วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วอนสมเด็จช่วงช่วยกล่อมธัมมชโยมอบตัว

ดีเอสไอพบเจ้าคณะปทุม ศิษย์ธรรมกายยันไม่ต้าน

ดีเอสไอส่งหนังสือผ่านสำนักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ขอให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นพระอุปัชฌาย์ของพระธัมมชโย ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยหาทางออกแล้ว ชี้หากพระธัมมชโยไม่ปฏิบัติตามเข้าข่ายอาบัติ เพราะพระอุปัชฌาย์ย่อมสั่งศิษย์ได้ สอดรับกับ “บิ๊กต๊อก” สั่งให้แจ้งไปยังผู้ปกครองคณะสงฆ์จัดการ ด้านศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายแถลงโต้ พระธัมมชโยป่วยจริง เตรียมฝืนสังขารไปมอบตัวไม่ทันกาลเจ้าหน้าที่เดินทางกลับก่อน ยืนยันไม่มีกำแพงมนุษย์ ขณะนี้มีผู้มาปฏิบัติธรรมนับหมื่น หลังรู้สึกวัดมีภัย

กรณีพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ถูกศาลออกหมายจับในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขีดเส้นตายให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับภายในวันที่ 26 พ.ค. ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ภายหลังกลับผิดนัดอ้างเหตุป่วยกะทันหัน ท่ามกลางกระแสข่าวเจ้าหน้าที่เตรียมหามาตรการบุกเข้าจับกุมตัวถึงในวัด

ความคืบหน้าที่ดีเอสไอ เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 27 พ.ค. นายมโน เลาหวณิช อดีตพระลูกวัด วัดพระธรรมกาย เดินทางมาเข้าร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีที่ 27/2559 กรณีพระธัมมชโยไม่เดินทางมามอบตัว ใช้เวลาประชุมนานประมาณ 1 ชม. ก่อนนายมโนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้เดินทางมาร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามคำเชิญของ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวคณะพนักงานสอบสวนในคดีที่ 27/2559 เพื่อมาร่วมแสดงความคิดเห็นหาทางออกให้เป็นไปอย่างละมุนละม่อม ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากับกำแพงมนุษย์ หลังการพิจารณาพบมีทางออกที่เป็นไปได้ ต้องให้พระเถระชั้นสูงที่เหมาะสมสุดคือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและเป็นพระอุปัชฌาย์โดยตรงของพระธัมมชโยมาเป็นผู้ประนี-ประนอมนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พร้อมทั้งบอกให้พระที่อยู่ในวัดพระธรรมกายเข้าไปประจำกุฏิของตนเองและฆราวาสเดินทางกลับที่พักเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น หากไม่ปฏิบัติตามแนวทางนี้อาจเกิดการเผชิญหน้ากับกำแพงมนุษย์ ขณะนี้มีคนเข้าไปอยู่ในวัดพระธรรมกายแล้วกว่า 5,000 คน รวมทั้งพระที่อยู่ในวัดอีก 500 รูป ส่วนตำแหน่งที่แน่ชัดของพระธัมมชโยทราบแล้วว่าอยู่ตรงจุดใดของวัด

นายมโนกล่าวต่ออีกว่า การเข้าไปคุยกับพระธัมมชโยจำเป็นต้องมีบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือและอำนาจการบริหารคณะสงฆ์เป็นผู้นำ แต่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จะมีพระลิขิตหรือวินิจฉัยออกมาอย่างไร จะไปด้วยตัวเองหรือส่งผู้ถือสาสน์ออกไปประกาศที่วัดพระธรรมกายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จำเป็นต้องให้พระเถระระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระอุปัชฌาย์ของพระธัมมชโยต้องมีส่วนคลายปมปัญหาครั้งนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีการอ้างว่าพระธัมมชโยอาพาธหนัก เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ นายมโนตอบว่า คิดว่าไม่เป็นเรื่องจริง ตนยืนยันมาตลอดเจตนาของพระธัมมชโยไม่ต้องการเข้ามอบตัว ที่จริงแล้วเมื่อวันที่ 26 พ.ค. มีศิษยานุศิษย์กลุ่มหนึ่งคิดว่าการมอบตัวและประกันตัวมาสู้คดีจะเป็นทางแก้ปัญหาที่ดีสุด

