พิษณุโลก 2.นางกานต์เปรมปรีดิ์ ชิตานนท์ รอง ผวจ.สมุทรสงครามเป็น รอง ผวจ.จันทบุรี 3. นายยงยุทธ สิงห์ธวัช รอง ผวจ.จันทบุรี เป็นรอง ผวจ.สมุทรสงคราม 4.นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล รอง ผวจ.ระนอง เป็นรอง ผวจ.ศรีสะเกษ 5.นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นรอง ผวจ.ระนอง 6.นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็น รอง ผวจ.สุรินทร์ 7. น.ส.ปาณี นาคะนาท ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เป็นรอง ผวจ.ลำพูน และ 8.นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อผอ.สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เป็นรอง ผวจ.ราชบุรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.

คสช.ลดโทนกลบแรงเสียดทานต่างชาติ เลิกจับนักการเมืองเข้าค่ายหารปรับทัศนคติ สร้างบรรยากาศเปลี่ยนแผนไปใช้ศาลากลางจังหวัด-สน.พูดคุยแทน สั่ง ตร.งัด ก.ม.คุมม็อบเข้มข้นสกัดพวกแอบแฝง... 1 มิ.ย. 2559 05:04 1 มิ.ย. 2559 05:04 ไทยรัฐ