วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กต๊อก' ปัด คสช.เรียกเงิน 2 พันล้านบาท จบคดี 'ธัมมชโย'

รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธกระแสข่าว "คสช." เรียกเงิน 2,000 ล้านบาท จบคดี "ธัมมชโย" จวก พวกชอบสร้างความสับสน โยงคดี "ธัมมชโย-แต่งตั้งสังฆราช" วอน ทุกฝ่ายทำความเข้าใจคดีนี้

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 59 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ว่า ตนขอเรียนให้ศิษยานุศิษย์ให้ทำความเข้าใจว่า เรื่องราวมันเป็นอย่างไรถึงได้ร้อยเรียงและเดินมาถึงตอนนี้ อีกทั้ง คณะพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่ได้เจาะจงการดำเนินคดีเฉพาะใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งตนต้องออกมาชี้แจงแทนผู้ใต้บังคับบัญชาคือ ดีเอสไอ ที่เขาทำงานอยู่ทุกวันนี้ เนื่องจากเริ่มมีหลายหน่วยงานออกมาพูด และกลายเป็นเรื่องของกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ออกมาพูด และก็เริ่มทำความไม่เข้าใจให้กับสังคมไทย มันจะเป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย

"ผมไม่อยากให้ท่านไปเบี่ยงเบนกฎหมาย เราพูดเสมอว่ากฎหมายบังคับใช้ไม่ได้ กฎหมายเป็นสองมาตรฐาน หรือไม่ให้ความเป็นธรรม เวลาท่านพูดไปและท่านพูดไม่หมดมันจะเป็นประเด็น และกลายเป็นเรื่องการกลั่นแกล้ง ไม่ให้ความเป็นธรรมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง มันเสียหายสำหรับกระบวนการยุติธรรมไทย มันไม่ใช่ความเสียหายของกระทรวงยุติธรรม มันไม่ได้มองถึงความเสียหายของดีเอสไอ แต่มันมองไปถึงตรงนั้นเลย จึงอยากขอความกรุณาบุคคลที่ออกมา หรือกลุ่มศิษยานุศิษย์ก็ตามให้ได้ทำความเข้าใจ ซึ่งผมเสนอว่าถ้าท่านสงสัยอะไรให้มาพูดกัน อย่ามาใช้ดุลยพินิจมาออกตามสื่อ และมาบิดเบือนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว 

รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า ตนพูดเสมอว่าคนที่พูดอาจจะไม่รู้เรื่องครบถ้วนก็เลยพูดไปด้วยความเข้าใจอย่างนั้นอย่างนี้ แต่วันนี้เริ่มมีบุคคล กลุ่มบุคคล 3-4 คนที่ออกมาพูดจาแล้วรู้จริงขนาดไหน ซึ่ง 3-4 คนที่ออกมาถ้าท่านสงสัยก็มาพบตนก็ได้ ซึ่งตนยินดีให้อธิบดีดีเอสไอชี้แจงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เราทำงานกันอย่างไร เพราะเราไม่อยากให้ปัญหานี้กลายเป็นความขัดแย้ง วันนี้มันสืบเนื่องจากคดีสหกรณ์ฯ คลองจั่น บุคคลนี้ที่สืบเนื่องจากคดีนี้ไม่ใช่พระธัมมชโยท่านเดียว มันเป็นความเกี่ยวโยงกับหลายคน ถ้าท่านยกเลิกการปฏิบัติก็ต้องยกเลิกกับคน 10 คน หรือ 20 คนไปด้วย แล้วจะบังคับใช้กฎหมายกันได้อย่างไร 

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ขณะที่พนักงานสอบสวนเชื่อมโยงกับ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น หากท่านไม่มีความผิดก็เข้าไปต่อสู้ในชั้นอัยการ ชั้นศาล ซึ่งก็เปิดกว้างอยู่แล้วในเรื่องเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องมาเชื่อมโยงกับปัญหาอื่น และทำให้กลายเป็นประเด็น โดยเฉพาะบุคคลนอกที่ออกมาพูดโดยไม่ยอมเข้ามาพูดคุยกัน เพียงแต่ให้ปรากฏข่าวบนสื่อแล้วสร้างความสับสนให้กับสังคม ตนคิดว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะทางกระทรวงยุติธรรม หรือ ดีเอสไอ ก็ไม่เคยคิดจะปกปิดข้อมูลอะไรอยู่แล้ว 

