วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กฎหมายใหม่เกินครึ่งบังคับใช้ไม่ได้

กฎหมายใหม่เกินครึ่งบังคับใช้ไม่ได้

  • Share:

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรียุติธรรม ไปพูดในงานวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรมเรื่อง “การปฏิรูป กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม” วันก่อน ฟังแล้วก็ถึงบางอ้อ มีกฎหมายจำนวนมากที่ออกมาแล้วไม่สามารถใช้บังคับได้จริง ซ้ำร้าย รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงบางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีกฎหมายออกมาแล้ว สองปีหลังการปฏิวัติ การปฏิรูปประเทศไทยจึงยังไม่ก้าวหน้าไปไหน

การประชุมมีขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ละหัวข้อน่าสนใจทั้งสิ้น เช่น รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม, การปฏิรูปกิจการตำรวจ, การปฏิรูปการดำเนินงานในองค์กรกระบวนการยุติธรรม, การปฏิรูปเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมเพื่อประชาชน, การปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเพื่อรองรับพันธสัญญาระหว่างประเทศ

เห็นหัวข้อการประชุมแล้ว ผมก็ฝันอยากให้สิ่งดีๆเหล่านี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา ถ้า รัฐบาล คสช. สามารถปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 5 ข้อนี้ได้สำเร็จ มันจะกลายเป็น Amazing Thailand จริงๆ ประเทศไทยจะพลิกโฉมหน้าจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว จะกลายเป็น “ประเทศศิวิไลซ์” ที่เต็มไปด้วย “อารยธรรม” แห่งความเจริญ และ จะส่งผลให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองโชติช่วงชัชวาล ประชาชนอยู่กันอย่างสงบสุข ทำมาหากินกันอย่างยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำต่างๆจะลดลงโดยสิ้นเชิง

กระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ ถ้าในยุครัฏฐาธิปัตย์ยังทำไม่ได้ ก็ไม่รู้จะไปทำได้ตอนไหน

แต่ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในวันนี้ ลองไปฟังปาฐกถาของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรียุติธรรมดูครับ Amazing Thailand อีกเหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ

รัฐมนตรียุติธรรม กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้พยายามควบคุมงานเกี่ยวกับกฎหมายให้มากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม เช่น กฎหมายที่เหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรม กฎหมายที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยระบุว่า รัฐบาลนี้ออกกฎหมายมากถึง 465 ฉบับ มากกว่ารัฐบาลชุดต่างๆ

แต่ในการขับเคลื่อนด้านกฎหมายที่ผ่านมา กลับพบว่า มีกฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้ว 151 ฉบับ แต่เกิดปัญหาคือ มีกฎหมายเกินครึ่งที่พบว่าไม่สามารถใช้บังคับได้จริง เพราะ กฎหมายลูก หรือ ประกาศกระทรวง ไม่สามารถออกมาใช้บังคับได้ นี่คือปัญหาของประเทศไทย

ในข้อเท็จจริงยังพบว่า มีรัฐมนตรีบางคน ยังไม่ทราบว่ามีกฎหมายแล้ว หรือ กฎหมายลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ยังไม่ทราบว่าจะต้องปฏิบัติงานอย่างไร กฎหมายลูกของกระทรวงตัวเองไม่ออก

ก็ต้องขอบคุณ พล.อ.ไพบูลย์ รัฐมนตรียุติธรรม ที่กล้าพูดความจริงออกมา เพื่อให้สังคมได้รู้ ให้ผู้นำรัฐบาลได้รู้ ทำไมสองปีหลังการปฏิวัติ การปฏิรูปประเทศด้านต่างๆจึงไม่ก้าวหน้าไปไหน จะได้ไม่ไปโทษคนอื่น และหันกลับไปดูผลงานของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงเสียใหม่ ไปดูการทำงานของภาครัฐอย่างจริงจัง เพราะสิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยปฏิรูปก้าวหน้าไปได้ พื้นฐานสำคัญที่สุดก็คือ “กฎหมาย” นั่นเอง รัฐบาลจะต้องออกกฎหมายที่ดีออกมารองรับ และกำจัดกฎหมายที่เป็นอุปสรรคออกไป

ผมไม่รู้ว่า กฎหมายใหม่ 151 ฉบับ เกินครึ่งหรือกว่า 76 ฉบับ ที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ เพราะไม่มีประกาศกฎกระทรวงออกมารองรับ มีกฎหมายอะไรบ้าง สำคัญมากแค่ไหน แต่ที่น่าเศร้าใจที่สุดก็คือ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงไม่รู้ว่ามีกฎหมาย แล้วจะไปบริหารงานปฏิรูปประเทศได้อย่างไร

เรื่องที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรียุติธรรม เปิดเผยออกมานี้ เป็นเรื่องใหญ่มากครับ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ถ้าไม่มีกฎหมายเป็นใบเบิกทางและรองรับการปฏิรูปทุกอย่างก็เกิดขึ้นไม่ได้ ตัวอย่างมีให้เห็นมากมายไม่ว่า ประชารัฐ หรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษ รีบแก้ไขก่อนมีเลือกตั้ง ก็ยังทันนะครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้