วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บางเรื่องถึงเป็นเพื่อน ก็ไม่ควรพูด

โดย คนสมถะ

“ความสำคัญของการมีเพื่อน ไม่ได้อยู่ที่เรามีเพื่อนกี่คน แต่สำคัญที่เราเหลือเพื่อนอยู่กี่คนในยามที่เราต้องเผชิญกับวิกฤติ” จากเฟซบุ๊กเรื่องเพื่อน@mangkron ช่างกล่าวไว้ถูกใจเหลือเกิน

ในเมื่อมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้นพวกเราจึงทำความรู้จักกับผู้คนมากหน้า หลายตา และ หนึ่งในนั้นอาจกลายมาเป็น “เพื่อน” ของคุณก็ได้ ทั้งนี้ ความหมายของเพื่อน โดยธรรมทานบอกว่า ได้แก่ ผู้ที่รักใคร่ชอบพอกัน กระทำความดีต่อกัน เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ ไม่เลือกเพศ, วัย, ความรู้, ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ เป็นต้น

ทั้งยังมีคำเปรียบเปรยให้ฟังด้วยว่า เพื่อนที่ดีที่สุดมักช่วยทำให้ช่วงเวลาที่แสนเศร้าและย่ำแย่ของคุณกลายเป็นเวลาที่ดีงาม เพื่อนจะช่วยทำให้คุณลืมสิ่งเลวร้ายเหล่านั้น และอยู่กับคุณจนความรู้สึกแย่ๆหมดไป แหม......ใครมีเพื่อนดีขนาดนี้ก็วิเศษไปเลยสินะ

กระนั้น ในเมื่อมีเพื่อนที่ดี บางคนย่อมเคยมีเพื่อนร้ายๆผ่านเข้ามาในชีวิตบ้างแหละ ใช่ปะ

ฉะนั้น หากคุณโตแล้ว และมีวิจารณญาณที่ดีเพียงพอ คงรู้อ่ะนะว่า คนไหนควรคบเป็นเพื่อน, คนไหนเป็นเพียงคนรู้จัก, และคนไหนกันแน่ที่เป็นเพื่อนสนิท ส่วนใหญ่ทุกคนอยากมีเพื่อนมากกว่ามีศัตรู เพราะมีศัตรูแล้วดีตรงไหน? สู้มีเพื่อนไม่ได้ มีไว้พูดคุยกัน, ชวนกันไปไหนมาไหน, มีเพื่อนแล้วไม่เหงาด้วย

แต่ถ้ามีศัตรู คงต้องกลัวเค้าจะมาแว้งกัดเราตอนไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นการมีเพื่อนจึงดีกว่ากันเยอะ เหตุนี้จึงควรมีไมตรีกับผู้คนเข้าไว้เพื่อมีเพื่อนกันเถอะ ส่วนจะพัฒนาไปเป็นเพื่อนสนิทกันแค่ไหน? ถือเป็นเรื่องของอนาคต แต่เชื่อว่า ป่านนี้ทุกท่านก็มีเพื่อนสนิทอยู่บ้างแล้ว ซึ่งถ้ามีมาให้สนิทอีกก็ดีสิเนอะ

แต่การเป็นเพื่อนกัน คนเราสามารถพูดอะไรกับเพื่อนได้ทุกอย่างหรือเปล่า? เพื่อนบางคนอาจคุยกันได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะเพื่อนที่สนิทและรู้ไส้รู้พุงกัน รู้ว่าส่วนไหนที่คุณดี หรือส่วนไหนที่คุณบ๊องส์ แต่มันยังรับคุณได้ ก็น่าจะคุยได้ทุกเรื่อง เว้นแต่จะคุยให้ฟังหรือไม่เท่านั้น

ลองดูกันดีกว่าว่า คำพูดเช่นไรบ้างที่คุณไม่ควรเอ่ยปากโพล่งออกไปให้เพื่อนฟัง แล้วแสลงใจ หรือรู้สึกไม่ดี เช่น 1.ในกรณีที่คุณและเพื่อนต่างก็มีแฟนกันแล้ว หากไม่จำเป็น กรุณาอย่านำแฟนของคุณไปเปรียบเทียบกับแฟนของเพื่อนเด็ดขาด ไม่ว่าการเปรียบเทียบนี้จะเป็นส่วนที่ดีหรือไม่ดี เพราะจะเป็นเหตุให้ผิดใจกันซะเปล่าๆ 2.ปรับ ทุกข์กับเพื่อนน่ะทำได้ แต่อย่าโอดครวญขอยืมเงิน เพราะเศรษฐกิจยุคนี้ หรือไม่ว่าสมัยไหน การยืมเงินเป็นเรื่องต้องห้าม ถ้าไม่เดือดร้อนจริงอย่าทำเชียว

3.ควรเอื้อเฟื้อต่อกันมากกว่าเอาเปรียบกัน จึงอย่าชี้นิ้วสั่งให้เพื่อนทำอะไรให้ ไม่ดีหรอก.

คนสมถะ

28 พ.ค. 2559 10:01 28 พ.ค. 2559 10:02 ไทยรัฐ