วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใดๆ ในโลกล้วนทูอินวัน

ใดๆ ในโลกล้วนทูอินวัน

โดย น้าเน็ก
1 มิ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

(ชื่อเรื่องต้องการสื่อถึงอะไร นอกจากกาแฟซอง – นั่นทรีอินวัน!)

อยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ สิ่งที่ขึ้นชื่อว่าไม่เอาไหน มันก็ยังคงมีคุณค่าสำหรับเราเหมือนกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เรื่องนี้มีที่มา …
เพื่อนที่ผมรู้จักคนหนึ่ง เธอเป็นธิดาแห่งการปรับทุกข์ โดยเฉพาะทุกข์เกี่ยวกับสามี
ทุกครั้งที่เห็นหน้า สิ่งที่ต้องผ่านเข้าหูเป็นประจำ แต่อาจสับเปลี่ยนรายละเอียดบ้างตามสถานการณ์ คือการบ่นผัวครับ จริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เว้นเสียแต่ล่าสุดที่เราเจอกัน เหตุของผัวเธอนั้นน่าสะพรึงจริงๆ

เธอว่าสามีเป็นคนดีนะ … แต่น่ารำคาญมาก
ในโหมดของการเป็นคนดี ได้แก่ ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่นอกใจ ไม่เล่นการพนัน ไม่ติดเพื่อน ทำมาหากินเก่ง แต่มีทั้งหมดแล้วใช่ว่าเรื่องจะจบ เพราะอีส่วนน่ารำคาญคือ สามีเธอเหมือนจะเป็นโรคประสาทอ่อนๆ ไม่ชอบอยู่ที่มืด กลัวที่แคบ เกลียดที่เงียบ
ก็ฟังดูไม่เท่าไร แปลว่าชอบใช้ชีวิตอยู่ในที่สว่าง ตรงไหนก็ตามที่มีเสียง และจะสบายใจหากกว้างขวางปลอดโปร่งใช่ไหมครับ
แต่ในทางปฏิบัติหมายถึงอะไรครับ … สามีเธอต้องนอนเปิดไฟสว่างน้องๆ กลางวันกันทั้งคืน ห้ามนอนเงียบๆ ในห้องพี่ต้องมีเสียงทีวีเปิดคลอจนกว่าจะหลับ ที่จริงมีการตั้งเวลาปิดเหมือนกันนะ ปิดตอนหกโมงเช้าครับ! และข้อสุดท้าย ห้ามปิดม่านในห้องนอนทุกกรณี ดึกๆ ต้องเห็นแสงดาว เช้าๆ ต้องเจอแสงแดด แสบตากันตั้งแต่ยังไม่ลืมตาตื่น
วิถีแห่งชีวิตคู่เธอเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่สมัยเป็นแฟนกัน ทรมานกับการต้องนอนแบบไฟส่องหน้าและครึกครื้นเหมือนหลับในโรงหนังทุกวัน แรกๆ ก็ไม่คิดมาก เดี๋ยวคงชิน นานๆ ไปนอกจากไม่ชินแล้วสุขภาพจิตชักจะเริ่มเสียอีก ทะเลาะกันมาหลายยก ถามว่าลองปรึกษาจิตแพทย์ดูหรือยัง คำตอบคือคุยแล้ว แต่มันไม่ยอมเปลี่ยนเอง เจ้าตัวบอกว่ามีความสุขดีที่เป็นอย่างนั้น (เฮ้ย)

ของดีมักไม่ค่อยอร่อยฉันใด คนดีแต่บางทีก็ไม่ได้น่าคบ ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ฉันนั้น
แต่ไม่ว่าจะบ่นเบื่อพฤติกรรมคนรักแค่ไหน ทั้งคู่ก็ยังอยู่ด้วยกันมาหลายปี ไม่มีทีท่าอยากแยกห้องนอนแต่อย่างใด