"การที่ดีเอสไอค่อยทำทีละขั้นๆ นั้น ประชาชนหรือศิษยานุศิษย์เองต้องเข้าใจ อย่าพูดเบี่ยงเบนความเข้าใจ ผมพูดทั้งสองฝ่าย ซึ่งบางฝ่ายเริ่มกดดันดีเอสไอ บางฝ่ายก็เริ่มพูดในเรื่องการรังแกพระ ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งท่านไม่เคยเข้าใจว่าพิถีพิถันแต่ละขั้นตอนขนาดไหน และใช้ความรอบคอบขนาดไหน ซึ่งท่านไม่เคยมานั่งฟัง" รมว.ยุติธรรม กล่าว และระบุว่า เมื่อคณะสงฆ์มีฝ่ายปกครองสงฆ์ เราก็ไปถึงตรงนั้น เพื่อให้รับทราบ และมีวิธีการดำเนินการอย่างไรก็จะได้มาช่วยกันแก้ปัญหา แต่เราต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย เราต้องให้ทุกคนได้รับความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรม 

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า ขั้นตอนของกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถทำเป็นอย่างอื่นไปได้ ซึ่งต้องเข้าใจเจ้าหน้าที่ด้วยว่าถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้นแล้ว ตัวเจ้าหน้าที่เองก็จะถูกตำหนิ ถูกลงโทษตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงต้องเข้าใจเขาด้วย และไม่มีใครอยากเอาปัญหามาสุมอยู่กับตัวเองหรอก ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ก็ระมัดระวังมาก สิ่งที่เขาทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มันนำไปสู่การกระทบกระทั่ง หรือเสียหายหนักท่านจะยอมหรือไม่ ซึ่งตรงนี้พูดถึงฝ่ายที่กดดันเจ้าหน้าที่ทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ดังนั้น จึงต้องค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน อย่าให้มันกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมหาเถรสมาคม (มส.) ทำหนังสือถึงวัดปากน้ำภาษีเจริญแล้ว ตรงนี้ทางดีเอสไอจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตรงนี้คือขั้นตอนตาม พ.ร.บ.สงฆ์ เป็นขั้นตอนการปกครองของสงฆ์ วันนี้ตนขอถามเลยว่า ถ้าดีเอสไอจะใช้กฎหมายเราก็ใช้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปบอก มส. หรือการปกครองของสงฆ์ แต่เราก็พยายามที่จะให้การดำเนินการในคดีนี้เป็นไปด้วยความเข้าใจ เป็นไปด้วยเหตุด้วยผล ไม่ต้องการให้มันกลายเป็นปัญหาใหญ่ เราจึงพยายามให้ทุกๆ ส่วนที่รับรู้เรื่องนี้เข้ามาแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งมันไม่ถูกหรือต้องการให้เราใช้กฎหมายลุยเข้าไปเลย ซึ่งตามกฎหมายแล้วเราก็สามารถทำได้ 

ถามถึงกรณีมีการเชื่อมโยงคดีพระธัมมชโย กับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ทำไมต้องไปผูกพันกับเรื่องนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อยู่ในฐานะของผู้ปกครองสงฆ์ มีอำนาจในการปกครองสงฆ์อยู่ และไปผูกพันกับเรื่องการแต่งตั้งมันถูกต้องที่ไหน การที่เราไปหาท่านเพราะท่านมีหน้าที่อยู่ตรงนั้น ขณะเดียวกันทางผู้อำนวยการ มส. ก็ทำหน้าที่ของเขาในฐานะที่ดูแลเรื่อง พ.ร.บ.สงฆ์ การปกครองทางสงฆ์ ซึ่งก็ลงมาช่วยกันทุกคน 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีกระแสข่าวที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อรองเป็นเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อจบคดีนี้ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า "คนพูดมีตัวหรือไม่ ผมจะฟ้องให้ดู มีหรือไม่ ซึ่งสื่อเองก็เหมือนกันพยายามถาม และบางทีก็มาจากแหล่งข่าว ซึ่งผมเองก็ไม่รู้จะไปฟ้องใคร มันเกี่ยวกับผมหรือไม่ ผมก็ไม่ทราบ ถ้ามันเกี่ยวกับผม หรือเกี่ยวกับพนักงานสอบสวน ผมก็จะถามว่าคุณจะเล่นงานเขาอย่างไรตามประมวลกฎหมายเพื่อรักษาเกียรติภูมิของตัวเอง ทุกคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ผมพูดกับพวกเราเสมอว่าการทำงานทุกงาน คุณทำไปวันหนึ่งสังคมเขาจะยอมรับองค์กรคุณหรือไม่ องค์กรคุณก็จะเสื่อมไปเอง คุณคิดว่าสังคมจะไม่รู้หรือ และคนที่พูดถึงเงิน 2,000 ล้านบาท ละอายแก่ปากตัวเองหรือไม่ คุณกำลังทำลายเจ้าหน้าที่ที่เขาตั้งใจทำงานอยู่ ถ้ามันเป็นความผิดชัดแจ้งคุณบอกผมมาเลย ผมจะจัดการให้ดู อย่ามาพูดลอยๆ แบบนี้" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวในที่สุด

