วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลดกระแสต้าน บิ๊กตู่ถกมั่นคง ยกเลิกประกาศห้ามบินไปนอก

“บิ๊กป้อม” ปัดวุ่นสัมพันธ์แน่น ปึ้ก “เสี่ยวิชัย” เจ้าสัวเลสเตอร์ เป็นแบ็กอัพรวมทุนหนุน คสช. ตั้งพรรคการเมือง ปฏิเสธสนับสนุน พรรคภูมิใจไทยหลังศึกเลือกตั้งปี 60 ลั่นไม่เล่นการเมือง บ่นเบื่อข่าวใส่ความถูกด่า ฮึ่มใส่สื่อใครถามอีกมีชก ยัน 2 ปีนายกฯ-รัฐบาล คสช.ตั้งใจทำงานไม่มีหยุด “ประยุทธ์” เรียกถกหน่วยงานความมั่นคง ประเมินสถานการณ์การเมืองก่อนวันทำประชามติ เปิดรูระบายลดแรงต่อต้านอีกระลอก สั่งปลดล็อกยกเลิกประกาศ คสช.ห้ามนักการเมืองบินไปนอก “ยิ่งลักษณ์-วัฒนา” และพวกมีคดีติดตัวต้องขออนุญาตศาล แต่ยังปิดตายห้ามพรรคการเมืองจัดประชุม “ประวิตร” โยน “วิษณุ” หาช่องรับมือถ้า รธน.ถูกคว่ำ กกต.เสียงแข็ง พ.ร.บ.ประชามติไม่ขัด รธน.

จากกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และจับตาจากหลายฝ่ายว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เตรียมรวบรวมนักการ เมืองจากพรรคต่างๆ เพื่อมาจัดตั้งพรรคการเมือง รองรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2560 ล่าสุด พล.อ.ประวิตรปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริงที่นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ หรือเจ้าสัวเลสเตอร์ จะรวบรวมทุนเพื่อให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งพรรคการเมือง

“บิ๊กป้อม” ปฏิเสธซี้ปึ้กเจ้าสัวเลสเตอร์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่านายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ หรือเจ้าสัวเลสเตอร์ จะมีการรวบรวมทุนเพื่อให้คณะรักษาความ สงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งพรรคการเมืองว่า บอกหลายครั้งแล้วว่าไม่เป็นความจริง ตนไม่รู้จะทำอย่างไร ในเมื่อคนจะเขียน

โต้ยึด ภท.เป็นพรรค คสช.ฮึ่มถามอีกมีชก

เมื่อถามว่า มีสายสัมพันธ์และมีแนวคิดที่จะทำพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีและไม่เคยคิด บอกหลายครั้งแล้วว่าไม่อยากเล่นการเมือง ที่ผ่านมาตนทำงานให้ประชาชนมาหลายปี ยังมาด่าใส่อีก ส่วนที่มีข่าวว่าจะหนุนพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งนั้น ขอยืนยันว่า ไม่มีและ ไม่เคย “ต่อไปอย่าถามอีกนะ ห้ามถามเรื่องนี้อีก ถ้าถามชกเลยนะ เบื่อๆๆ เรื่องนี้ไม่ให้ถามแล้ว และทีหลังก็จะไม่ตอบอีก ผมไม่เล่นการเมือง เอาชื่อผมไปโยงคงสนุกมั้ง และผมก็เป็นคน ไม่ได้มีบารมี อย่างที่พวกคุณมาถามกัน” พล.อ.ประวิตรกล่าว

บ่นเหนื่อยจะตายสู้กับนักข่าว

พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะให้นั่งเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยแทน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่จะหมด วาระลงว่า เขายังไม่มีการแจ้งมา ตนยังไม่รู้เรื่อง เมื่อถามว่า พร้อมจะรับตำแหน่งหรือไม่หากมีการแสดงเจตจำนงมา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ตนก็จะรับ ตนก็จะทำ “ตอนเด็ก ชอบเล่นกีฬาทุกประเภท วิ่ง ว่ายน้ำ แต่ตอนนี้แก่ไม่เล่นแล้ว เฉพาะสู้กับนักข่าวก็เหนื่อยจะตายห่าอยู่แล้ว เพราะกีฬานี้ใช้ความคิดในการสู้กัน ที่ผ่านมาหลายครั้งผมก็เบื่อเวลาพูดเล่นเรื่องนายกฯก็เอาไปเขียนเป็นประเด็นกันหมด” รองนายกฯกล่าว

