วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลพ่อปู่ผาเมือง-แม่ย่าสร้อยทิพย์ พิสูจน์เนื้อแท้ “คนดี”

โดย รัก-ยม

“ความหนักอกหนักใจ...เหนื่อยใจ” ในชีวิตของเราทั่วๆไปอีกประการหนึ่งก็คือ...การคิดในเรื่องเก่าๆที่ผ่านมา

ไม่ใช่ว่าจะห้ามเสียเลย หามิได้...คิดได้แต่ว่าต้องคิดด้วยปัญญา รื้อมันด้วยปัญญา สร้างขึ้นด้วยปัญญาตลอดเวลา อย่างนั้นสิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์ ไม่เป็นความเสียหายในการที่เราจะคิด

...เพราะเอามาศึกษา ค้นคว้าในเรื่องอย่างนั้นว่าสิ่งนี้มันเกิดขึ้นอย่างไร ตั้งอยู่เปลี่ยนแปลงในสภาพอย่างไร เราจะได้จดจำไว้เป็นบทเรียนสำหรับชีวิตของเราต่อไป

“คิดแบบวิเคราะห์วิจัยอย่างนี้ไม่เสียหาย แต่ว่าโดยมากหาได้คิดในรูปนั้นไม่ เอามาคิดในรูปที่มันจะสร้างปัญหา คือ...ความทุกข์ ความเดือดร้อนแก่ตนทั้งนั้น คือ คิดด้วยความโง่เขลา ไม่ได้คิดด้วยปัญญาในเรื่องอะไรต่างๆ...เรื่องบางเรื่องมันผ่านพ้นไปตั้งนานแล้ว แต่เราก็เอามาคิด พอคิดแล้วก็เกิดความไม่สบายใจ เป็นทุกข์ขึ้นมาก็เพราะเรื่องอย่างนั้น บางคนถึงกับว่าน้ำตาไหล เพราะคิดถึงเรื่องเก่าแล้วเศร้าใจเหลือเกิน”

ก็มันเรื่องอะไรที่ไปคิดให้เศร้าใจ อยู่ดีๆไม่ว่า...ไปหาเรื่องให้เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน

คนโบราณเขาว่า...“เอามือไปซุกหีบ” มือมันอยู่ดีๆไม่ชอบ เอาเข้าไปซุกในหีบ แล้วก็ปิดฝาหีบลงไปโดนมือเจ็บปวดเปล่าๆ...นี่มันไม่ได้เรื่องอะไร ทำไมจึงชอบคิดในเรื่องอย่างนั้น เรื่องเก่าๆที่ผ่านมาไม่ชอบปล่อยชอบวาง ไม่ชอบทิ้งเรื่องนั้นออกไปเสีย

แก่นธรรมนี้ตัดตอนมาจากข้อสนทนาธรรม...“อย่าจม อยู่กับอดีต” ของ หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ จริงไม่จริงอย่างไรคิดเดี๋ยวนี้...ก็จะรู้คำตอบได้เดี๋ยวนี้

“มีนบุรี” เขตชานเมืองกรุงเทพมหานคร ในอดีตเคยเป็นจังหวัดหนึ่งสังกัดมณฑลกรุงเทพ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รวมท้องที่อำเภอคลองสามวากับอำเภออื่นๆอีก 3 อำเภอ คือ...อำเภอแสนแสบ อำเภอเจียรดับ อำเภอหนองจอก รวมเป็น 4 อำเภอ...เข้าไว้ด้วยกัน

ตั้งเป็นเมืองขนานนามว่า “เมืองมีนบุรี” หมายถึง “เมืองปลา”...มุ่งหมายเพื่อให้คู่กับ“เมืองธัญบุรี” ที่แปลว่า “เมืองข้าว”

สัญลักษณ์เมืองมีนบุรีในปัจจุบัน เป็นรูปวงกลม มีปลาตะเพียนสีทองอยู่ตรงกลาง ด้านล่างเป็นพื้นน้ำสีฟ้า มีรวงข้าวสีเขียว สองข้างล้อมรอบด้วยคำว่า “สำนักงานเขตมีนบุรี” ที่เป็นภาษาไทยและอังกฤษ

“ปลาตะเพียน” สัญลักษณ์แห่งเมืองปลา ก็ด้วยเหตุที่ว่า “ตำบลแสนแสบ” มีบ่อปลามาก และปลาที่ขึ้นชื่อก็คือ...ปลาตะเพียน

ศาลจังหวัดมีนบุรี...ภายในรั้วรอบฝั่งประตูทางเข้า ใต้ต้นไม้ใหญ่อันร่มรื่นเป็นที่ตั้งของ “ศาลพ่อปู่ผาเมือง แม่ย่าสร้อยทิพย์” ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ สำคัญอันเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้ที่เกี่ยวข้อง และเป็นที่พึ่งทางจิตใจสำหรับประชาชนทั่วไป

ศาลฯแห่งนี้ผู้คนที่มากราบไหว้สักการะสะท้อนถึงความเคารพศรัทธา แต่กับผู้คนที่มาบนบานศาลกล่าวไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ คงไม่อาจไปล่วงรู้สิ่งปรารถนาในใจของผู้คนทั้งหมดได้ แต่ที่รู้ได้แน่นอนคนไม่น้อยจะต้องมาบนขอเกี่ยวกับเรื่องฟ้องร้อง...คดีความ

ครั้นสำเร็จเห็นผลดังใจหมาย ราบรื่นผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแล้วก็อย่าได้ลืมมาแก้บนเด็ดขาด “บนอะไรไว้ก็แก้บนด้วยสิ่งนั้น” จะด้วยพวงมาลัย ชุดไทย เป็ด ไก่ ฯลฯ ก็ตามแต่กำลังศรัทธามี

อาจไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องจริง “ศาลพ่อปู่ผาเมือง แม่ย่าสร้อยทิพย์” ผู้คนที่เข้ามาบนขอน่าจะร้อยเปอร์เซ็นต์เป็น “ฝ่ายถูก” ไม่ใช่ “ฝ่ายผิด” ถ้ารู้ว่าตัวเรา...“ไม่ผิด” ก็บนได้

“ศรัทธา” อาจนำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์” แต่...ศรัทธาคงไม่ช่วยให้คนผิดกลายเป็นคนถูกไปได้ เมื่อตัวเราเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าผิด จะไปบนทำไม...คงไม่มีใครทำ

ดั่งภาษิตโบราณว่าไว้ “คนดีตกน้ำไม่ไหล...ตกไฟไม่ไหม้”ฉันใดก็ฉันนั้นหากคนดี...แคล้วคลาด พ้นภัย ไม่ได้รับโทษเป็นเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผลเป็นปกติธรรมดาโลก แต่ถ้า “คนดี” กลับกลายเป็น “คนผิด” กลับตาลปัตรต้องได้รับโทษทัณฑ์ ทุกข์เข็ญจะต้องเรียกว่าอย่างไรกันดี...ฟาดเคราะห์ หรือเป็นกรรมเก่าในอดีตชาติที่ต้องมาชดใช้กันในชาตินี้.

รัก-ยม

28 พ.ค. 2559 07:43 28 พ.ค. 2559 07:45 ไทยรัฐ