“หากใครที่อยู่ในวัดจะทราบดีว่าพระธัมมชโยเปลี่ยนใจได้วันละ 100 ครั้ง พอท่านทราบว่ามีแพทย์มาด้วยจึงตกใจ อ้างว่ามีอาการอาพาธกำเริบ ใจจริงแล้วท่านกลัวถูกสอบสวนเป็นที่สุด ดังนั้น การเข้ามอบตัวจึงเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ พระธัมมชโยยังเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด เถียงไม่ได้ ถามไม่ได้ ต้องทำตามอย่างเดียว สามารถเกณฑ์คนออกมาเท่าไหร่ก็ได้ ทุกคนเชื่อหมด โรคที่พระธัมมชโยอาพาธอยู่นั้นคือโรคการอุดตันเส้นเลือดดำ ต้องพยายามให้ผู้ป่วยเดินและป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ” นายมโน กล่าว

นายมโนยังระบุด้วยว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เคยมาร่วมพิธีที่วัดพระธรรมกายอยู่ทุกปี การเป็นพระอุปัชฌาย์ย่อมสั่งศิษย์ได้ หากไม่เชื่อจะอาบัติ เป็นบทบาทที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ต้องแสดง อย่างน้อยไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ ที่ไม่ดีต่อพระพุทธศาสนา หากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ไม่ทำตามข้อเสนอจะเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะถือว่าท่านละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากท่านเป็นพระผู้ปกครอง การเข้าไปภายในวัดและไม่พบพระธัมมชโยนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจเป็นไปได้ว่าไม่ได้อยู่ในวัดหรือค้นหาไม่เจอ เพราะในวัดซับซ้อนมาก

ที่ห้องรับรอง กระทรวงยุติธรรม เวลา 13.00 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ รายงานผลการประชุมหารือที่มีหลายฝ่ายเข้าร่วม โดยคณะพนักงานสอบสวนกำหนดแนวทางการปฏิบัติ คือ 1.การวางแผนจับกุมพระธัมมชโยในวัดพระธรรมกายหากจำเป็นต้องดำเนินการ 2.ให้พนักงานสอบสวนส่งหมายจับไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจท้องที่ เพื่อดำเนินการจับกุมหากพบเจอ 3.ทำหนังสือชี้แจงถึงฝ่ายปกครองคณะสงฆ์ทุกระดับชั้นเพื่อให้พิจารณาในเรื่องนี้ 4.บังคับใช้กฎหมายอาญา ม. 189 กับผู้ที่ช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิงและ 5.เร่งรัดสรุปสำนวนให้เสร็จโดยเร็วเพื่อส่งอัยการ คาดใช้ระยะเวลา 2-3 สัปดาห์

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่ออีกว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาแนะนำอธิบดีดีเอสไอถึงเรื่องการแจ้งผู้ปกครองคณะสงฆ์ เนื่องจากตนเป็นทหาร เวลาเกิดเหตุอะไรก็จะแจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดให้ช่วยดำเนินการ ทราบว่าขณะนี้ดีเอสไอทำหนังสือไปแล้ว ส่วนการกระทำของพระธัมมชโยเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการจำกัดความของแต่ละบุคคล ว่าผู้มีอิทธิพลคืออะไร ต้องให้ประชาชนตัดสิน