ย้ำ 2 ปี คสช.–นายกฯทำงานไม่มีหยุด

ผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช.ครบ 2 ปีว่า คสช.พยายามทำให้เกิดความสงบในทุกเรื่อง และจะดูแลความมั่นคงต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป ส่วนที่ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า คสช.ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรมนั้น ไม่อยาก พูด แต่ขอให้ทุกคนไปดูจากรายการที่ คสช.นำเสนอผ่านสื่อ ฝากประชาชนให้ช่วยดูด้วย ช่วง 6 โมงเย็น จะเห็นว่า คสช.ไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่ทำงานตลอด ช่วงตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่มี คสช.และ มีรัฐบาลก็ทำงานมาตลอด ไม่ได้หยุด แต่ที่ยังวิจารณ์ว่างานไม่คืบหน้า คิดว่าเป็นคนละพวก คิดเช่นนี้คือการคิดต่อต้านอยู่เรื่อย ถ้าเป็นเช่นนี้ประเทศไทยก็ไม่เจริญเสียที ถ้ามีความเห็นอะไรตนอยากให้เขียนมาว่าสิ่งใดที่ คสช.ทำแล้วไม่สำเร็จ ไม่ใช่นำไปพูด ในโซเชียลให้เกิดเป็นประเด็น จากนี้ คสช.จะดูแล รักษาความสงบและความปลอดภัยให้ประชาชนมากขึ้น ติดกล้องวงจรปิด ติดไฟส่องสว่าง มีคดีตำรวจ ต้องจับกุมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรม ใครทำ อย่าไปหนี ต้องจับทุกงาน บังคับใช้กฎหมายให้ได้ เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ การทำงาน คสช.หลายข้อนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใครก็ทำหรือเขียนได้ไม่เป็นไรจะเอามาดู ต้องมีดีบ้าง ไม่ใช่ไม่ดีเลย แต่ยืนยันว่า คสช.และนายกฯตั้งใจทำงานมาตลอดไม่มีหยุด

ไม่กลัวชาวบ้านเมินมีแต่นักข่าวที่เบื่อ

เมื่อถามว่า เข้าสู่ปีที่ 3 กลัวว่าประชาชนจะเบื่อ คสช.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่กลัวเบื่อ เพราะเราทำงาน แต่ที่คนเบื่อคือนักข่าว ทั้งนี้ ช่วง เย็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมดที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะ นายกฯอยากทราบว่าการทำงานด้านความมั่นคงเป็นอย่างไรบ้างจะมีการรายงานต่อนายกฯ ทั้งในส่วนของ คสช. และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จะไม่มีการพูดเรื่องการเมือง และไม่มีการพูดถึงเรื่องการทำประชามติ มีแต่ความมั่นคงและเรื่องความสงบเรียบร้อยที่ดำเนินการมาแล้ว มีความก้าวหน้าอย่างไร ทั้งการจัดระเบียบสังคม และเรื่องตำรวจ รวมถึงการ แก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งหมดจะเป็นภาพเรื่องการรักษาความสงบภายในประเทศ การดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน

“ประยุทธ์” ถกหน่วยงานความมั่นคง

ต่อมาเวลา 16.30 น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง โดยมีรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ ตัวแทนสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และตัวแทนหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วม อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เป็นต้น เพื่อรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ความมั่นคงในด้านต่างๆ หลังครบรอบ 2 ปี คสช.และจะประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงเข้าสู่การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

