วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับอาการ“ประยุทธ์”กลบรอยร้าว คสช.ไม่มิด : โจทย์ยาก ส่งไม้ต่อ

คึกคัก จัดฉากออกสตาร์ตได้น่าตื่นตาตื่นใจ

ตามโปรแกรมที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดกิจกรรมคิกออฟแคมเปญ “7 สิงหา ประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง” เดินหน้าทำประชามติ 7 สิงหาคม 2559

ส่งทีมงาน “ขายตรง” ร่างรัฐธรรมนูญลงพื้นที่

โดยการปล่อยขบวนรถจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญลอตแรกจำนวน 100,000 เล่ม เพื่อให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชน

และจะทยอยส่งอีก 900,000 เล่ม รวมถึงการจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับย่ออีก 17 ล้านเล่ม

พร้อมทั้งบรรยายสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติให้กับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการทั้ง 77 จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนจากส่วนราชการและภาคเอกชน

ยังไม่นับรวมการเผยแพร่เพลงการทำประชามติที่ขับร้องด้วยเสียงสำเนียงของทั้ง 4 ภาค และเปิดช่องทาง พิเศษสำหรับการศึกษา
เรียนรู้ร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นในโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ

เรียกว่า เดินแผนโปรโมต จัดเต็มกันทุกช่องทาง

เป้าหมายเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญเข้าถึงชาวบ้านให้มากสุดเท่าที่จะมากได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อผลในการตัดสินใจของประชาชนเพียวๆ ในการโหวตรับหรือไม่รับ ให้มาจากความชอบหรือไม่ชอบเนื้อหาร่างกติกาใหม่จริงๆ

โดยไม่มีปัจจัยอื่นมาชักจูงทำให้ไขว้เขว

ที่สำคัญเลยก็คือการเอาชนะระบบการจัดตั้งฐานคะแนนทางการเมือง

และในจังหวะต่อเนื่องที่ล้อไปกับแรงเสียดทานของฝ่ายต่อต้าน สถานการณ์ของพวกไม่เอาด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ก็เปิดปฏิบัติการยื้อสกัดทุกทาง

กระตุกขากันตามเหลี่ยมเกม

แบบที่ทีมงานพรรคเพื่อไทยไล่จับผิดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่บอกให้รับไปก่อนแล้วค่อยไปแก้ไขทีหลัง รวมทั้งกรณีที่ครูเอกชนในจังหวัดสงขลายื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ “เสธ.ไก่อู” พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีที่พูดเป็นนัยถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติจะให้แก้การศึกษาภาคบังคับถึงชั้น ม. 6

มีพฤติกรรมเข้าข่ายชี้นำให้รับร่างรัฐธรรมนูญ

ไม่เว้นแม้แต่เพลงฉ่อยของนักแสดงตลกชื่อดัง ก็ยังถูกจับผิดในท่อนที่มีเนื้อร้องเกี่ยวกับเรื่องการเรียนฟรี 14 ปี ก็ถูกตีความเป็นการชี้นำให้ประชาชนโหวตรับร่างฉบับ “มีชัย”

“เก็บตก” กันแบบละเอียดยิบทุกช็อต

เผลอพลาดเป็นเจอแฉ โดนโวยประจานทันที

แน่นอนอ่านแต้มกันได้ โดยยุทธศาสตร์ย้อนเกล็ดคสช. ย้อนศรที่ กกต.ออกกฎหมายคุมเข้มประชามติชนิดที่ห้ามมีการชี้นำในทุกกรณีไม่ว่าจะโหวตโนโหวตเยส

บล็อกฝ่ายต่อต้านจนกระดิกตัวแทบไม่ออก

งานนี้ก็เลยได้เหลี่ยมเบิ้ลคืน และพร้อมๆกันนั้น พรรคเพื่อไทย เครือข่าย “ทักษิณ” ก็ถือโอกาสเดินเกมเลี้ยงกระแส ตามบทต้อง
แสดงตนเป็นฝ่ายต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากเผด็จการทหาร