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยในเรื่องนี้ กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายปกติทั่วไป แต่อย่าขยายขอบเขตเป็นเรื่องอื่นจะทำให้แก้ไขปัญหายากขึ้น หากดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้วมีความเสียหายร้ายแรงเกินควบคุม ก็ไม่คุ้มค่าที่จะทำ ต้องรอให้ผู้เกี่ยวข้องไปกำหนดแผนปฏิบัติและประเมินสถานการณ์ว่าจำเป็นจะต้องเข้าไปจับกุมตามกฎหมายหรือไม่ สำหรับหมายค้นขึ้นอยู่ว่าจะไปขอเมื่อใด เป็นอำนาจพิจารณาของศาล ถ้าไม่ให้ก็ต้องดำเนินการตามหมายจับสถานเดียว” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

อีกด้าน ที่สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ ร.ท.นพ.ชูชัย พรพัฒนาพันธุ์ แพทย์จากสหคลินิกรัตนเวช ที่รักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโย แถลงข่าวชี้แจงอาการอาพาธขณะเคลื่อนย้ายพระธัมมชโยไปรับทราบข้อกล่าวหา โดย ร.ท.นพ.ชูชัยกล่าวว่าพระธัมมชโยมีอาการอาพาธหลายโรค อาทิ โรคหลอดเลือดดำส่วนลึกที่ขาอุดตันเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคภูมิแพ้สารเคมีและมีแผลเรื้อรังที่เท้า เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ขณะลุกนั่งเตรียมเดินทางไป สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อมอบตัวตามนัดหมาย พระธัมมชโย มีอาการวูบหน้ามืด เวียนศีรษะ รู้สึกโคลงเคลง คณะแพทย์จึงถวายยาฉีดระงับอาการให้นอนพัก เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากอาการไม่ดีขึ้น อาจต้องส่งไปรักษาต่อที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ที่ผ่านมาจากอาการอาพาธส่งผลให้พระธัมมชโยจำวัดไม่สนิทต้องตื่นทุกชั่วโมง ฉันได้น้อย มีอาการอ่อนเพลีย แต่ยังฝืนแสดงเจตนาต้องการไปมอบตัว ขณะเคลื่อนย้ายอาการดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ตนจึงเดินทางไปชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ที่ สภ.คลองหลวง จากนั้นเวลาประมาณ 16.00 น. อาการเริ่มดีขึ้นเตรียมเดินทางไปที่ สภ.คลองหลวง ทราบว่าผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเดินทางกลับไปแล้วจึงไม่ได้เดินทางไปพบ

ขณะที่นายองอาจกล่าวว่า มีหลายฝ่ายห่วงใยเรื่องมือที่ 3 ทางวัดจึงเพิ่มความเข้มงวดคัดกรองผู้เข้ามาในวัด จำเป็นต้องปิดประตูทางเข้า-ออกบางจุดเพื่อความปลอดภัย ยืนยันว่าวัดยังเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้ามาได้ตามปกติและไม่เคยปิดกั้นสื่อมวลชน ขอยืนยันพระธัมมชโยไม่คิดหลบหนีและยังอยู่ในวัด ต้องขอโทษเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนสำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่พระธัมมชโย ไม่สามารถไปที่ สภ.คลองหลวงได้ เนื่องจากอาการอาพาธกะทันหันระหว่างเคลื่อนย้าย ท่านทราบดีว่าหากไม่ไปจะเกิดผลเสียจึงฝืนสังขารส่งผลให้อาการอาพาธกำเริบ

