วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดอ่าวไทยรูปตัว “ก” 2 ปีแล้วใครได้ใครเสีย

อรุณชัย

“ปิดอ่าวไทยรูปตัว ก”...เริ่มมาตั้งแต่ปี 2556

“กรมประมง” มุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อความมั่นคงทรัพยากรประมง ตามวัตถุประสงค์แผนแม่บทการจัดการประมงทะเลไทย

บริเวณอ่าวตัว ก ส่วนใหญ่จะพบสัตว์น้ำขนาดเล็ก วัยอ่อน ค่อนข้างมาก จากการสำรวจทางวิชาการ จึงเป็นเหตุให้มีการออกประกาศกระทรวงเกษตรฯ ในการห้ามใช้เครื่องมือการทำประมงบางชนิดในพื้นที่จับสัตว์น้ำบางส่วน ไล่เลียงจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ถึงชลบุรี รวม 8 จังหวัด

ครอบคลุมพื้นที่ 4,940.55 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 8 ล้านไร่

สาระสำคัญการปิดอ่าว มีผลใช้บังคับแค่ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2559 ระยะเวลาห้ามทำการประมง 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม ของทุกปี

ต้องทำความเข้าใจว่า...ห้ามพื้นที่บางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด บางส่วนยังทำการประมงได้...แล้วก็ห้ามใช้เครื่องมือบางชนิด บางชนิดยังให้ใช้ได้ เช่น อวนลาก อวนล้อม...ทำไม่ได้ อวนลอย รุนเคย...ยังทำได้อยู่

บางชนิดกำหนดเวลาการทำประมง เช่น กรณีอวนลากถ้าเรือความยาวต่ำกว่า 14 เมตร... กลางคืนทำได้ หมายถึงว่า...ชาวประมงพื้นบ้านก็ยังทำการประมงได้ตามปกติ

การดำเนินการต้องอาศัยการบูรณาการจากหน่วยงานต่างๆที่มีเรือ อาทิ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรชายฝั่ง ตำรวจน้ำ ร่วมกันบังคับใช้กฎหมาย ต้องดำเนินการเป็นไปตามแผน ป้องปราม มีการจัดตั้งจุดเฝ้าระวังตามแผน เพื่อไม่ให้ชาวประมงเข้าไปจับสัตว์น้ำในเขตที่ประกาศห้ามไว้

ถามถึงบทลงโทษ หนัก...เบาขนาดไหน? โทษจะเป็นไปตาม กฎหมายประมงฉบับใหม่ พ.ศ.2558 โทษ...กรณีที่เข้าไปในเขต ปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท แล้วก็จะมากขึ้นตามขนาดของเรือ

ย้ำกันให้ชัดๆว่า...ปีนี้โทษจะรุนแรงเทียบเท่ากฎหมายใหม่ ไม่เหมือนเก่าแล้ว...จะแรงขึ้น

นอกจากการควบคุมการทำประมงให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดไว้แล้ว ยังต้องเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ นับรวมไปถึงให้ความรู้ว่าปิดอ่าวไปเพื่ออะไร แล้วก็ห้ามทำอะไรบ้าง สิ่งที่จะได้คืออะไร มีการติดตามผลในเชิงวิชาการ ทั้งก่อนปิดอ่าว ขณะที่ปิดอ่าว และหลังปิดอ่าว

แล้วก็มีการติดตามผลการดำเนินคดีว่าไปถึงไหน...นับตั้งแต่ปี 2557-2558 ปี 2557 มีคดีทั้งหมด 24 คดี มีผู้กระทำผิด 194 ราย ค่อนข้างสูง แต่ละรายไม่เล็กนะ...ใหญ่ทีเดียว อาจเพราะเป็นปีแรก บางคนไม่เข้าใจ ไม่รู้ เคยชิน ไม่ทราบเลยก็มีบ้าง

ถึงปี 2558 เริ่มเข้าใจมากขึ้น การจับกุมลดลง 3 เท่าตัว ในพื้นที่ 8 จังหวัด เหลือแค่ 6 คดี ผู้ต้องหา 14 รายเท่านั้น

ถึงตรงนี้หลายคนคงอยากจะรู้แล้วว่า ผลจากการปิดอ่าวตัว ก ขึ้นปีที่ 3 แล้วเป็นอย่างไรกัน อรุณชัย พุทธเจริญ ผอ.กองบริหารจัดการด้านการประมง กรมประมง ให้ข้อมูลว่า ในปีแรก...ที่ปิด แค่เพียง 2 เดือน ได้ยินข่าว “สึนามิปลาทู” กันบ้างไหม ชาวบ้านจับสัตว์น้ำกันได้อย่างเหลือเฟือ ห้องเย็นไม่มีที่จะเก็บ ส่งผลให้ปลาทูราคาตก แทนที่จะประท้วงว่าขายปลาไม่ได้ ปรากฏว่า...ปลาราคาตก จับกันได้เยอะมาก

“บางรายคืนเดียวได้ปลาทูร่วม 30 ตัน เฉลี่ยคืนนั้นก็ทำเงินได้ราวๆ 8 แสนบาท”

พอปี 2558 ที่ผ่านมา ได้ไม่มาก เฉลี่ยก่อนและหลังปิดอ่าว เพิ่มขึ้นแค่ 1.9 เท่า...เท่านั้นเอง ด้วยเหตุผลในเชิงวิชาการ มีผลมาจากเรื่องของการแปรปรวนสภาพอากาศ มีน้ำจืดไหลลงค่อนข้างน้อย ฉะนั้น

ปลาที่มาเจริญเติบโตบริเวณก้นอ่าว ซึ่งอาศัยแพลงก์ตอนห่วงโซ่อาหารไม่มี ไม่เกิด ก็ไม่ค่อยมีทรัพยากร

