วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แผ่นดินนี้ใครจอง EP.2 ตำรวจปัดฮั้วเก็บค่าที่ อ้างมีแบ็กคุ้มหัวมาเฟีย

มาถึงตอนที่หลายคนรอคอยว่า แท้จริงแล้วตำรวจรู้เห็นกับขบวนการมาเฟียโบกรถหรือไม่ ในตอนนี้เราได้รู้กัน!!!! แน่นอนว่าหลังจากที่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้เปิดประเด็นตีแผ่ถึงปัญหาและความไม่ชอบมาพากลของพื้นที่บริเวณถนนราชินี หลังสวนสราญรมย์ แห่งนี้ (แผ่นดินนี้ใครจอง EP.1 ข่มขู่ เรียกไถ เปิดโปงเบื้องหลังขบวนการมาเฟียโบกรถ) ทำให้หลายๆ คนที่เคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์ลักษณะนี้เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์ พร้อมตั้งคำถามกันมากมาย โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตคือ ตำรวจมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการดังกล่าวนี้หรือไม่? เหตุไฉนถึงปล่อยให้มีการเรียกเก็บเงินประชาชนได้? เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ทุกประเด็นในตอนนี้ ‘ซอซิ่ม’ แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รับอาสาพาไปคลี่คลายทุกประเด็นถึง สน.พระราชวัง...

สรุปจอดได้หรือไม่ได้? ถนนราชินีสายนี้ มีข้อบังคับการจราจรหรือไม่?

หลังจากที่ผู้สื่อข่าวเปิดโปงขบวนการเรียกเก็บค่าที่จอดรถในบริเวณถนนราชินี หลังสวนสราญรมย์แล้วนั้น เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 59 หลังจากผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่ดังกล่าว จึงได้ต่อสายตรงไปยัง พ.ต.ท.โฆษิต บุญทวี รอง ผกก.จร.สน.พระราชวัง เพื่อสอบถามถึงพื้นที่ดังกล่าวว่า อนุญาตให้จอดรถหรือไม่? ได้รับคำตอบจาก พ.ต.ท.โฆษิต ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณะ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.พระราชวัง สามารถจอดรถได้เพียงบางเวลา และห้ามไม่ให้จอดในช่วงเวลา 06.00-09.00 น. และ 15.00-18.00 น. โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้โรงเรียน ซึ่งต้องใช้ถนนในการสัญจร ส่วนนอกเหนือช่วงเวลาที่กำหนด อนุญาตให้จอดได้ตามปกติ ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 400 บาท 

จากประเด็นนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สังเกตการณ์ถนนสายดังกล่าว ในช่วงเวลาที่ พ.ต.ท.โฆษิต ระบุว่าไม่อนุญาตให้จอดนั้น พบว่า ช่วงเวลาที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปเป็นเวลา 08.30 น. กลับมีรถยนต์ส่วนบุคคลเข้ามาจอดในบริเวณดังกล่าวจนเกือบเต็มพื้นที่แล้ว...

ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อไปยังห้องจราจร สน.พระราชวังอีกครั้ง ได้พูดคุยกับ ร.ต.ภคิน ภัทรวานิชย์ รอง สว.จร.สน.พระราชวัง ชี้แจงว่า จากที่ พ.ต.ท.โฆษิต เคยให้ข้อมูลไปในเบื้องต้นนั้น คาดว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เนื่องจากบริเวณถนนราชินี ตั้งแต่ช่วงสะพานช้าง กลาโหม ตลอดจนศาลเจ้าพ่อหอกลองนั้น ไม่มีข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจร และไม่มีข้อบังคับห้ามรถจอดในเวลา ซึ่งหมายความว่าบริเวณดังกล่าวสามารถจอดรถได้ตลอดเวลา เนื่องจากถนนสายนี้เป็นวันเวย์ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ไม่ใช้ในการสัญจรโดยทั่วไป ทำให้พื้นที่ดังกล่าวสามารถจอดได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ถนนสัญจร