ต่อมา เมื่อเวลา 16.30 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า กรณีมีกระแสข่าวมีการจ่ายเงินให้ดีเอสไอ 2,000 ล้านบาท ยังไม่มีข้อมูล ถ้าสื่อมวลชนมีรายละเอียดสามารถแจ้งดีเอสไอได้ ยืนยันทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน ส่วนของสงฆ์ก็ได้ดำเนินการ ส่วนการประสานขอกำลังตำรวจเพื่อบุกจับพระธัมมชโย เมื่อศาลอนุมัติหมายจับ ดีเอสไอก็ดำเนินการตลอดเวลา ดีเอสไอทำแผนปฏิบัติการ มีการสนธิกำลังกับหน่วยต่างๆ ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งอุปกรณ์ ยานพาหนะ และสถานที่ รายละเอียดอยู่ในแผนไม่สามารถชี้แจงได้ สำหรับการขอหมายค้นวัดพระธรรมกายอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังไม่ขอหมายค้นไปค้นวัดพระธรรมกายในสัปดาห์นี้ รอดูความพร้อมในแต่ละส่วน และความเหมาะสมของสถานการณ์ เพราะแต่ละวันมันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ การเข้าจับกุมผู้ต้องหา เราจะต้องพิจารณาสถานการณ์ และหลายๆ อย่างประกอบกัน 

ถามว่า ถ้าหากเข้าไปจับกุมพระธัมมชโยแล้วเกิดผลกระทบ และมีความสูญเสียเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องประเมินสถานการณ์ว่ามันคุ้มหรือไม่ในการเข้าไปจับกุม ขณะนี้ทางการข่าวยืนยันว่าพระธัมมชโยยังอยู่ที่วัดธรรมกาย ยังไม่ได้หนีออกนอกประเทศ

"ท้ายสุดของการประเมินสถานการณ์ จะนำเข้าที่ประชุม เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ขณะนี้สถานการณ์มีความพร้อมที่จะเข้าจับกุมตามหมายจับหรือยัง ส่วนที่ดีเอสไอทำงานล่าช้านั้น จริงๆ แล้วดีเอสไอทำทุกเรื่องในคดีที่ดีเอสไอส่งฟ้องศาลไปแล้วแต่สื่อไม่สนใจ ตนไม่หวั่นที่จะซ้ำรอยคดีของเณรคำ เพราะเรามีพยานหลักฐานพร้อมและส่งฟ้องศาลไปแล้ว ส่วนมวลชนที่วัดพระธรรมกายมีการจัดตั้งบังเกอร์ และตั้งหน่วยลาดตระเวนตลอด 24 ชม. เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมพระธัมมชโยในวัดได้ ดีเอสไอมีฝ่ายสืบสวนคอยประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ส่วนการประสานขอเฮลิคอปเตอร์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการใช้โดรนเพื่อบินสำรวจภายในวัดพระธรรมกายนั้น มันอยู่ในแผนปฏิบัติการและกำลังรอผลการประสานขอเฮลิคอปเตอร์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ยังไม่มีการใช้โดรนบินเข้าไปสำรวจในวัดพระธรรมกาย

รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธกระแสข่าว "คสช." เรียกเงิน 2,000 ล้านบาท จบคดี "ธัมมชโย" จวก พวกชอบสร้างความสับสน โยงคดี "ธัมมชโย-แต่งตั้งสังฆราช" วอน ทุกฝ่ายทำความเข้าใจคดีนี้ 30 พ.ค. 2559 16:53 30 พ.ค. 2559 19:20 ไทยรัฐ