วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เริ่มต้นเป็นนักฟังที่ดีก็จะได้สิ่งดีๆ

ก็ดีไปอีกอย่างหนึ่ง การที่ คสช.ไม่แถลงผลงานในวาระครบรอบ 2 ปีที่เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ โดยให้ประชาชนไปคิดกันเองว่าเป็นอย่างไร ทำอะไรไปบ้าง มีผลงานมากน้อยแค่ไหน

คือให้คนอื่นพูดวิพากษ์วิจารณ์กันไปตามสบาย

ข้อสำคัญก็คือเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือให้คะแนนกันอย่างไรก็อย่าไปว่ากล่าวเขาก็แล้วกัน เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นเป็นมุมมองของแต่ละคนที่อาจจะเห็นตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้างและขึ้นอยู่กับเจตนาเป็นสำคัญ

บรรดาขาประจำหน้าเก่าๆ หน้าเดิมๆก็อย่าไปใส่ใจนัก เพราะอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วขืนไปใส่ใจมากเกินเหตุมันก็ยิ่งบั่นทอนจิตใจที่มุ่งหวังดำเนินงานให้เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองและประชาชนคนไทย

ที่สำคัญก็คือต้องแยกให้ออกเท่านั้นว่าเป็นความหวังดีหรือเป็นเจตนาที่ไม่ดี ถ้าเชื่อว่าเป็นความดีจริงก็ต้องเปิดใจรับฟังความเห็นต่างๆ

มีเสียงพูดกันมากพอสมควรว่า คสช.ไม่ค่อยจะฟังความเห็นทั้งเห็นต่างและต่อยอดงาน ว่ากันว่าตรงนี้เป็น “จุดอ่อน” อย่างหนึ่ง

อีกอย่างหนึ่งก็คือในจำนวนบุคคลที่เข้ามาร่วมงานกับ คสช.ไม่ว่าจะเป็นบรรดารัฐมนตรี กรธ. สนช. สปท. รวมถึงอีกหลายๆคนที่เป็นส่วนหนึ่งของ คสช.บุคลากรเหล่านี้เท่าที่เห็นหลายคนมีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์

มีความจริงใจและปรารถนาดีต่อประเทศชาติ

หากดึงศักยภาพ ความคิดเห็นต่างๆเพื่อนำมาใช้ในการบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาต่างๆก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศ

การเป็นนักฟังที่ดีย่อมเป็นสิ่งประเสริฐทั้งตนเองและส่วนรวม

รู้กันดีว่า 2 ปีที่ผ่านมาของ คสช.สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือปัญหาสารพัดสารเพในทุกองคาพยพ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยในระยะสั้นๆ เพราะทุกอย่างมันลงรากลึกที่จะต้องค่อยเป็นค่อยไป

เว้นแต่บางเรื่องหากแก้ไขได้ต้องจัดการให้สะเด็ดนํ้าไปเลยทีเดียว ไม่ใช่ปล่อยให้คาราคาซังอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

ยิ่งปัญหาที่มีความเชื่อมโยงกับปัญหาต่างๆ หากแก้ที่ต้นตอได้มันก็จะขยายเป็นผลพวงไปสู่ปัญหาอื่นๆได้โดยปริยาย

ประเด็นสำคัญก็คือ ต้องแยกแยะปัญหาให้ชัดเจนว่าอันไหนควรทำก่อนทำหลัง เพราะถ้ามั่วกันไปหมดมันก็จะทำให้ดูเหมือนว่าปัญหาเยอะ ปัญหามากจนทำให้เกิดความสับสนและท้อแท้ใจได้

สิ่งที่น่าพอใจอยู่อย่างหนึ่งสำหรับตัวนายกฯก็คือคะแนนนิยมที่ได้รับจากประชาชนยังอยู่ในระดับที่ดี แม้จะลดลงไปบ้างแต่ก็ถือว่า 2 ปีที่ผ่านมายังดีกว่าบรรดาผู้นำประเทศก่อนหน้านี้ที่บริหารประเทศมาได้ระดับหนึ่ง

ส่วนใหญ่แล้วตัวเลขจะลดลงอย่างชัดเจน

ยังเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์เริ่มเปิดใจรับฟังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดช่องให้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องรัฐธรรมนูญ การทำประชามติซึ่งเห็นได้ชัดว่าบรรยากาศต่างๆดีขึ้น

หรือการ “ปลดล็อก” ให้นักการเมืองและนักธุรกิจบางคนที่มีแบล็กลิสต์อย่างน้อยๆก็ 600 กว่าคนที่เดินทางไปต่างประเทศจะต้องขออนุญาต คสช.เสียก่อน จากนี้ไปให้เดินทางได้โดยอิสระ

เว้นแต่พวกที่มีคดีความ ซึ่งจะต้องขออนุญาตต่อองค์กรที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะจากศาลที่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ อาจจะถูกมองว่าเพราะแรงกดดันจากองค์กรระหว่างประเทศ

แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเปิดใจรับฟังความคิดเห็นมากขึ้น.

“สายล่อฟ้า”

29 พ.ค. 2559 10:08 29 พ.ค. 2559 10:08 ไทยรัฐ