แต่ก็ยังเพิ่มขึ้น...ฤดูแล้ง ค่อนข้างมีน้ำจืดไหลลงบริเวณอ่าว

ก ไก่ ค่อนข้างน้อย โดยภาพรวมทั้งสองปี ผลผลิตสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นทั้งขนาดและปริมาณไปในตัวเพราะโตขึ้น

ถ้าจะถามต่อไปว่ามิติปัญหามีหรือไม่อย่างไร? ณ วันนี้ การประเมินผลทางวิชาการประมงทำทั้งในเชิงวิชาการ...จำนวน...ผลผลิตสัตว์น้ำตามศักยภาพการผลิตตามธรรมชาติ แล้วก็ยังสำรวจสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของชาวบ้าน ความคิดเห็นของประชาชนควบคู่ไปด้วย
ส่วนหนึ่ง...“เห็นด้วย” บางส่วนก็ยัง...“ไม่เห็นด้วย”

เหตุที่ไม่เห็นด้วยเพราะว่าเนื่องจากหยุดไป 2 เดือน ขาดความต่อเนื่องในเชิงธุรกิจ การทำมาหากิน ต้องจ้างแรงงาน เสียเงินโดยทำมา หากินไม่ได้ กระบวนการต่อเนื่องออกมาที่เกี่ยวเนื่อง แพปลา ล้ง...ก็มีปลาเข้ามาไม่มาก ส่งผลลดลงในเชิงเศรษฐกิจในช่วงปิดอ่าวไปบ้าง

“แต่จะบูมขึ้นหลังสองเดือนที่ผ่านมา ต้องเอามาเทียบกันว่าคุ้มค่าไหม...มุมมองส่วนตัวแล้ว คิดว่าคุ้มค่ามากกว่า”

อีกส่วนหนึ่งก็บอกว่า ถ้าเราปิดอ่าวแล้ว แทนที่จะทำมาหากินได้เรื่อยๆ ทำให้ปลาเข้ามา มีธุรกิจต่อเนื่อง ทำให้มีงานทำทุกวันย่อมเป็นผลดีมากกว่า ถ้าปิดก็ไม่มีงานทำ ทำให้ขาดรายได้...

“คิดอีกมุมหนึ่งถ้าจับหลังเปิดอ่าวได้ปลาเยอะมาก ลงทุนครั้งเดียวได้มาก กำไรมากกว่าที่จับ ก็มีทั้งเห็นด้วย...ไม่เห็นด้วย แต่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่”

การปิดอ่าวตัว ก ไก่ ครั้งนี้...เปรียบเสมือนว่าเป็นการทดลอง ผลที่ออกมาภายใน 3 ปีนี้จะเป็นอย่างไร

ทั้งข้อมูลทางวิชาการประมง เกี่ยวกับทรัพยากรสัตว์น้ำ และผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เอามาประมวลว่าควรที่จะดำเนินการ ให้เป็นไปตามมาตรการนี้ต่อหรือไม่? อย่างไร? ต้องมีคณะกรรมการ เข้ามา พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง รอผลสรุปของปีนี้ แล้วเอาผลมาประมวลทั้งหมด อาจจะออกมา...เดินหน้า “ปิด”...เป็นการถาวร จะ...“ไม่ปิด” หรือทำประการใดขึ้นอยู่กับข้อมูล การตัดสินใจทางนโยบาย

แนวโน้มมาตรการอื่นที่จะมาเสริม วันนี้...การบริหารจัดการทรัพยากรประมงของทั้งโลก รวมทั้งประเทศไทย มีอยู่ไม่กี่เรื่อง สำคัญก็คือการบริหารเชิงพื้นที่ ถ้าเราต้องการให้ทรัพยากรสัตว์น้ำคงอยู่ เราก็ต้องกันพื้นที่ที่เลี้ยงตัวอ่อน วางไข่ไม่ให้เข้าไปรบกวน

ถัดมา บริหารจัดการฤดู ห้ามเลย เช่นฤดูวางไข่ และสามการบริหารจัดการในเรื่องของการจำกัดเครื่องมือ อันนี้สำคัญเพราะถ้าเราไม่จำกัดก็ทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำถูกจับโดยเครื่องมือประมงมากเกินไป กำลังการผลิตตามธรรมชาติก็ไม่สามารถที่จะผลิตได้ทัน...สังเกตเห็นหรือไม่ว่า เราจะได้ปลาขนาดไม่ใหญ่มาก

“รัฐบาล...โดยกรมประมงคิดไว้แล้ว วันนี้ พ.ร.ก.ประมงฉบับใหม่ ค่อนข้างที่จะมีบทลงโทษที่รุนแรง ไม่ได้หมายถึงว่า...เราจะไปทำร้ายประชาชน แต่โทษที่รุนแรงเหมือนกับว่าถ้าทำจะเกิดโทษที่ค่อนข้างรุนแรง ฉะนั้นอย่าทำดีกว่า หันมาช่วยฟื้นฟู ช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากร แล้วคุณจะได้ประโยชน์มากกว่าที่จะไปทำลาย”

ผลดีที่เกิดทำให้การทำประมงของประเทศไทย ในโอกาสต่อไป จะอาศัย พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 เป็นหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของชาวประมงในแต่ละพื้นที่

ทรัพยากรทางทะเล กุ้ง หอย ปู ปลาในท้องทะเลไทยจะอุดมสมบูรณ์ ทุกคนต้องช่วยกัน...อนาคตจะเป็นอย่างไร ผลที่ได้ก็จะสะท้อนออกมาให้เห็น...คงหนีความจริงไปไม่ได้.

31 พ.ค. 2559 11:17 ไทยรัฐ