วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ธอส.-ออมสิน” ขอแก้เงื่อนไขบ้านประชารัฐ เปิดทางปล่อยกู้ง่ายขึ้น!

“ธอส.–ออมสิน” ขอเคลียร์กระทรวงการคลัง ช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขโครงการบ้านประชารัฐ หลังประชาชนแห่ขอกู้จำนวนมากแต่ไม่สามารถปฏิบัติตามมติ ครม. ทำให้ต้องปฏิเสธสินเชื่อกว่า 60%

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.และธนาคารออมสิน มีความเห็นตรงกันว่า สมควรที่จะแก้ไขเงื่อนไขบางประเด็นของโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการปล่อยสินเชื่อ หลังจากที่โครงการดังกล่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา จนถึงเดือน พ.ค.นี้ มีประชาชนแสดงความสนใจและยื่นเรื่องเข้าร่วมโครงการมากกว่า 24,000 ล้าน บาท แต่เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) สามารถอนุมัติสินเชื่อได้เพียง 3,000 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 20,000 ล้านบาท

สำหรับเงื่อนไขที่จะขอแก้ไขในครั้งนี้ คือ สินเชื่อเพื่อสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง ซึ่งมติ ครม.กำหนดว่า วงเงินสินเชื่อดังกล่าว เมื่อรวมค่าที่ดินแล้วจะต้องไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ทำให้ผู้ยื่นเรื่องขอกู้จำนวนมากไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ เนื่องจากในปัจจุบันราคาที่ดินทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่มีราคาแพงมาก เมื่อหักราคาของที่ดินออกไปทำให้วงเงินกู้เหลือเพียง 100,000-200,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอกับการก่อสร้างบ้านหลังใหม่

นอกจากนี้ ในมติ ครม.ยังกำหนดด้วยว่า ที่ดินที่จะใช้ในการก่อสร้างบ้านต้องเป็นที่ดินของตนเอง ทำให้บ้านที่เคยอยู่อาศัยดั้งเดิม เช่น พ่อและแม่ เป็นต้น ซึ่งอยู่ในฐานะเจ้าของที่ดินตัวจริงก็ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้

“เร็วๆนี้ ธอส.จะหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อผ่อนคลายกฎเกณฑ์ โดยเฉพาะการปลูกบ้านบนที่ดินของตนเอง เมื่อรวมราคาที่ดินต้องไม่เกิน 1.5 ล้านบาท จะขอเปลี่ยนเป็นไม่รวมราคาที่ดิน หรือคิดค่าที่ดินเพียง 50% เพื่อเพิ่มวงเงินกู้ให้มีความเหมาะสมกัน ซึ่งปัจจุบัน ธอส.มีสัดส่วนในการปล่อย กู้ต่างจังหวัดประมาณ 60% อีก 40% เป็นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมียอดปล่อยกู้เฉลี่ยในโครงการนี้ รายละประมาณ 1-1.2 ล้านบาท”

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารปล่อยกู้ในโครงการบ้านประชารัฐไปแล้ว 1,457 ล้านบาท จากยอดแสดงความจำนงของประชาชนทั้งหมด 34,528 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีประชาชนที่ขาดคุณสมบัติหรือทางผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ ครม.ถึง 60% ซึ่งส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการขาดความเข้าใจ และที่สำคัญคือ ภาคเอกชนบางรายขึ้นป้ายหน้าโครงการว่า เข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐกับรัฐบาล แต่ไม่มีส่วนลดพิเศษ 2% ของราคาบ้าน หรือยกเว้นค่าส่วนกลางเป็นระยะเวลา 1 ปี เป็นต้น ทำให้ธนาคารไม่สามารถปล่อยกู้ได้

“ธนาคารพยายามชี้แจงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้กับผู้กู้และเจ้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าผู้ประกอบการมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ใจ โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็กที่อยู่บริเวณรอบนอกปริมณฑล หรือในต่างจังหวัด”

ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ขณะนี้ สศค.กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับ ธอส.และธนาคารออมสิน เพื่อนำเงื่อนไขต่างๆตามมติ ครม.มาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งหากมีประเด็นใดที่เป็นอุปสรรคก็พร้อมที่จะแก้ไข เนื่องจากโครงการนี้นอก จากจะทำให้ประชาชนมีบ้านง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอีกด้วย โดยโครงการนี้ได้ตั้งวงเงินปล่อยกู้ทั้งหมด 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ธอส. 20,000 ล้านบาทและธนาคารออมสิน 20,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการบ้านประชารัฐ ใช้กลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยต่ำ 0% เพื่อเพิ่มแรงดึงดูดให้แก่ประชาชนในการตัดสินใจซื้อบ้าน โดยบ้านที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 700,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 6 ปี อยู่ที่ 3.16% ต่อปี ผ่อนชำระ 3 ปีแรก เพียงเดือนละ 3,000 บาท ขณะที่วงเงินกู้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 6 ปี อยู่ที่ 4% ต่อปี ผ่อนชำระ 3 ปีแรก เดือนละ 7,200 บาท นอกจากนี้ ธอส.และธนาคารออมสินยังผ่อนปรนสัดส่วนความสามารถชำระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio หรือ DSR) ทำให้ลูกค้ามีโอกาสได้วงเงินกู้สูงขึ้น.

“ธอส.–ออมสิน” ขอเคลียร์กระทรวงการคลัง ช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขโครงการบ้านประชารัฐ หลังประชาชนแห่ขอกู้จำนวนมากแต่ไม่สามารถปฏิบัติตามมติ ครม. ทำให้ต้องปฏิเสธสินเชื่อกว่า 60% 30 พ.ค. 2559 05:46 30 พ.ค. 2559 05:50 ไทยรัฐ