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ข้อมูลชัดเจนขึ้น ผู้สื่อข่าว จึงติดต่อไปสอบถาม พ.ต.อ.ทินกร ณัฎฐมั่งคั่ง รองผู้บังคับการฯ จ.5 กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ในส่วนของข้อบังคับจราจรนั้น มีสองแบบด้วยกัน คือ ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจร และเจ้าพนักงานจราจรติดเครื่องหมายห้ามจอด แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบให้ได้ว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีข้อบังคับหรือไม่ เนื่องจากข้อบังคับการจราจรเยอะมาก อาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ จึงขอเวลาตรวจสอบให้ในวันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ แต่ในเบื้องต้นสามารถขอข้อมูลจากสถานีตำรวจนครบาลพระราชวังได้

ตำรวจอ้างไม่อนุญาตเก็บเงิน แต่ปล่อยให้มีมาเฟียอ้างตัวเก็บค่าที่ได้อย่างไร? 

สิ่งที่หลายคนตั้งคำถามและอยากรู้คือ พื้นที่ดังกล่าว มีการอนุญาตให้เก็บเงินหรือไม่? ในส่วนนี้ ผู้สื่อข่าวรับอาสาบุกไปยัง สน.พระราชวัง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา พูดคุยกับ พ.ต.ท.ภาวัต วรรธสุภัทร สว.จร.สน.พระราชวัง ชี้แจงในเบื้องต้นว่า จากกรณีการเรียกเก็บเงินค่าจอดรถโดยกลุ่มอ้างกรรมสิทธิ์ บริเวณถนนราชินี หลังสวนสราญรมย์นั้น ยืนยันว่า ทาง สน.พระราชวัง ไม่มีการอนุญาตให้เก็บเงินค่าที่จอดในพื้นที่ดังกล่าว และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ซึ่งที่ผ่านมาเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาถึงปัญหาดังกล่าว ทำให้เจ้าพนักงานจราจร สน.พระราชวัง เข้าไปดำเนินการติดป้ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่แล้วว่า หากมีการเรียกเก็บเงินค่าที่จอดรถ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน สามารถร้องเรียนหรือแจ้งเข้ามาได้ที่ สน.พระราชวัง

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า ทำไมถึงปล่อยให้มีกลุ่มอ้างกรรมสิทธิ์เรียกเก็บเงินประชาชนในพื้นที่ได้? ในส่วนนี้ พ.ต.ท.ภาวัต ชี้แจงอีกว่า ที่ผ่านมาเจ้าพนักงานจราจรไม่ได้ปล่อยปละละเลย ลงพื้นที่ตรวจสอบตลอด เพียงแต่เมื่อไม่มีผู้เสียหายแจ้งความเข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่มีข้อหาเข้าไปดำเนินการเอาผิดกับคนเหล่านี้ได้ หากลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบว่ามีการเรียกเก็บเงินประชาชนจริง ก็ทำได้เพียงดำเนินการข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ ปรับ 500 บาท และผลักดันออกจากพื้นที่ แต่สุดท้ายก็กลับมาทำอีก

พ.ต.ท.ภาวัต กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกเรียกเก็บค่าที่จอดรถในบริเวณดังกล่าวน้อยมาก ตั้งแต่ปี 2557 มีการร้องเรียนเข้ามา 2 ครั้ง คือ วันที่ 16 สิงหาคม 2557 และวันที่ 18 กันยายน 2557 ส่วนในปี 2558 ไม่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา และปี 2559 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม จำนวน 1 ครั้ง ซึ่งแม้จะมีผู้ร้องเรียนเข้ามา แต่เมื่อเรียกให้ไปชี้ตัวเพื่อดำเนินคดี กลับไม่มีผู้เสียหาย เพราะฉะนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีข้อหาไปดำเนินการกับพวกเขาได้ และที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถดำเนินการจับกุมกับคนกลุ่มนี้ได้สักครั้ง

มาเฟียในคราบคนโบกรถ เป็นใคร? มาจากไหน? เรียกไถเงินประชาชนได้อย่างไร?