ยึดภาพของนักประชาธิปไตยโดยอุดมการณ์

ในสถานการณ์ที่เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ลดโทนร้อนแรงลงไป อย่างดีก็แค่เสนอแนะแบบเปิดปลายเปิด ไม่มีท่าทีหักดิบแบบที่ประกาศโหวตคว่ำกันดังๆออกสื่อเหมือนช่วงแรก

ตรงกันข้ามกับเป้าหมายแท้จริงที่แทรกเข้ามา โดยลีลาของพรรคประชาธิปัตย์มุ่งไปที่การขอพื้นที่เคลื่อนไหว อยากให้ คสช.ปล่อยไฟเขียวพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้มากกว่า

ลุ้นขยับแข้งขยับขา เผื่อเวลาแต่งตัวล่วงหน้า

เรื่องของเรื่อง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยก็อยู่ภายใต้เงื่อนสถานการณ์เดียวกัน โดยวิสัยของนักเลือกตั้งอาชีพที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมลงสนาม

ตามปฏิทินเวลาที่เหลืออีกปีกว่า

โดยยึดเอาตามท่าทีล่าสุดในการตอบคำถามเดิมๆของนักข่าวกับปมการยืดโรดแม็ปออกไปหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ มาถึงจุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังยืนยันโปรแกรมโรดแม็ปเดิม

ต้องมีเลือกตั้งอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่

นี่คือเงื่อนไขที่ทำให้นักการเมืองต้องทำโจทย์การบ้านข้ามช็อตประชามติไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่ส่อแววจะเจอโจทย์ยากกว่านักเลือกตั้งอาชีพก็คือ คสช.นั่นเอง ตามเงื่อนไขที่ พล.อ.ประยุทธ์ล็อกไว้ชัดเลย

คสช.ต้องอยู่คุมเกมจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่

นั่นหมายถึงว่าต้องใช้เวลานานเกินปีกว่าขึ้นไป อย่างเร็วก็หลังการเลือกตั้งเสร็จแล้ว

ตามแนวโน้มสถานการณ์ก็อย่างที่เห็นกันตรงหน้า ตามอาการแปร่งๆที่ พล.อ.ประยุทธ์หลุดความในใจแบบปล่อยเบรกยาวระหว่างการมอบนโยบายในการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนประเทศไทยแบบบูรณาการ

ในอารมณ์ต้องขอเสียงปรบมือ กระตุ้นกำลังใจ ทีมงาน คสช.

ก่อนวกเข้าประเด็นที่ “พี่ใหญ่” อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม บอกกับตนเองว่า ไม่ไหวแล้ว อายุ 70 แล้ว จะลาออก

โดย “บิ๊กตู่” ยิงมุก ไม่ให้ออก ถ้าออกก็จะใช้มาตรา 44 ตั้งใหม่

แม้ในวันถัดมาทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร จะออกมาช่วยกันแก้ข่าวว่า เป็นแค่การหยอกล้อกันเล่น ไม่มีอารมณ์น้อยใจหรือปัญหาอะไรเลย

หัวเราะกลบเกลื่อนกันไป

แต่แน่นอนตามปรากฏการณ์ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา

ด้วยสถานะของคนระดับนี้ ประเด็นล่อแหลมแบบนี้ โดยเฉพาะในห้วงสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ที่สำคัญเป็นการพูดออกอากาศให้ได้ยินกันทั่วไป

ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นแน่ มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่หลังกอไผ่

ในสถานการณ์แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์อั้นแรงกดดันเอาไว้ไม่ไหว ต้องหลุดกระฉอกออกมา

กลบรอยร้าวไม่มิด

เบื้องต้นเลย แกะรอยตามเงื่อนสถานการณ์เกี่ยวโยงกับ พล.อ.ประวิตร ที่ต้องตกอยู่ในวงล้อมตำบลกระสุนตก กับสภาพของ “พี่ใหญ่” ที่เจอกับแรงเสียดทานตลอดเวลาไม่หยุดหย่อน

โดยเฉพาะปมที่โยงไปถึงน้องชายในสายเลือดอย่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.