ปลดล็อกเลิกห้ามนักการเมืองทัวร์นอก

เมื่อเวลา 18.00 น. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ทาง คสช. สขช. และ สมช.รายงานตรงกันสถานการณ์โดยรวมอยู่ในสภาวะที่เรียบร้อยดี แม้มีความคิดเห็นแตกต่างกันบ้าง แต่อยู่ในวิสัยที่ประเทศสามารถจะเดินหน้าต่อไปได้ ที่ประชุมให้มีการแบ่งงาน คสช. และรัฐบาล ให้เกิดความชัดเจน อะไรที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือเฉพาะกิจที่มีความวิกฤติให้ผ่านพ้นไปได้และคลี่คลายแล้ว ให้หน่วยงานราชการดำเนินการไปตามปกติ นายกฯได้เสนอให้มีการยกเลิกประกาศ คสช.เรื่องห้ามบุคคลเดินออกนอกราชอาณาจักร ตามที่ได้มีคำสั่งให้บุคคลเข้ารายงานตัวต่อ คสช.โดยให้บุคคลเหล่านั้น สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ โดยไม่ต้องขอ คสช.ยกเว้นบุคคลที่มีหมายจับ มีคดีความกับศาล ต้องขออนุญาตศาลเดินทางออกประเทศ จะประกาศยกเลิกคำสั่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการวันที่ 1 มิ.ย. ทั้งนี้ นายกฯต้องการให้มีการผ่อนคลายบรรยากาศทางการเมืองที่พูดก่อนหน้านี้

คงกฎเหล็กห้ามประชุมพรรคการเมือง

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ในส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ ต้องขออนุญาตศาล ส่วนนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน หากไม่มีคดีความอยู่ในศาล สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ แต่หากไปแสดงวิสัยทัศน์ทางการเมืองระหว่างประเทศ สุดวิสัยควบคุมได้อยู่ที่จิตสำนึกแต่ละคน แต่กลับมาแล้วจะถูกห้ามออกไปอีกหรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ ที่ประชุมยังไม่มีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองเรียกประชุมพรรคหรือจัดการกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ เพราะยังไม่อยู่ในช่วงที่เหมาะสม ขอไว้อีกระยะหนึ่ง แต่เชื่อว่านักการเมืองก็คุยกันอยู่แล้ว

นายกฯหารือทูต–เอกชนเยอรมนี

ก่อนหน้านี้ ช่วงบ่าย ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) นายเพเทอร์ พรือเกล เอกอัครราชทูตสหพันธ์ สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย นำคณะผู้แทนภาคเอกชนเยอรมนีในประเทศไทยจำนวน 58 คน เข้าพบเพื่อหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ หัวหน้า คสช. เกี่ยวกับความร่วมมือเศรษฐกิจไทย-เยอรมัน และแนวทางการรับมือกับความท้าทายด้าน เศรษฐกิจใหม่ๆ ในระดับภูมิภาคและระดับโลก ภาย หลังการหารือ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เผยผลการหารือว่า นายกฯยินดีที่ได้พบกับคณะนักธุรกิจเยอรมันที่เป็นบริษัทชั้นนำในไทย ถือเป็นมิตรสำคัญที่มีการค้าการลงทุนกันมายาวนาน เยอรมนีเป็นคู่ค้ามูลค่าการค้าอันดับที่ 1 ของไทยในสหภาพยุโรป ปัจจุบันมีบริษัทเยอรมนีมากกว่า 600 บริษัทในไทย หวังว่าจะขยายการลงทุน ในไทยอย่างต่อเนื่อง

ยึดมั่นโรดแม็ปเดินหน้าสู่ ปชต.ยั่งยืน

พล.ต.วีรชนกล่าวต่อว่า นายกฯย้ำถึงสถานการณ์ภายในประเทศไทย ยึดมั่นดำเนินการตามโรดแม็ป สร้างรากฐานด้วยการปฏิรูป เดินหน้าต่อไปในระบอบ ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน โปร่งใส ปราศจากการทุจริต มีธรรมาภิบาล พร้อมยืนยันไทยยังคงดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเสรี มุ่งส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ไทยยินดีให้ภาคเอกชนเยอรมนีเข้ามาลงทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การสร้างโครงข่ายรถไฟฟ้า รถไฟเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน การสร้าง ท่าเรือน้ำลึกที่อู่ตะเภา เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบิน การขนส่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายกฯยังหวังให้เยอรมนีสนับสนุนความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป โดยเอกอัครราชทูตเยอรมนียินดีที่ประเทศไทยมีความสงบเรียบร้อย ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองไทยจะเป็นอย่างไร พร้อมเป็นเพื่อนกับไทย