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาก็เคยมีการเรียกตัวคนเหล่านี้เข้ามาทำประวัติในเบื้องต้น พบว่า 70% เป็นบุคคลเร่ร่อน ขี้เหล้า และไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง โดยพฤติการณ์ก็จะเป็นในลักษณะการเฝ้าดูแลรถ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 4-5 คน แต่เมื่อตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ กลับอ้างเพียงว่าไม่ได้เก็บเงิน มานั่งเฝ้ารถอย่างเดียว ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปเอาผิดอะไรกับคนกลุ่มนี้ได้

ผู้สื่อข่าวยิงคำถามต่อไปว่า จากการลงพื้นที่พิสูจน์ทราบแล้วว่ามีการเรียกเก็บเงินจริง ผู้สื่อข่าวเองก็โดน ในส่วนนี้จะดำเนินการอย่างไร? พ.ต.ท.ภาวัต กล่าวว่า หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการโดนข่มขู่เรียกเก็บเงินโดยบุคคลกลุ่มนี้ ก็ต้องเข้ามาแจ้งความที่ สน.พระราชวัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดำเนินคดีในข้อหากรรโชกทรัพย์ มีโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท และข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ ปรับ 500 บาท

นั่นหมายความว่า ต้องรอให้เกิดเหตุก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปดำเนินคดีกับกลุ่มคนเหล่านี้ได้ใช่หรือไม่? พ.ต.ท.ภาวัต ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ใช่”

เจาะขบวนการมาเฟียโบกรถ ตำรวจอ้าง มีคนอยู่เบื้องหลัง!

รู้หรือไม่ เบื้องหลังขบวนการนี้เป็นใคร? พ.ต.ท.ภาวัต กล่าวยืนยันอีกครั้งว่า ตำรวจไม่ได้มีส่วนได้เสียในการเก็บเงินในพื้นที่ดังกล่าวแน่นอน แต่ขอให้ข้อมูลในเบื้องต้นว่า ผู้ที่เข้ามาจอดรถในบริเวณดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เข้ามาออกกำลังกายภายในสวนสราญรมย์ ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เคยมีความพยายามทำหนังสือขออนุญาตมายัง สน.พระราชวัง เพื่อขอให้ผู้ที่มาออกกำลังกายได้มีที่จอดรถ เนื่องจากหลายปีก่อน เคยเกิดกรณีรถถูกขีดข่วน จึงเกิดความเป็นห่วง อยากจัดสรรคนมาคอยดูแลรถ แต่ด้วยความที่ไม่มีรายได้ให้ จึงต้องมีการเรียกเก็บค่าที่จอดรถเกิดขึ้น เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้มีรายได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ ทาง สน.พระราชวัง ก็ไม่ได้มีการอนุญาตให้เก็บเงินในพื้นที่ดังกล่าว

นั่นหมายความว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รู้ดีว่าใครอยู่เบื้องหลัง ฉะนั้น ในเมื่อไม่อนุญาตให้เก็บเงินในพื้นที่ แต่ไฉนถึงยังคงปล่อยให้เกิดขึ้น? ได้รับคำตอบจาก สว.จร.สน.พระราชวัง ว่า ทุกวันนี้ที่กลุ่มคนเหล่านี้ยังเก็บอยู่ได้ ใช่ว่าจะไม่มีแบ็ก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่อยากเข้าไปยุ่ง ซึ่งส่วนตัวก็อยากให้เกิดเคสแจ้งความดำเนินคดีขึ้นมาสักครั้ง ดังนั้น หากประชาชนรู้สึกว่าได้รับความเสียหาย โดนเอาเปรียบก็เข้ามาแจ้งความ เอารูปมายืนยัน ชี้ตัวว่าเป็นบุคคลใด แล้วสามารถดำเนินคดีข้อหากรรโชกทรัพย์ได้เลย” 

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงสถิติการขีดข่วนและทำอันตรายกับรถในพื้นที่ดังกล่าว พ.ต.ท.ภาวัต ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ที่ผ่านมาไม่มีสถิติการขีดข่วนรถในพื้นที่เลยสักครั้ง”

