วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หาทายาท ‘ลุงปั่น’ ขอทานเงินล้าน บ้านที่ภูเก็ต แค่อาศัยไม่ใช่ญาติ

ยังตามไม่เจอทายาท ‘ลุงปั่น’ เฒ่าขอทานนอนตายที่วัดโกรกกราก มีเงินเก็บร่วม 2 ล้าน บ้านเลขที่ตามบัตรปชช.ที่ภูเก็ต เป็นบ้านของเพื่อนที่เคยทำเหมืองด้วยกันเมื่อ 40 ปีก่อน อาศัยย้ายชื่อมาอยู่ เจ้าของเดิมตายแล้ว เจอแต่หลานชาย...

จากกรณีนายปั่น อโนมา อายุ 85 ปี ชายเร่ร่อน นอนเสียชีวิตที่หน้ากุฏิสงฆ์ วัดโกรกกราก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ตรวจสอบเอกสารภายในตัว นอกจากจะพบว่ามีบัตรประจำตัวประชาชนระบุอยู่บ้านเลขที่ 232/23 ถ.เยาวราช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ตแล้ว ยังพบมีเงินสดติดตัวกว่า 1 หมื่นบาทและบัญชีเงินฝากธนาคาร 3 แห่ง รวมเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท คาดว่าเป็นเงินที่ได้จากการขอทานที่เก็บสะสมเอาไว้ โดยผู้ตายได้มาอาศัยหลับนอนที่วัดโกรกกรากนานเกือบ 30 ปี ทางพระครูวิสุทธิสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก ได้จัดพิธีสวดอุทิศส่วนกุศลทำบุญให้ โดยทางวัดจะเก็บศพไว้รอญาติ หากยังไม่มีใครมาจะรอจนครบทำบุญ 50 วันค่อยประกอบพิธีฌาปนกิจ (เก็บศพ 100 วัน! ขอทานวัดโกรกกราก นอนหลับเสียชีวิต พบเงินในบัญชีร่วม 2 ล้าน) ส่วนทายาทที่จะเป็นผู้ได้รับเงินร่วม 2 ล้านบาทดังกล่าว ล่าสุดยังไม่มีผู้ติดต่อมา (ยังไร้เงาทายาท รับเงินเกือบ 2 ล้าน! ขอทานวัดโกรกกราก)

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้ไปยังบ้านเลขที่ 232/23 ซ.รุ่งระวี ถ.เยาวราช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นบ้านที่ปรากฏอยู่ในบัตรประจำตัวประชาชนของนายปั่น ลักษณะห้องแถวชั้นเดียวสร้างเรียงรายนับสิบห้อง อยู่ภายในซอยดังกล่าว พบนายอมรเทพ ตันติรังสิมาพันธ์ อายุ 46 ปี ข้าราชการประจำศูนย์นเรนทร รพ.วชิระภูเก็ต ซึ่งเป็นหลานชายเจ้าของบ้าน อยู่กับผู้เป็นแม่วัยกว่า 80 ปี นั่งที่โต๊ะม้าหินหน้าบ้าน

จากการพูดคุยกับนายอมรเทพทราบว่า นายปั่นเคยทำงานเป็นคนงานในเหมืองแร่แห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ร่วมกับอาก๋งของตนเองเมื่อกว่า 40 ปีมาแล้ว ปัจจุบันพื้นที่เหมืองแร่ดังกล่าวอยู่หลังมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และกลายเป็นชุมชนไปแล้ว โดยสมัยที่ตนเองยังเด็กๆ เคยพบกับลุงปั่นอยู่หลายครั้ง เนื่องจากลุงปั่นพักอาศัยอยู่กับอาก๋งที่บ้านหลังเก่าหลังมหาวิทยาลัยฯ ครั้งยังเป็นเหมืองแร่ดีบุก ต่อมาเหมืองแร่ดีบุกได้เลิกกิจการไป อาก๋งจึงย้ายมาซื้อที่ดินและปลูกบ้านหลังนี้เมื่อ 30 ปีก่อน แต่ลุงปั่นไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วย และได้แยกย้ายกันไป โดยลุงปั่นได้ย้ายชื่อจากทะเบียนราษฎรเดิมที่อยู่หลังมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วย จนถึงปัจจุบัน

"ผมเคยเจอลุงปั่นล่าสุดเมื่อ 5 ปีก่อน โดยแกมาแวะหาที่บ้านหลังนี้ ทั้งๆ ที่แกไม่เคยมาที่บ้านหลังนี้มาก่อน มีแต่ชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งแกถามชาวบ้านเรื่อยมาจนพบบ้านหลังนี้ โดยแกแวะมาถามความเป็นอยู่และถามหาอาก๋ง ซึ่งเป็นเพื่อนรักของแก แต่อาก๋งผมได้เสียชีวิตไปก่อนหน้าที่แกจะมาเยี่ยม แกยังซื้อขนมนมเนยมาให้พร้อมกับสอบถามว่าชื่อแกยังอยู่ในทะเบียนบ้านหลังนี้หรือไม่ จากนั้นแกก็กลับไป ซึ่งผมก็ไม่เคยถามว่าแกพักอาศัยอยู่ที่ไหน ปกติแล้วลุงปั่นมีนิสัยรักสงบ เก็บตัว ไม่ค่อยเสวนาหรือพูดคุยกับใครเท่าไรนัก และไม่รู้ว่าแกมีครอบครัวหรือไม่ จนกระทั่งมาทราบจากข่าวว่าแกเสียชีวิตที่วัดใน จ.สมุทรสาคร"

นายอมรเทพ กล่าวด้วยว่า หลังจากลุงปั่นตกเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศว่า มีเงินเก็บอยู่ในบัญชีธนาคารเกือบ 2 ล้านบาท และในบัตรประจำตัวประชาชนระบุที่อยู่หรือมีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่บ้านหลังนี้ ตนเองได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ขอให้เดินทางไปให้ปากคำ เพื่อยืนยันตัวตนของลุงปั่น ในฐานะเป็นผู้ดูแลบ้านหลังนี้ เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามหาญาติ หรือทายาทของลุงปั่นต่อไป ซึ่งตนกำลังรอเวลาที่จะเดินทางไปให้ปากคำ.

ยังตามไม่เจอทายาท ‘ลุงปั่น’ เฒ่าขอทานนอนตายที่วัดโกรกกราก มีเงินเก็บร่วม 2 ล้าน บ้านเลขที่ตามบัตรปชช.ที่ภูเก็ต เป็นบ้านของเพื่อนที่เคยทำเหมืองด้วยกันเมื่อ 40 ปีก่อน อาศัยย้ายชื่อมาอยู่ เจ้าของเดิมตายแล้ว เจอแต่หลานชาย... 30 พ.ค. 2559 17:54 30 พ.ค. 2559 19:17 ไทยรัฐ