ปลุกปฏิรูปลดหวาดระแวง

เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงแนวทางการบังคับใช้กฎหมายว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เป็นธรรมเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน บางครั้งอาจถูกบิดเบือนไปบ้าง ไม่เข้าใจบ้างต้องชี้แจง ไม่ใช่วิจารณ์ไปเรื่อยว่ากฎหมายนี้ทำเพื่อคนรวย รังแกคนจน ยืนยันว่ากฎหมายที่ออกมาในสมัย คสช.เป็นกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ การไม่เชื่อฟังกฎหมายต่อต้าน ปลุก ระดมไปเรื่อยเปื่อย ต้องไปย้อนดูว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ส่วนเรื่องความขัดแย้งแตกแยก อะไรที่ไม่ สร้างสรรค์จะเป็นอันตรายที่สุด ขอบคุณประชาชน เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ที่ร่วมมือเข้าใจกัน เราต้อง ปฏิรูปลดความหวาดระแวง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ แบ่งปันผลประโยชน์ที่เท่าเทียมตามกฎหมายที่ถูกต้อง เพื่อประเทศของเรา

แนะเกษตรกรเป็น “สมาร์ทฟาร์เมอร์”

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการบริหารการจัดการ น้ำว่า ได้มอบนโยบายให้เร่งรัดดำเนินการเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้เกิดผลชัดเจนภายในปี 2560 ปรับ โครงการระยะยาวมาเร่งทำให้สั้นลง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ตลอดจนการกำหนดพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสม สอดคล้องกับแผนบริหารจัด การน้ำ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้อย่างบูรณาการ ทุกคนต้องศึกษาเรียนรู้ระบบดิจิตอล ให้หูตากว้างไกล เป็นสมาร์ทฟาร์เมอร์ เป็นเกษตรกรที่ไม่หวังพึ่งแต่ธรรมชาติอย่างเดียว ต้องเรียนรู้ให้เท่าทันสภาพภูมิศาสตร์ด้วย ส่วนการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย รัฐบาลทำมา 2 ปี แต่ยังไม่ได้ผลมากเท่าที่ควร จึงได้เร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯจัดทำแผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะ ตามแนวทางประชารัฐ ระยะ 1 ปี (มิ.ย.59-มิ.ย.60) ใช้หลักการ 3RS reduce reuse recycle ใช้น้อย ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยของประเทศลงร้อยละ 5 หรือลดลง 2 ล้านตันต่อปี ให้เหลือ 23 ล้านตันต่อปี

พท.อัด คสช.ยึดอำนาจคือเผด็จการ

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวปาฐกถาพิเศษ การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล ระบุว่าเข้ามาเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ไม่คิดทำลายประชาธิปไตยว่า คำว่าประชาธิปไตยสำหรับตนคือ “ประชาชน” บวกกับ “อธิปไตย” คืออำนาจสูงสุดต้องเป็นของประชาชน มาจากการเลือกตั้ง ถ้าคณะบุคคลใช้กองทัพยึดอำนาจจากรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งมา ถือเป็นเผด็จการไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะประชาชนไม่ได้มอบความไว้วางใจให้มาใช้อำนาจ ท่านทำลายประชาธิปไตยตั้งแต่ต้น เพราะยึดอำนาจไม่ว่าจะอ้างเหตุอะไรล้วนฟังไม่ขึ้น ถือว่ามีความผิดฐานกบฏ ไม่เช่นนั้นในรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นใหม่ คงไม่นิรโทษกรรมไว้ และการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เป็นการทำลายประชาธิปไตย เพราะหัวหน้าคสช.ไม่ได้รับมอบฉันทานุมัติจากประชาชนทั้งประเทศ ทั้งหมดเป็นเครื่องยืนยันว่าอำนาจสูงสุดของประเทศไม่ได้เป็นของประชาชน

