วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิษณุ แนะดึง 'มส.-พศ.' กล่อม ธัมมชโย ควรทำภายใน หวั่นลามขัดแย้ง

"วิษณุ" แนะดีเอสไออย่าดึง "สมเด็จช่วง-มส." มาแก้ปัญหาธัมมชโย หวั่นสร้างวิกฤติใหม่ขึ้นมา ระบุควรประสานภายใน ชี้เหตุเป็นประเด็นใหญ่ด้วยทุนทรัพย์เยอะ-มวลชนมาก เชื่อมีวิธีจัดการได้

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 59 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องดำเนินการจับกุมตัวพระธัมมชโย ตามหมายจับของศาลในข้อหาลักของโจร ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดฐานละเว้นหรือไม่ ว่า หากดีเอสไอไม่ดำเนินการก็มีส่วน แต่บางคดีที่ผู้ต้องหาหนีก็ไม่รู้จะจับอย่างไร ซึ่งทุกอย่างต้องทำตามกระบวนการ ซึ่งเมื่อขั้นตอนเดินหน้าแล้วก็ต้องเดินต่อ ตามที่นายกรัฐมนตรีพูดก็ถูกต้องว่า ทุกอย่างขอให้ทำตามกฎหมาย และตนขอเพิ่มอีกคำหนึ่งเข้าไปคือต้องทำตามพระธรรมวินัย เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน มีเพียงประเด็นเดียวคือ บุคคลคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินคดี เพราะฉะนั้นจึงปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามกฎหมาย หน้าที่ของผู้ต้องหาคือต้องให้ความร่วมมือ ทำให้ทุกอย่างโปร่งใส ผิดหรือไม่ผิดก็ไปบอกกับเจ้าหน้าที่ แต่ถ้าหลบกันไปหลบกันมามันก็คือความไม่โปร่งใส เท่ากับความไม่ชอบมาพากล ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าผู้ต้องหารายนี้มีลูกเล่นนั้น ตนก็เข้าใจ แต่เจ้าหน้าที่ต้องมีวิธีแก้ลูกเล่น กฎหมายให้อำนาจเอาไว้ตั้งเยอะแยะ

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ในฝ่ายของคณะสงฆ์ที่เกี่ยวข้องควรจะไปประสานเป็นการภายในเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เนื่องจากพระสงฆ์มีการปกครองกันตามลำดับ ไม่ใช่มีเรื่องอะไรก็ไปถึงพระสังฆราช หรือพระที่บวชเกิน 5 ปี ซึ่งพ้นการปกครองของพระอุปัชฌาย์ไปแล้วก็คงจะเตือนอะไรยาก หรือเตือนแล้วก็คงไม่ฟัง ซึ่งเรื่องนี้เมื่อเจ้าอาวาสถูกกล่าวหาก็อยู่ในความดูแลของเจ้าคณะจังหวัด หรือถ้าพ้นจากนี้ก็คือเจ้าคณะภาคหนึ่ง เจ้าคณะหนกลาง จากนั้นจึงจะถึงมหาเถรสมาคม แต่วันนี้บอกไม่เป็นไร สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการสมเด็จพระสังฆราชลงมาจัดการ มันข้ามขั้นตอนพระธรรมวินัย และกฎหมายคณะสงฆ์ แต่ถ้าจะประสานเป็นการภายใน เหตุว่าเจ้าอาวาสวัดปากน้ำเป็นพระอุปัชฌาย์ของพระธัมมชโย คงมีความเคารพนับถือกัน พูดจากันได้ แต่ควรเป็นการประสานภายใน ไม่ควรนำเสนอออกเป็นข่าว

"ผมเห็นด้วยถ้าจะประสานภายใน แต่พอไปออกข่าวเหมือนหนึ่งเป็นหน้าที่ ต่อไปก็จะเกิดปัญหา ถ้าขัดแย้งกัน ท่านบอกทำไม่ได้หรือไม่ทำ คนก็จะหันโจมตีวัดปากน้ำภาษีเจริญแทนวัดพระธรรมกาย ประเด็นจะกลายเป็นเรื่องอื่น ยิ่งใครบอกเอาเรื่องให้มหาเถรสมาคมที่เป็นเหมือน ครม.ของพระ ถามว่าถ้าข้าราชการคนหนึ่งทำผิดหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ตำรวจก็ไปจัดการ มีไหมที่เอาเรื่องเข้า ครม.ขอให้จัดการ มันไม่มี แต่ถ้าประสานภายในแจ้งเพื่อทราบว่ามีปัญหาอะไรก็ทำได้ ผมถึงบอกว่าอย่าไปดึงมหาเถรสมาคมมาเลย ตรงนั้นเป็นเวทีที่มีพระ ที่เป็นทั้งสมเด็จและไม่ใช่สมเด็จ มีทั้งธรรมยุติ และมหานิกาย มีทั้งพระที่ผมไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไรกับวัดพระธรรมกาย ถ้าโยนปัญหาเข้าไปในเวทีนั้นก็จะทำให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้นมา แล้วถ้ามติมหาเถรสมาคมไม่เป็นที่สบอารมณ์คน ก็จะกลายเป็นจำเลยของสังคม เกิดเป็นกรณีใหม่ขึ้น ทำไมต้องแก้วิกฤติหนึ่ง โดยสร้างวิกฤติใหม่" นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สามารถเข้าไปแก้ปัญหาตรงนี้ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ประสานให้ได้ วันนี้พูดก็พูดเขาได้ทำอะไรกันอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว เท่าที่เขาทำได้ เขาไม่ได้เป็นผู้ปกครองพระ แต่เป็นผู้รับใช้พระ จึงอาศัยความที่รู้จักพระเยอะ เขาก็มีวิธีการ ทุกอย่างทำเป็นการภายใน อย่าให้ออกข่าวด้วยการดึงออกมาเป็นคู่กรณี

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ความจริงเรื่องนี้ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่บุคคลคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสตามกฎหมาย เรียกว่า เจ้าพนักงาน ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานยักยอกทรัพย์ ลักของโจร และฟอกเงิน ซึ่งเป็นข้อหาที่ตั้งให้ใครต่อใครเยอะแยะไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่บังเอิญทุนทรัพย์เยอะ สมาชิกเครือข่ายเยอะ มันเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ที่มวลชนและผลกระทบ ซึ่งก็มีวิธีจัดการของมันอีกอย่าง ซึ่งตนดูนายกฯ ก็ไม่ได้หนักใจอะไร ก็ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้เรียกร้องผ่านสำนักข่าวอิศราให้ตรวจสอบ 16 บริษัท ที่มีผลประโยชน์กับวัดพระธรรมกายว่า ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ และเป็นเรื่องที่ควรทำ

"วิษณุ" แนะดีเอสไออย่าดึง "สมเด็จช่วง-มส." มาแก้ปัญหาธัมมชโย หวั่นสร้างวิกฤติใหม่ขึ้นมา ระบุควรประสานภายใน ชี้เหตุเป็นประเด็นใหญ่ด้วยทุนทรัพย์เยอะ-มวลชนมาก เชื่อมีวิธีจัดการได้ 30 พ.ค. 2559 16:27 30 พ.ค. 2559 17:52 ไทยรัฐ