วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โบแดงของ‘บิ๊กต๊อก’

เผลอ “โดนของ” เข้าเนื้อเหมือนกัน

ตามปรากฏการณ์ที่ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ต้องออกอาการฉุนขึ้นจมูก กับคำถามเรื่องเงิน 2,000 ล้านบาท แลกกับการล้มคดี “ธัมมชโย” เจ้าสำนักธรรมกาย

ลั่น อย่าเอาข่าวลอยลมมาทำให้คนทำงานเสียกำลังใจ

“ทุกคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี คนที่พูดถึงเรื่องนี้ละอายปากหรือไม่ บอกมาเลยว่าใครพูด ผมจะจัดการให้ดู อย่ามาพูดลอยๆแบบนี้”

ในจังหวะโดนกระตุกจากฝ่ายคุมเกมรุกไล่อยู่ดีๆ ต้องมาตั้งรับข่าวลือร้อนๆทำเสียสมาธิ

“บิ๊กต๊อก” เจอแรงสะท้อนกลับ บุกบุ่มบ่ามไม่ได้

ที่แน่ๆมันเป็นอะไรที่ต้องประเมินสัญญาณกันใหม่ ตามรูปการณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ส่งซิกให้ชะลอคันเร่งเป็นนัย พูดเป็นเชิงทำไมจะต้องเร่งรัด อย่าไปเร่งรัดเขามาก

“ผมเองยังไม่ได้สั่งการอะไรเพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว”

พูดกันชัดแบบที่ว่า ถ้าทำแล้วเกิดผลกระทบมากเจ้าหน้าที่ก็ไม่ควรทำ สามารถดำเนินการวันหน้าได้ จะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าละเว้นหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.157 ที่พูดเพราะเห็นห่วงจะเกิดม็อบชนม็อบจากแรงศรัทธา ถ้าไม่ห่วงก็ใช้อำนาจไปนานแล้ว

แปลความตามท้องเรื่องมันก็คือการแตะเบรก ชะลอคันเร่ง

ในห้วงสถานการณ์ใส่เกียร์ห้า ดับไฟหน้าพร้อมลุย ถึงขั้นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเตรียมพร้อมเข้าเคลียร์พื้นที่

ตามฉากเร้าบรรยากาศบู๊ๆ มีการใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่ภายในอาณาจักรวัดพระธรรมกาย เพื่อนำมาวางแผน ล้อไปกับกระแสข่าววงในจากฝ่ายเจ้าหน้าที่เตรียมยุทธวิธีฝ่าวงล้อมลูกศิษย์และกองกำลังมนุษย์ที่รายล้อมรอบวัด อาจถึงขั้นใช้เฮลิคอปเตอร์โรยตัวหน่วยคอมมานโด

บุกเข้ารวบตัว “ธัมมชโย”

แต่ “บิ๊กตู่” พูดแบบนี้เลยต้องประเมินกันใหม่ เอายังไงกันแน่

และน่าสังเกตว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งสัญญาณมาตั้งแต่การพูดบนเวทีประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนและการปฏิรูปประเทศไทยแบบบูรณาการ วันเดียวกับที่หลุดปมร้อนเรื่อง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม บอกอายุ 70 ไม่ไหวแล้ว จะลาออก

โดยมีการพูดพาดโยงไปถึงคิวของ พล.อ.ไพบูลย์ ในทำนองว่า ทาง รมว.ยุติธรรมก็ไปถึงกระบวนการพระสงฆ์ยุ่งไปหมดแล้ว

มันไม่ควรจะวุ่น พระธรรมวินัยว่าอย่างไรก็ไปตามนั้น ตนเองไม่เข้าข้างใครเพราะเป็นไทยพุทธทั้งนั้น

2 จังหวะติดๆกัน มันจึงไม่ใช่เรื่องที่ “บิ๊กต๊อก” จะลุยโดยไม่หันมาฟังกัปตันทีม คสช.

การลุ้นจัดการกับ “เจ้าลัทธิธรรมกาย” ต้องรอดูทิศทางลมก่อน

ขณะเดียวกัน มันยังมีอีกผลงานชิ้นโบแดงของ พล.อ.ไพบูลย์ ก็คือการชงบัญชีข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นที่ส่อพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันให้หัวหน้า คสช.ลงดาบเชือด ไล่ออก พักงาน

ถึงตอนนี้สะดุด หยุดอยู่แค่บัญชีเชือดลอต 3

ตามรูปการณ์ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาเร่งเกมตามบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่กำชับให้แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งมีเรื่องค้างเก่าอยู่จำนวนมาก

เชื่อว่าคงจะมีบัญชีรายชื่อออกอีกเป็นลอตที่ 4 แต่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ยังไม่ส่งรายชื่อมาให้พิจารณา

ยุทธการลุยปราบพวกคอร์รัปชันของทีม “บิ๊กต๊อก” เงียบไปซะดื้อๆ

และโดยสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกัน กับการที่หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ตั้งคณะกรรมการสรรหาสภาท้องถิ่นกรณีมีการยุบสภาท้องถิ่น

เนื่องจาก คสช.ยังไม่ปล่อยไฟเขียวให้จัดเลือกตั้ง

ซึ่งนั่นก็มาจากปมปัญหาสุญญากาศในการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เกิดภาวะสภา อบจ.ถูกยุบ และน่าจะเผื่อรองรับกรณีนายก อบจ.หมดวาระ

แต่ที่พิลึกพิลั่นเลยก็คือ บางจังหวัดที่นายก อบจ.ถูกแบน อยู่ในบัญชีโดนหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 สั่งพักงานเพราะพัวพันทุจริต ถึงวันนี้ก็ยังนั่งบริหารอยู่เบื้องหลัง

ผ่าน “นอมินี” มีอำนาจเต็มในทางพฤตินัย ลากยาวโดยไม่หมดวาระ

ดาบมาตรา 44 ฟันโกงไม่สุด ยกประโยชน์ให้จำเลยสบายไป.

ทีมข่าวการเมือง

1 มิ.ย. 2559 00:51 1 มิ.ย. 2559 00:51 ไทยรัฐ