สับเป็นคู่ขัดแย้ง-ปรองดองดับสนิท

นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรีพรรคเพื่อไทย และอดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการปฏิรูปกฎหมายในระยะเวลา 2 ปี ที่ คสช.เข้ามาว่า ตั้งแต่ คสช.เข้ามา มีการออกกฎหมายโดย สนช. จำนวนมาก แต่เป็นการออกกฎหมายโดยไม่มีฝ่ายค้าน เหมือนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จึงทำได้รวดเร็วแต่ไม่มั่นใจว่า เมื่อไม่มีฝ่ายค้านแล้วกระบวนการต่างๆจะรอบคอบทุกมุมมองหรือไม่ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายของ คสช.ที่พูดตลอดว่าทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ยังมีการกระทำสองมาตรฐานให้เห็นอยู่ ทำให้ประชาชนคลางแคลงใจ อีกทั้งเหตุผลหลักในการยึดอำนาจของ คสช.คือการสร้างความปรองดอง แต่วันนี้ยังไม่เห็นอะไรเป็นรูป-ธรรม หาก คสช.ทำตัวให้เป็นกลาง คงแก้ปัญหาต่างๆได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่วันนี้กลายเป็นว่า คสช.ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ทำให้การแก้ปัญหาไม่คืบหน้า

“ประวิตร” โยน “วิษณุ” รับมือ รธน.คว่ำ

อีกเรื่อง ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงแนวทางรองรับหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติว่า ยังไม่ได้คุยกับนายกฯ เพราะยังไม่เจอ เนื่องจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ขณะนี้ยังไม่มีแนวทางในใจว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร หากประชามติไม่ผ่าน เพียงเเต่พูดกันว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ แต่ยังไม่ได้คิดอะไรเลย ความจริงแล้วไม่ใช่ในเรื่องที่ตนต้องรับผิดชอบ แต่เป็นในส่วนของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ต้องรับผิดชอบและต้องปรึกษากับนายกรัฐมนตรี

กรธ.ประเดิมนัด กทม.แจงร่าง รธน.

ที่รัฐสภา นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการฝึกอบรมวิทยากรระดับอำเภอ (ครู ข.) และวิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) ว่า กระทรวงมหาดไทยส่งกำหนดการ ให้จัดส่งตัวบุคคลร่วมลงพื้นที่ชี้แจงแล้ว จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.-7 มิ.ย. แบ่งเป็น 9 กลุ่มจังหวัดทั้งประเทศ มีตัวแทนจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมอธิบายคำถามพ่วงประชามติด้วย สำหรับการจัดอบรมที่กรุงเทพฯ กำหนดไว้

วันที่ 3 มิ.ย. ที่ศาลาว่าการ กทม.กรธ.ขอความร่วมมือผู้บริหารระดับสูงของ กทม.ผอ.เขต หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและหัวหน้าฝ่ายปกครอง รวมทั้งสิ้นกว่า 200 คน เข้ารับฟังการบรรยายสรุปเนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญ และในวันที่ 22-23 มิ.ย. ที่มหาวิทยาลัยรราชภัฏพระนคร กรธ.จะบรรยายสรุปให้ผู้นำชุมชนกว่า 4,800 คน จาก 2,400 ชุมชนทั่วประเทศ

กกต.ยัน พ.ร.บ.ประชามติไม่ขัด รธน.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวภายหลังการประชุม กกต.ว่าที่ประชุมได้รับทราบกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหนังสือสอบถามความเห็นของ กกต.ต่อมาตรา 61 วรรคสอง และวรรคสี่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการการออกเสียงประชามติ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ กกต.เห็นไปในทางเดียวกันว่า ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและมอบให้สำนักกฎหมายและคดีของสำนักงาน ไปยกร่างหนังสือตอบกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีนี้คงไม่ใช่เรื่องของ กกต.ฝ่ายเดียว ควรสอบถามความเห็นไปยังสนช.ผู้ออกกฎหมายด้วย เมื่อถามว่า เกรงว่าจะมีการล้มประชามติเหมือนกับในอดีตที่ผู้ตรวจการฯ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ไม่คาดการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น และไม่รู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร หากต้องแก้ไขกฎหมาย ไม่ทราบว่าจะต้องใช้เวลาเท่าใดจึงจะแล้วเสร็จ