พ.ต.ท.ภาวัต ฝากไปถึงประชาชนว่า “ที่ผ่านมาประชาชนก็เต็มใจที่จะให้เอง แต่หากเป็นไปได้ก็ไม่ต้องจ่าย หรือถ้าจ่ายแล้วไม่คิดมาก ก็อยากให้คิดว่าทำบุญ เราจะได้สบายใจ แต่ถ้าเรารู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ไม่สบายใจ ก็เข้ามาแจ้งความดำเนินคดี”

ด้าน ร.ต.ภคิน กล่าวเสริมอีกว่า “ในกรณีที่กลุ่มคนอ้างกรรมสิทธิ์เรียกเก็บค่าที่จอดรถ ข่มขู่ว่า “ถ้าจอดนานจะไม่ให้จอด” นั้น จริงๆ แล้ว ไม่มีสิทธิห้ามไม่ให้จอด ซึ่งกรณีนี้ถ้าไม่ให้จอดและไล่เรา สามารถแจ้งความข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญได้เลย แต่ถ้าเขาเรียกเก็บเงินเมื่อไร และเราต้องจ่าย เข้าข้อหากรรโชกทรัพย์ทันที”

สำนักงานเขตพระนครเผย ประชาชนร้องทุกข์เข้ามาบ้าง โบ้ยเป็นหน้าที่ตำรวจดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นายสมชัย ไตรพิทยากุล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพระนคร เพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าวว่า รู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ และปล่อยให้พื้นที่ดังกล่าว เกิดปัญหาการเรียกเก็บเงินประชาชนได้อย่างไร? นายสมชัย ได้ฝากบอกผ่านเจ้าหน้าที่หน้าห้องเพียงสั้นๆ ว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.พระราชวัง จึงขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานจราจร ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลพื้นที่โดยตรง 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่หน้าห้องยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทางสำนักงานเขตได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าที่จอดรถในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเข้ามาบ้าง ซึ่งทางสำนักงานเขตได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว จึงส่งเรื่องต่อให้กับ สน.พระราชวัง แต่จะมีการดำเนินการต่อหรือไม่อย่างไรนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 25 พ.ค. 59 ทราบจาก ร.ต.ภคิน ภัทรวานิชย์ รอง สว.จร.สน.พระราชวัง ว่า พ.ต.ท.ภาวัต ได้มีการสั่งการให้เจ้าพนักงานจราจร สน.พระราชวัง เข้าไปดำเนินการจับกุมกับกลุ่มคนกลุ่มนี้แล้ว จำนวน 2 ราย ในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ ปรับคนละ 300 บาท และลงบันทึกประจำวัน

สุดท้ายแล้ว... ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร เบื้องลึกเบื้องหลังที่แท้จริงคืออะไร วันนี้ 'ซอซิ่ม' ยังไม่ขอให้ข้อสรุปใดๆ แต่...ทว่ามีความคืบหน้าในแง่มุมไหน ทีมข่าวฯ ไม่พลาดที่จะเสิร์ฟให้แฟนๆ ทราบแน่นอน ปักหมุดรอติดตามได้จ้า... และหากท่านใดมีข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังเรื่องนี้ อยากให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ตามไปเปิดโปงต่อ สามารถติดต่อมาได้ เลยจ้า

อ่านเพิ่มเติม

แผ่นดินนี้ใครจอง EP.1 ข่มขู่ เรียกไถ เปิดโปงเบื้องหลังขบวนการมาเฟียโบกรถ

ข่มขู่ รีดไถต่อเนื่อง ชาวบ้านสุดเอือม! ขอแฉแบ็กคุ้มหัวมาเฟียโบกรถ?

ใต้โต๊ะต้องหมดไป! สน.พระราชวัง ประกาศล้างบางแก๊งโบกรถ

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ
เปิดโปงเบื้องหลังขบวนการมาเฟียเก็บค่าที่จอดรถ บริเวณถนนราชินี หลังสวนสราญรมย์ คำถามยอดฮิตคือ ตำรวจมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการดังกล่าวนี้หรือไม่? เหตุไฉนถึงปล่อยให้มีการเรียกเก็บเงินประชาชนได้? เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร 28 พ.ค. 2559 15:12 24 ส.ค. 2559 14:58 ไทยรัฐ