มีกรณีมาต่อเนื่องตั้งแต่คิวของ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นายทหารคนสนิทของ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดปมแฉในแอพพลิเคชั่นไลน์มีการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ไม่ทันซาก็ตามมาด้วยกระแสร้อนๆ กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะถอนฟ้องคดีสลายม็อบพันธมิตรฯเมื่อปี 2551 ล่าสุดยังมาเจอคิวของนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา แฉลอยลมตอกย้ำปมซื้อขายตำแหน่งตำรวจ

พล.อ.ประวิตรต้องไล่ตามเคลียร์รายวัน

ทั้งศึกนอกศึกใน “บิ๊กป้อม” โดนล่อเป้า กลายเป็นบ่อน้ำมันของรัฐบาล คสช.ไปเลย

ในสถานการณ์ที่ตรงกันข้ามกับอีกชื่อหนึ่ง ที่ พล.อ.ประยุทธ์เอ่ยถึงในคิวเดียวกันกับที่บอกว่า พล.อ.ประวิตรจะลาออก นั่นคือรายของ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ที่หัวหน้า คสช.พูดถึงปฏิบัติการลุยจัดการกับพระชื่อดังที่กำลังเป็นเรื่องใหญ่

สะท้อนบทบาทโดดเด่นในการคุมเกมกระบวนการยุติธรรม

ประกอบกับข่าววงในการตั้ง พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล จากตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินคนใหม่ ก็เป็นการผลักดันจาก พล.อ.ไพบูลย์ ตอกย้ำพลังภายในที่แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน

เทียบกันสถานการณ์กระแสของ พล.อ.ไพบูลย์กับ พล.อ.ประวิตรจึงแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

และเป็นความแตกต่างของคนในขั้วอำนาจ คสช.ที่อยู่ “คนละสาย” กัน

อีกจุดที่อั้นไว้ไม่มิด พล.อ.ประยุทธ์ ยังยืนยันจะไม่ทอดทิ้งใครที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ในจังหวะเบรกข่าวลือ ปฏิเสธกระแสข่าวปรับ ครม.

แต่อีกนัยนั่นก็คือการขยายความ กระพือควันให้คลุ้งไปกันใหญ่

ในสถานการณ์ไฟต์บังคับ เตรียมรองรับฤดูเกษียณอายุราชการ โดยเฉพาะบรรดาขุนทัพนายกอง ผบ.เหล่าทัพที่ร่วมคัดท้ายให้
คสช.มาจะต้องได้ปูนบำเหน็จหลังเกษียณ

บางคนก็ลุ้นเก้าอี้ใน ครม.เพื่อไม่ให้ขาลอยจากอำนาจ

ประกอบกับอาการขบเหลี่ยมในทีมเศรษฐกิจที่ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกันเสียทีเดียว แม้ส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรีในสายของนายสมคิด
จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่ก็มีบางคนอย่างนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ก็ถือว่าตัวเองมาจาก
สายตรงของ พล.อ.ประยุทธ์

นั่นคือที่มาของเมกะโปรเจกต์รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง สะดุดล่าช้า

ยังมีความไม่ลงรอยกันในเรื่องการระบายข้าวที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ตามเงื่อนสถานการณ์หนีไม่พ้นต้องขยับปรับ ครม.กันใหม่เพื่อเคลียร์ปมติดขัดในเชิงบริหารและแชร์อำนาจในหมู่ขุนทัพนายกอง

และแน่นอนมันก็ต้องก่อภาวะทางใจคนที่ผิดหวัง เป็นหัวเชื้ออันตรายต่อเสถียรภาพของรัฐบาล คสช.

ยกระดับโจทย์ยากๆของทหาร

ที่ต้องคุมเกมจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่.

“ทีมการเมือง”

28 พ.ค. 2559 07:07 28 พ.ค. 2559 07:07 ไทยรัฐ