วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่เคยคิดปฏิรูปตัวเองบ้างหรือ?

ไม่เคยคิดปฏิรูปตัวเองบ้างหรือ?

โดย สายล่อฟ้า
1 มิ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

หลังจาก คสช.เปิดช่องให้สามารถแสดงความคิดเห็น

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “รัฐธรรมนูญ–ประชามติ” ด้วยการเปิดเวทีให้พรรคการเมืองส่งตัวแทนเข้าร่วมจนทำให้บรรยากาศทางการเมืองผ่อนคลายไปในทางที่ดีขึ้น

ซํ้าด้วยการ “ปลดล็อก” ให้นักการเมือง นักธุรกิจที่อยู่ในบัญชีห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่พวกที่มีความผิดติดตัว ซึ่งจะต้องไปขออนุญาตจากองค์กรที่รับผิดชอบว่าจะให้เดินทางได้หรือไม่

แม้ว่าในสภาพความเป็นจริงแล้ว คสช.ก็อนุญาตให้นักการเมืองบางคนเดินทางไปได้ แต่บางคนไม่อนุญาตแล้วก็ตาม

2 เงื่อนไขนี้ถือว่า คสช.ใจกว้างมากกว่าที่ผ่านมา

นอกจากจะทำให้บรรยากาศดีขึ้นแล้วยังทำให้ คสช.ลดแรงกดดันจากภายในและนอกประเทศที่โจมตีเรื่องนี้มาโดยตลอด

ทว่ามีการเพิ่มข้อเรียกร้องขึ้นมาอีกจากพรรคการเมือง โดย 2 พรรคใหญ่คือ เพื่อไทยและประชาธิปัตย์ เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ ซึ่งเรื่องนี้มีการเรียกร้องกันมาก่อนหน้านี้ แต่ได้รับการปฏิเสธ

เหตุผลที่ไม่อนุญาตนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้คำตอบทำนองว่ายังไม่ถึงเวลา แต่ให้นักการเมืองไปพิจารณาตัวเองก่อนว่ามีพฤติกรรมและกระทำตัวกันอย่างไรที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก

หากเกิดความไม่สงบขึ้นมาอีกแล้วจะทำอย่างไร ลงท้ายก็มาโทษ คสช.อีก จึงต้องให้พรรคการเมืองยุติการทำกิจกรรมไว้ก่อน

แบบว่า “ได้คืบจะเอาศอก ได้ศอกจะเอาวา” ทำนองนั้น

แม้นักการเมืองบางคนจะให้เหตุผลว่าเพื่อให้พรรคการเมืองได้เตรียมความพร้อมเพื่อผลในการเลือกตั้งในปีหน้า

หากอนุญาตให้ทำกิจกรรมก็สามารถกำหนดเงื่อนไขว่าให้ทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง ซึ่งเชื่อว่านักการเมืองจะไม่ทำอะไรให้เกิดความเสียหายขึ้นมา

ปัญหานี้ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผล เพียงแต่ว่าเหตุผลของฝ่ายไหนจะเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นจริงมากกว่า

ที่สำคัญไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่เกิดอะไรขึ้น เพราะแม้แต่นักการเมืองด้วยกันเองก็ไม่สามารถควบคุมกันเองได้

ยิ่งต่างพรรคต่างก็มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองที่ต่างกัน

ขนาดว่ามีการห้ามไม่ให้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่นำไปสู่หรือส่อให้เกิดความขัดแย้งอยู่แล้วก็ยังกล้าที่จะทำ

เช่นนั้นมาตลอดด้วยอาศัยเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้เป็นประเด็นขึ้นมาโจมตีกัน

ในแง่ของ คสช.ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศย่อมจะต้องตระหนักเรื่องนี้เป็นพิเศษ

การตัดสินใจต่างๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะด้านหนึ่งถ้ายอมรับข้อเสนอของนักการเมืองและไม่สร้างปัญหาก็ดีไป หากไม่เป็นไปตามนั้นเกิดปัญหาขึ้นมาอีกก็ต้องรับผิดชอบอีก

ประเด็นสำคัญที่จะสร้างบรรยากาศที่ดี นักการเมืองก็ต้องพึงตระหนักและมีความรับผิดชอบต่อสังคมเช่นกันด้วย

ไม่ใช่เอาแต่เรียกร้องเพื่อประโยชน์ของตนเองฝ่ายเดียวแต่ต้องมองให้ครบมิติอันหมายถึงประเทศชาติและประชาชนด้วย

ว่าที่จริงแล้วในส่วนของพรรคการเมืองนั้น มีเวลาที่จะเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้งอีกนาน เวลาที่เหลือนี้ควรที่จะคิดและแก้ไขปัญหาภายในพรรคน่าจะดีกว่า

ปฏิรูปพรรค ปฏิรูปพฤติกรรม...นั่นคือสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง.


“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้