นายองอาจชี้แจงด้วยว่า คณะศิษย์ไม่มีแผนการรับมือหากดีเอสไอนำหมายค้นมาที่วัด ไม่มีการใช้กำแพงมนุษย์ จะมีแค่เพียงการนั่งปฏิบัติธรรมตามปกติ อธิษฐานจิตเพื่อให้พระธัมมชโยปลอดภัย ขณะนี้มีผู้มาร่วมปฏิบัติธรรมนับหมื่นราย ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่พระสงฆ์และคณะศิษย์มารวมกันที่วัดเพื่อปฏิบัติธรรมเมื่อรู้สึกว่าวัดมีปัญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย ตลอดทั้งวันมีการเพิ่มความเข้มงวดบริเวณประตูทางเข้า-ออก มากขึ้น โดยบริเวณประตู 7 ประตูหลักของวัด มีตำรวจมาคอยดูแลความเรียบร้อยร่วมกับ รปภ.ของวัด ขณะที่บริเวณประตู 5 และประตู 6 ทางเชื่อมสู่อาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์มหารัตนบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และเขตสังฆาวาสของวัด มี รปภ.คอยตรวจเข้มยานพาหนะที่เข้าไปในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งนำแผงเหล็กมากั้นทางที่จะเข้าไปยังเขตอุโบสถ ส่วนบริเวณอาคารสภาธรรมกายสากลมีคณะศิษย์เดินทางมาปฏิบัติธรรมจนเต็มพื้นที่ของอาคาร

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนของดีเอสไอ เรื่องนี้ก็เป็นคดีเล็กๆคดีหนึ่ง อย่าไปคิดอะไรมาก ให้ถือเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการ

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นถึงกรณีดีเอสไอ มีแนวคิดทำหนังสือรายงานสถานการณ์และประสานมหาเถรสมาคมให้ร่วมเจรจากับพระธัมมชโยหลังไม่ยอมเข้ามอบตัวตามกำหนด ว่าไม่จำเป็น ที่ผ่านมาการดำเนินคดีกับพระภิกษุหลายรูป มหาเถรสมาคมก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง เป็นหน้าที่ของดีเอสไอดำเนินการ

เย็นวันเดียวกัน ที่วัดเขียนเขตพระอารามหลวง หมู่ 2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 คน เข้าพบพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ที่กุฏิโดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว ใช้เวลานานกว่า 40 นาที ก่อนเดินทางกลับ ขณะที่พระเทพรัตนสุธี แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าขอไม่ให้สัมภาษณ์ สอดคล้องกับนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ระบุก่อนหน้านี้ว่า ดีเอสไอขอให้คณะสงฆ์ช่วยเจรจากับพระธัมมชโย เบื้องต้นประสานให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเดินทางไปพบพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในฐานะเจ้าคณะผู้ปกครอง เพื่อหาวิธีดำเนินการ เนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ตามขั้นตอนระบบการปกครองคณะสงฆ์ หากเหตุเกิดที่ใดเจ้าคณะผู้ปกครองต้องดำเนินการให้เป็นที่ยุติ

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ดีเอสไอส่งหนังสือมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ขอให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ช่วยแก้ปัญหาด้วยการเจรจากับพระธัมมชโยแล้ว โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาฯส่งหนังสือดังกล่าวไปยังคณะเลขานุการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่มีพระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เจ้าคณะภาค 5 เป็นประธาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนสงฆ์

เกี่ยวกับเรื่องนี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว. เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าตนจะไปยื่นเรื่องกับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เพื่อฟ้องพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามกฎนิคหกรรมฉบับที่ 11 ประกอบฉบับที่ 21 ว่าด้วยกรณีให้พระภิกษุสละสมณเพศ ซึ่งเมื่อมีการฟ้องโดยเป็นครุกาบัติ โทษถึงขั้นปาราชิก เรื่องนี้ต้องผ่านเจ้าคณะใหญ่หนกลางพิจารณา หากพบมีมูลก็จะส่งเรื่องไปยังมส. ซึ่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ในฐานะพระปกครองของพระธัมมชโย และ มส.ต้องดำเนินการกับผู้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัยตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505

ดีเอสไอส่งหนังสือผ่านสำนักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ขอให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นพระอุปัชฌาย์ของพระธัมมชโย ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยหาทางออกแล้ว... 28 พ.ค. 2559 05:26 28 พ.ค. 2559 05:26 ไทยรัฐ