วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค' ตื๊อ คสช.คลายกฎเหล็ก ประชุมพรรคการเมือง

'มาร์ค' ตื๊อ คสช.คลายกฎเหล็ก ประชุมพรรคการเมือง

  • Share:

"อภิสิทธิ์" ขอ คสช.ไฟเขียวพรรคการเมืองประชุม ห่วงปลดล็อกช่วงใกล้เลือกตั้งไม่เกิดประโยชน์ ตีกรอบคำถามพ่วงประชามติ พูดได้แค่ 2 ประโยค ส.ว.มีสิทธิเลือกนายกฯ ห้ามพูดชี้นำข้อดี-ข้อเสีย เรื่องส.ว.โหวตนายกฯ

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.59 ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกคำสั่งห้ามนักการเมืองเดินทางออกนอกประเทศ สำหรับคนไม่มีคดีติดตัวว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถ้าจะกลับคืนสู่ภาวะปกติเต็มที่ต้องผ่อนคลายข้อจำกัดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนข้อเรียกร้องขอให้พรรคการเมืองเคลื่อน ไหวทำกิจกรรมนั้นเห็นว่า ควรพิจารณาได้แล้ว เพราะมีหลายเรื่องที่พรรคการเมืองควรทำไม่ควรมองว่า พรรคการเมืองทำกิจกรรมแค่เลือกตั้งเท่านั้นโดยเฉพาะยุคที่กำลังปฏิรูปพรรคการเมืองจึงจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้ประชุมหรือทำกิจ กรรมต่างๆ ได้ แต่ถ้ายังมีความกังวลอยู่ คสช.สามารถระบุกติกาได้ ไม่คิดว่า จะมีพรรคใดอยากก่อความวุ่นวาย โดยใช้วิธีการประชุมอย่างเป็นทางการ ไม่มีใครคิดทำอยู่แล้ว พวกที่ป่วนคงไม่ใช้เวทีเป็นทางการ หากห้ามไม่ให้ทำ เขาก็ต้องแอบทำ จึงควรแยกแยะดีกว่า ถ้าต้องการปฏิรูปพรรคการเมืองต้องมีเวลาให้พรรคการเมืองก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งพอสมควร ส่วนตัวเห็นว่า คสช.ควรปลดล็อกตอนนี้จะดีกว่าเนื่องจากหน้าที่ของพรรคการเมืองมีหลายเรื่องทั้งนโยบายและโครง สร้างพรรค การให้พรรคการเมืองเริ่มต้นได้ หลังจากที่จะเลือกตั้งแล้วคงทำอะไรไม่ได้ แค่การบริหารจัดการเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้งก็หมดเวลาแล้ว แต่ถ้าคิดว่าพรรคการเมืองมีหน้าที่มากกว่าการเลือกตั้งควรปรับโครงสร้างเพื่อรองรับบทบาทที่ควรเป็น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเผยแพร่เนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญนั้นรู้สึกห่วงใยคนเห็นต่างที่ไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็น เพราะเป้าหมายสุดท้ายคือ การให้รัฐธรรมนูญและกระบวนการเป็นที่ยอมรับหากมีประเด็นทำให้เกิดคำถามจะไม่เป็นผลดี จึงต้องระวังโดยเฉพาะการใช้กลไกรัฐที่อ้างว่าอธิบายสาระรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ในทางปฏิบัติยากที่จะแยกระหว่างการอธิบายสาระ หรือการบอกข้อดีโดยธรรมชาติคนเขียนรัฐธรรมนูญคงไม่บอกข้อเสียและวิทยาการที่ไปบรรยายเนื้อหาสาระก็รับเนื้อหาสาระจากผู้เขียนเพียงฝ่ายเดียว จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้กลไกรัฐที่สุ่มเสี่ยงให้เกิดความรู้สึกว่ามีการชี้นำจากเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดคำถามในการทำประชามติว่าเป็นธรรมหรือไม่ ขอยกตัวอย่าง ถ้าทำตามเจตนารมณ์โดยเคร่งครัด การชี้แจงคำถามพ่วงต้องชี้แจงได้อย่างเดียวแค่ว่าการเปิดโอกาสให้ ส.ว.เลือกนายกฯ พูดได้แค่ 2 ประโยคก็จบ ไม่สามารถไปชี้แจงว่า เหตุผลใดต้องให้ ส.ว.มาเลือกนายกฯหรือส.ว.มาเลือกนายกฯแล้วจะดีหรือไม่ดีอย่างไร เพราะเป็นการชี้แจงเนื้อหาสาระ จะเกิดคำถามว่า แบบนี้จะดีหรือไม่ เพราะมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการให้ ส.ว.เลือกนายกฯแต่ไม่มีโอกาสไปชี้แจง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้