ทาบสื่อคุยช่วยดันซาวเสียงราบรื่น

นายสมชัยยังกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลต้องการให้ กกต.จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติในต่างจังหวัดว่า ขณะนี้มีหน่วยงานต่างๆ เสนอโครงการความร่วมมือมา กกต.กำลังพิจารณาอยู่ แต่จัดเวทีตามต่างจังหวัด กกต.ยังไม่ได้รับการทาบทาม ช่วงกลางเดือน มิ.ย.อาจเชิญผู้บริหารสื่อมาพูดคุย เพื่อตอบข้อข้องใจ ขอความร่วมมือช่วยผลักดันให้การออกเสียงประชามติเป็นที่เรียบร้อย ได้รับการยอมรับ สำหรับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ กกต.นิ่งเฉย ไม่สนใจ กำลังรวบรวมข้อมูล เช่น ก่อนหน้านี้ที่มีกระแสข่าวที่ จ.นครสวรรค์ มีทหารแจกเอกสารเชิญชวนประชาชนไปออกเสียงรับร่างรัฐธรรมนูญ ได้ให้ กกต.จังหวัดไปตรวจสอบ พบว่ามีการแจกจริงเหตุเกิดในวันที่ 1-8 เม.ย.ก่อนที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 มิ.ย. จึงไม่เข้าข่ายความผิด แต่ได้ตักเตือนไปว่าเป็นหน่วยงานของรัฐการแจกจ่ายเอกสารใด ควรต้องระมัดระวัง

กสม. จี้ กกต.ใจกว้างอย่าหยุมหยิม

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมือง กล่าวว่า จากการประชุมคณะทำงานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่มีการพิจารณาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศสมาชิกตามกระบวนการยูพีอาร์ ที่มีข้อเสนอต่อไทยให้ถกแถลงสาธารณะเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และการทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมให้ความเห็นต่อรัฐธรรมนูญจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐเอง กสม.เคยออกแถลงการณ์เรื่องระเบียบของ กกต.เกี่ยวกับการทำประชามติ สิ่งที่น่ากังวล เช่น การใส่เสื้อว่ารับหรือไม่รับ หากไปยืนหน้าคูหาออกเสียงประชามติในช่วงลงประชามติ ถือเป็นความผิดฐานชี้นำอยู่แล้ว แต่เวลาปกติไม่น่าจะเป็นความผิด จึงเป็นเรื่องสำคัญ กกต.ต้องเปิดใจกว้าง อย่าให้ประเด็นเล็กน้อย มาทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น

“วิลาศ”ปูด กทม.โอนงบหนีตรวจสอบ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า มีความไม่ชอบมาพากลที่รองผู้ว่าราชการ กทม.คนหนึ่งเรียกเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าฝ่ายในสำนักงบประมาณ กทม.มาพบ สั่งการด้วยวาจาให้ตัดงบฯ ของสำนักต่างๆ ใน กทม.ที่จัดสรรงบฯ อยู่ในข้อบัญญัติงบฯ ประจำปี 2560 เรียบร้อยแล้วรวม 3,400 ล้านบาทมาไว้ในงบฯ กลางแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการพิจารณาของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ส่อว่าอาจจะเตรียมใช้งบฯนี้เพื่อทุจริตจัดซื้อเครื่องจักรกลที่ไม่มีความจำเป็นและมีราคาสูงกว่าปกติ ที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ เพราะบริษัทขาประจำที่มักผูกขาด หรือเป็นนายหน้าขายเครื่องจักรกลให้ กทม. คนใน กทม.รู้จักดี พาข้าราชการในสำนักการคลัง กทม.กว่า 10 คนไปเที่ยวโปรตุเกส เมื่อวันที่ 2-9 มี.ค.

“ชาญชัย” กัดติดยักษ์ดิวตี้ฟรีผิดสัญญา

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ในฐานะรอง ประธานอนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษากลไกปราบปรามทุจริต ในสังกัดคณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เปิดเผย หลังคณะอนุฯ กมธ.ศึกษากรณีบริษัทการท่าอากาศยานไทย (ทอท.) จำกัด มหาชน ในฐานะผู้ให้สัญญากับบริษัทคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี รวมสองสัญญา เพื่อประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรและร้านค้าเชิงพาณิชย์ ปรากฏหลักฐานว่าทั้งคู่ไม่ปฏิบัติตามสัญญา เช่น การไม่ติดตั้งระบบเชื่อมระบบขายหน้าร้าน หรือพีโอเอส (Point of sale) ที่จะเช็กยอดการขาย และสต๊อกสินค้าคงคลัง ที่การท่าฯ จะได้รับส่วนแบ่งรายได้ 15% และเพิ่มอีกปีละ 1% ทุกปีจนหมดสัญญา รวมถึงสัญญาเชิงพาณิชย์ ที่ต้องจ่ายค่าสิทธิตามสัญญา 15% โดยการตรวจสอบจากระบบพีโอเอส เพื่อเช็กยอดขายและสต๊อกสินค้าทันที ไม่ใช่การทำบัญชีเช่นที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

ชี้ช่องผิด พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ–ก.ม.ปปง.