คนฟังอย่างเราได้แต่ทึ่งในความอดทน และใจเย็นน้องๆ ขั้วโลกเป็นอันมาก และคิดว่าบางครั้งการที่เราไม่สามารถเดินออกจากสิ่งที่ทำให้เศร้าหรือทุกข์ อาจเพราะมันเป็นสิ่งเดียวกันที่ทำให้เรามีความสุขก็ได้
นึกภาพออกไหมครับ มีคนมากมายรู้สึกแย่กับงาน หงุดหงิดกับยานพาหนะที่ใช้ อึดอัดใจกับบ้าน และความไม่ลงตัวทั้งหลายทั้งปวงในชีวิต จนระบายออกมาสู่หูบุคคลที่สามที่สี่เสมอ
ให้คนวงนอกเช่นเราๆ สงสัยว่าถ้ามันแย่ขนาดนั้น ทำไมยังทนอยู่อีก
โอเค ของบางอย่างมันไม่ใช่ว่านึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนเลยยังงี้ ไม่ได้ แต่ยังมีอีกมากมายที่แค่ทิ้งไป ก็จบไหม
แล้วเมื่อนั้น เหตุผลในแง่ดีมากมายก็จะค่อยๆ โผล่ออกมาทีละข้อสองข้อ
เป็นสิ่งที่ยังมีความหมายพอจะยึดโยงเราไว้ ให้ทนอยู่กับความงี่เง่าเต่าถุยเหล่านั้นได้ต่อไป ถึงบอกว่าบางอย่างที่ดูไม่เอาไหน แต่ก็ยังมีค่าสำหรับเราชนิดในทางใดก็ทางหนึ่ง ชนิดที่ชาวบ้านอาจไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่ความรัก แต่กับทุกแง่มุม

งานปัจจุบันที่ทำอยู่มีแต่บั่นทอนสุขภาพจิต เงินก็น้อย เพื่อนร่วมงานยังมาห่วยต่วย แต่จะให้ลาออกก็ไม่ได้ เพราะในอีกมุมนึงก็รักในตัวงานที่ทำเหมือนกัน ฝันมาตั้งแต่เรียนจบ
หงุดหงิดกับรถที่ใช้ สามวันดีสี่วันซ่อม กินน้ำมัน แอร์ไม่เย็น เข็นไม่ไป ใช้ไม่ได้ดั่งใจ แต่ก็เป็นรถคันแรกในชีวิตนะ คิดถึงตอนเก็บเงินซื้อ เก็บตังค์ผ่อนทีละเดือนๆ มาตั้งกี่ปี ก็มีค่าทางจิตใจ ไม่อยากขายทิ้งให้ใคร อันนี้ก็น่าเสียดาย
บ้านที่อาศัยไม่ค่อยลงตัวกับชีวิตประจำวัน เก่าก็เก่า ห่างไกลไปซะชานเมือง เดินทางลำบาก แต่ไม่สามารถตัดใจปิดป้ายขายทิ้งแล้วหาซื้อคอนโดแทนได้เช่นกัน เพราะมันเป็นบ้านเก่าของพ่อแม่ ตัวเองก็อยู่มาตั้งแต่เกิด อะไรทำนองนี้

ถึงแฟนจะดูหลอนๆ ชอบเปิดไฟอบกูเวลานอนเหมือนเข้าใจว่าเมียเป็นไก่ย่าง แต่มันก็เป็นคนดีนะ รักเดียวใจเดียว แม้อยู่ด้วยแล้วเราจะนอนไม่ค่อยหลับ หนวกหูทั้งคืน ตื่นมาตาเป็นแพนด้า ทว่านอกนั้นก็ไม่เคยสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ อืม กลายเป็นแง่ที่ดีงามชดเชยกันไป (ณ จุดนี้เริ่มไม่แน่ใจว่าระหว่างถูกนอกใจกับนอนไม่หลับนี่ อันไหนแม่งทรมานกว่ากัน)

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า มันเป็นเหมือนสัจธรรมเล็กๆ ในชีวิตทุกคน ว่าเมื่อเราสุขใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ในเวลาเดียวกัน นั่นอาจสร้างความละเหี่ยเพลียจิตให้บ้าง เบื่อหน่ายเหนื่อยใจบ้าง
แต่เราก็ไม่สามารถเดินหนีหรือทอดทิ้งไปง่ายๆ เพราะก็เป็นสิ่งที่เรารักด้วยเช่นกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นเสมอไม่ว่ากับใคร
ทุกอย่างในโลกก็คงมีทั้งแง่บวก แง่ลบ ผสมผสานในตัวเองให้เราได้หัดทำความเข้าใจแล้วเลือกปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับมัน ไม่ว่าจะหมายถึงทรัพย์สิน เพื่อนฝูง ครอบครัว แม้กระทั่งคนรัก

พอคิดได้ตามนั้น เลยไม่สงสัยแล้วว่าทำไมเพื่อนผมจึงสามารถอดทนเป็นไก่ย่างอยู่กับสามีตัวเองได้นานขนาดนี้

น้าเน็ก & น้องเนิฟ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้