วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุขาวดี

ตอนนี้ ไม่ว่าจะเจอใคร มักได้คำถาม เรื่องพระธัมมชโย จะจบยังไง และหากจบธัมมชโยได้ วัดพระธรรมกาย 6 พันสาขาในไทย 200 สาขาต่างประเทศ จะไปต่อหรือจบไปด้วย

ผมไม่ใช่สัพพัญญู ไม่มีญาณรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ก็ตอบไปตรงๆ ว่า “ไม่รู้”

แต่ถ้าคนถามรักชอบกัน และมีเวลา ผมก็มักจะคุยให้ฟัง ถึงเรื่องกำเนิดของนิกายต่างๆ ในพุทธศาสนา อย่างวันนี้ ผมอยากคุยเรื่อง นิกายสุขาวดี

ย้อนไปสมัย วู่ตี่ ฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่น พ.ศ.400 กว่าๆ ระหว่างการส่งทัพไปเปิดเส้นทางสายไหม ค้าขายกับชาติอื่นๆ ก็ได้ข่าวพระพุทธศาสนา ฮ่องเต้จึงแต่งคณะทูตไปนำพระพุทธศาสนาจากอินเดียมาจีน

จีนสมัยนั้น และสมัยต่อๆมา ก็มีหลายศาสนาปนๆกัน เฉพาะพุทธก็มีทั้งหีนยาน และมหายาน

มหายานแตกหน่อพระพุทธเจ้าออกไปอีกหลายๆองค์ องค์หนึ่งอยู่บนสวรรค์ทิศตะวันตก ชื่อสุขาวดี พระพุทธเจ้า ทรงนาม อมิตาภะ ประทับบนดอกบัวหลวงใหญ่ มีดอกบัวย่อมๆเป็นบริวารล้อมรอบ

ผู้ใดภาวนา อมิตาภะ ตายไปจะเกิดบนดอกบัวแวดล้อมพระพุทธเจ้าองค์นั้น

“กาญจนาคพันธุ์” เล่าไว้ในคอคิดขอเขียน ผู้ที่ทำให้ สวรรค์สุขาวดี เป็นสระบัวจริง เป็นคนจีนเกิดในสมัยสามก๊ก เมื่อราว 1600 ปีที่แล้ว ชื่อฮุยเอี๋ยง

เดิมที “ฮุยเอี๋ยง” บวชเป็น “เต้าหยิน” ลัทธิเต๋า อยู่ที่ภูเขาโล่งซัว ในเมืองเซียมไซ ตะวันตกของจีน

“เต๋า” ยุคแรกๆ ยึดคำสอนเล่าจื๊อ เห็นโลกสกปรกโสมม เบื่อมนุษย์ ชอบปลีกวิเวกไปอยู่ตามป่า ภาพเขียนของจีนยุคนี้ จึงมีแต่คนจูงควาย ขี่ควายเป่าขลุ่ย

เรื่องเล่า...คนจูงควายไปกินน้ำในลำธาร เห็นชายคนหนึ่งยืนล้างหูอยู่เหนือน้ำ ก็ได้ความว่า แผ่นดินไม่มีฮ่องเต้ ถูกชวนไปเป็นฮ่องเต้ ถือเป็นเรื่องอัปรีย์จัญไร จึงมาล้างหูแก้ซวย

คนจูงควายฟังแล้ว ร้องห้าม ควายข้าจะกินน้ำ เดี๋ยวจะพลอยซวยตามไปด้วย ว่าแล้วก็จูงควายหนี...

เรื่องเล่าทำนองนี้ เกิดในยุคเต๋าเฟื่อง

ฮุยเอี๋ยง ศึกษาคำสอนมหายาน เห็นว่าดอกบัวเกิดจากเปือกตม แหวกโผล่จากน้ำ ทิ้งสิ่งโสโครก หาความบริสุทธิ์ผุดผ่องเหนือน้ำ...ก็ศรัทธา ขุดสระใหญ่ ปลูกบัวหลวงสีขาวไว้เต็ม แล้วก็นั่งภาวนา “อมิตาภะๆ”
ภาวนาทั้งวันทั้งคืน มีคนมาเห็นก็นับถือ มานั่งภาวนา

“อมิตาภะ” ตาม 123 คน

ฮุยเอี๋ยง สร้างรูปพระอมิตาภะ หัตถ์ข้างหนึ่งถือดอกบัว ให้สาวกบูชา แล้วก็สร้างพระอวโลกิต (พระกวนอิม) พระสถามะ (พระไต้ซีจู๊) รวมเป็นสามองค์ เรียกว่า พระยูไลทั้งสามแห่งแดนตะวันตก

แล้วสร้างสถาบันศึกษา ชื่อ โปเลียนซู ซึ่งแปลว่า “ดอกบัวขาว” เผยแผ่คำสอน

นับแต่นั้น ลัทธิพุทธศาสนา ที่นับถือพระพุทธเจ้าในสวรรค์สุขาวดี ก็เป็นที่นับถือแพร่หลายไปทั่วเมืองจีน แล้วแผ่เรื่อยไปทางญี่ปุ่น ญวน

พระอมิตาภะ ตามเสียงจีน เป็น โอนิท่อฮุด เสียงญี่ปุ่น อมิดะ เสียง ญวน อายดาเผิก

ที่ญี่ปุ่น นิกายที่นับถือพระอมิตาภะ แพร่หลาย พระนิกายนี้มีเมียได้ ปัจจุบันเป็นสกุลสำคัญ มีคนเก่งคนดีมากมาย จอมพล ป. นิมนต์มาร่วมพิธี งานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ มีปัญหา พระท่านเอาเมียมาด้วย เกิดปัญหาเรื่องที่นั่ง
ผมขอจบเรื่องพระนิกายสุขาวิดี...แค่นี้นะครับ ฟังแล้วคิดต่อเอาเอง...คงไม่แปลกอะไร ถ้าต่อไป เมืองไทยจะมีพระนิกายใหม่ ที่สอนให้สาวกนั่งภาวนาจนกว่าได้ตั๋วไปเฝ้าพระพุทธเจ้าบนสวรรค์

เพื่อไม่ให้ซ้ำนิกายสุขาวดี หากดอกบัว จะเปลี่ยนเป็น ดอกดาวเรือง ที่สาวกโปรยไว้ให้พระธุดงค์ย่ำ

บูชาด้วยดอกดาวเรือง ที่เรียกอีกชื่อ ดาวรวยแล้ว จะมีแต่จะรวย รวย และรวย สถานเดียว

และถ้าอำนาจรัฐ จะเป็นตัวช่วย เช่น...จับเข้าคุก จนศาสดาตายในคุก ตามสูตรของทุกศาสนาในโลกนี้ นิกายใหม่ก็จะยิ่งเติบใหญ่

ขอยืนยันทั้งหมดที่เล่าไป ไม่ได้ประชดใคร ตั้งใจพูดเรื่องจริง.

กิเลน ประลองเชิง

31 พ.ค. 2559 11:38 31 พ.ค. 2559 11:38 ไทยรัฐ