นายชาญชัยกล่าวต่อว่า การไม่ทำตามสัญญากฎหมายศุลกากร เกิดผลเสียหายแก่การท่าฯ มีการลักลอบขายสินค้า ที่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีแล้วว่ามีการลักลอบขายสินค้าปลอดอากร โดยไม่ใช้พาสปอร์ตซื้อสินค้าจริง รวมถึงการได้มาของสัญญาโดยไม่ทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ทั้งที่ลงทุนร่วมเกิน 1,000 ล้านบาท ถือว่าทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ร่วมทุนหรือไม่ การที่นายวิชัย ศรีวัฒนประภา บอกบริษัทคิง เพาเวอร์ พร้อมปฏิบัติตามที่การท่าฯ เสนอขัดแย้งต่อข้อเท็จจริง กลายเป็นว่ารัฐจะทำอะไรกลับต้องไปถามบริษัทเอกชน กรณีระบบพีโอเอสกลายเป็นว่าคู่สัญญามีอำนาจเหนือรัฐ ส่วนนายวิชัยจะมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างไรอนุฯ กมธ.ไม่ได้สนใจ แต่มุ่งศึกษากลไกการบังคับใช้กฎหมาย บริษัทคู่สัญญากับรัฐต้องปฏิบัติตามสัญญา ระเบียบและกฎหมาย กรณีนี้ยกเลิกสัญญาได้เลย ถือว่าร่วมทำผิด พ.ร.บ.ปปง. มาตรา 3 (5) ว่าด้วยเรื่องการทุจริตต่อหน้าที่ และ (7) ว่าด้วยเรื่องภาษีที่ ปปง.อายัดเพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที ทั้งนี้ เอกสารเหล่านี้เป็นบันทึกอยู่ในรายงานการประชุมของคณะอนุฯ กมธ.ทั้งหมด

คิง เพาเวอร์ตั้งทนายฟ้องกลับคดีหมิ่นฯ

นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สมาชิก สปท. กล่าวว่า ในฐานะทนายความได้รับการมอบหมายจากบริษัทคิง เพาเวอร์ฯ ให้ดำเนินการฟ้องกลับนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองประธานอนุ กมธ.ศึกษา เสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สปท.ในความผิดฐานหมิ่นประมาท กรณีการแถลงข่าวชี้นำ ให้ประชาชนเชื่อว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ฯ ทำผิดสัญญาตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ.2535 หลบเลี่ยงการส่งผลประโยชน์เข้ารัฐ 21,000 ล้านบาท เพราะนายชาญชัยไม่ได้เป็นสมาชิก สปท. เป็นเพียงบุคคลภายนอกที่ได้รับแต่งตั้งให้มาทำหน้าที่รองประธานอนุฯ กมธ.เท่านั้น การแถลงข่าวของนายชาญชัยทำให้บริษัท คิง เพาเวอร์ฯ และบริษัท ทอท. จำกัด (มหาชน) ได้รับความเสียหายร้ายแรง ต้องฟ้องเพื่อปกป้องชื่อเสียงของบริษัท พิสูจน์ความจริงต่อศาลตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งศาลได้รับฟ้องไว้แล้ว นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 10 ต.ค.2559

ลูกชายห่วงยังติดต่อ “ขวัญชัย” ไม่ได้

นายกรวีร์ สาราคำ บุตรชายนายขวัญชัย ไพรพนา สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาออกหมายจับนายขวัญชัย หลังจากไม่เดินทางมารับฟังคำพิพากษาคดีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) อุดรธานียื่นฟ้องคดีรื้อเวทีและทำร้ายร่างกายผู้ร่วมชุมนุมเวทีที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานีว่า ยังไม่สามารถติดต่อได้ อยู่ด้วยกันเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่นายขวัญชัยไปขึ้นศาลคดีก่อการร้าย จากนั้นแยกย้ายกัน นายขวัญชัยบอกขอเวลาพักเพื่อทำใจก่อน ฝากโทรศัพท์มือถือไว้กับตน นัดกันว่าจะพบกันวันที่ 25 พ.ค.เป็นวันที่ศาลจังหวัดอุดรธานี นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่ พธม.ฟ้อง แต่สุดท้ายพ่อไม่ได้มา ครอบครัวกำลังพยายามหาช่องทางติดต่อคุณพ่ออยู่ เป็นห่วงเพราะมีปัญหาสุขภาพด้วย จะเกลี้ยกล่อมให้เดินทางไปรับฟังคำตัดสินศาลฎีกาในวันที่ 28 มิ.ย. ส่วนกรณีที่ศาลจังหวัดอุดรธานียกฟ้องผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธสงครามยิงถล่มบ้านพักใน จ.อุดรธานี คงต้องรอหารือกับคุณพ่อก่อนว่าจะดำเนินการทางคดีอย่างไรต่อไป

ผบ.สส.พม่าหวานสัมพันธ์กับไทยดีที่สุด

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุดพร้อม พล.อ.อาวุโสมิน ออง ไลง์ ผบ.ทหารสูงสุดเมียนมา ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังเยี่ยมชมการดำเนินงานของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ชมการสาธิตการบรรเทาสาธารณภัย หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสากล โดย พล.อ.อาวุโสมิน ออง ไลง์ กล่าวว่า ถือเป็นหน่วยงานที่ดี พอใจอย่างมาก จากที่ได้เยี่ยมชมแต่ละฐาน โดยเฉพาะแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สนใจด้านการเกษตร เเนวทางบรรเทาสาธารณภัย จะนำไปใช้ประโยชน์ให้เป็นรูปธรรมในเมียนมาต่อไป ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศช่วงนี้ ขอไม่ใช้คำว่าสูงสุด แต่ขอใช้คำว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด แต่ยังไม่ทราบว่าประธานาธิบดีเมียนมาจะมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการช่วงใด

พล.อ.สมหมายกล่าวว่า ผบ.ทหารสูงสุดเมียนมา มาเยือนในฐานะแขกของตน และทุกท่านไปเยี่ยมคำนับทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ต่างมีความรักปรารถนาดีให้กับ ผบ.ทหารสูงสุดเมียนมา ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ถือว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด จะรักษาความสัมพันธ์นี้ให้ดีที่สุดต่อไป

ยันเขมรไม่ติดใจปราสาทจำลอง

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงการพบหารือกับ พล.อ. เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่า ไม่ได้มีการพูดถึงข่าวการสร้างปราสาทเขาพระวิหารจำลอง กัมพูชาไม่ได้ติดใจอะไร เมื่อถามว่า ในเมื่อกัมพูชาไม่ติดใจ ทางกองทัพภาคที่ 2 จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงไม่เปิด และคงเก็บไว้ก่อน เมื่อมีคนขัดแย้งกันเองมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ก็ยังไม่ต้องเปิด คงไม่เป็นไร สำหรับผลการหารือระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน จีนเห็นด้วยว่าให้มีการฝึกร่วม กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะฝึกอะไรบ้าง ยังไม่รู้รายละเอียด แต่ทุกฝ่ายเห็นด้วยกันว่าทุกฝ่ายอยากให้มีการฝึกร่วม

“บิ๊กป้อม” ปัดวุ่นสัมพันธ์แน่น ปึ้ก “เสี่ยวิชัย” เจ้าสัวเลสเตอร์ เป็นแบ็กอัพรวมทุนหนุน คสช. ตั้งพรรคการเมือง ปฏิเสธสนับสนุน พรรคภูมิใจไทยหลังศึกเลือกตั้งปี 60 ลั่นไม่เล่นการเมือง บ่นเบื่อข่าวใส่ความถูกด่า... 28 พ.ค. 2559 05:40 28 พ.ค. 2559 05:40 ไทยรัฐ