วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ไปตามกลิ่นกาแฟกรุ่น..ที่...อิตาลี

เสน่ห์ของเวนิส.

พูดถึงเรื่องกาแฟต้นตำรับ อิตาลีน่าจะเป็นคำตอบดังๆของคนทั้งโลก เมื่อได้รับคำชวนจาก อโรม่า กรุ๊ป ผู้ประกอบธุรกิจกาแฟคั่วบดไทย ให้ไปท่องอิตาลีสัมผัสวัฒนธรรมกาแฟกับแชมป์อินดี้บาริสต้าจากการแข่งขัน Thailand Indy Barista Championship ครั้งที่ 7 คอกาแฟอย่างเราจึงรีบแพ็กกระเป๋าร่วมทริปนี้ด้วยความยินดี

จากกรุงเทพฯ เราบินตรง สู่มิลาน ใช้เวลาไม่ถึง 11 ชั่วโมง ก็ได้ลงไปสัมผัสอากาศเย็นระดับ 14 องศา ทริปนี้เรามีเจ้าภาพฝ่ายอิตาลีซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์กับอโรม่าดูแลเราเป็นอย่างดี เริ่มจากส่งรถตู้นั่งสบายมารับจากสนามบินมิลาน เพื่อเดินทางต่อไป เมืองซูเซกานา (Suse– gana) ในเขตเตรวิโซ ที่อุดมสมบูรณ์ของอิตาลี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบรนด์ WEGA ของบริษัท เวกา มัคคิเน เปร์ คัฟเฟ (WEGA MACCHINE PER CAFFE) และยังเป็นผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟสำหรับบาริสต้ามืออาชีพอีกหลายแบรนด์ด้วย

ซูเซกานา เป็นเมืองชนบทเล็กๆ แต่มีทุกอย่างครบครัน ทั้งย่านช็อปปิ้งที่เต็มไปด้วยทุกแบรนด์ดังของอิตาลี แฝงตัวอยู่ในอาคารอิฐสวยที่สร้างลดหลั่นกันไปตามพื้นที่สูงต่ำและทางน้ำของเมือง ช่วงที่เราไปเป็นฤดูใบไม้ผลิ มีต้นไม้เขียวชอุ่ม ดอกไม้สะพรั่ง จึงทำให้ซูเซกานากลายเป็นสาวน้อยแรกแย้มที่งดงามยิ่ง

โรงงานผลิตเครื่องชงกาแฟขนาด 20,000 ตารางเมตรของเวกาในเมืองซูเซกานา เป็นโรงงานที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม...เราจึงได้เห็นโรงงานที่สะอาดเอี่ยม พนักงานทุกคนดูมีความสุขในการทำงาน คนอิตาลีให้ความสำคัญในเรื่องของอาหาร และสนุกกับการรับประทาน อย่างมื้อกลางวันง่ายๆในออฟฟิศ เราก็ได้พบกับแซนด์วิชหลากหลายรูปแบบนับสิบชนิด อีกทั้งเขตเตรวิโซนี้ เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของอิตาลี จึงมีไร่องุ่นมากมายและเป็นแหล่งผลิต Prosecco ที่ดีที่สุดของอิตาลี...มื้อกลางวันง่ายๆในออฟฟิศจึงเริ่มด้วย Prosecco กับคานาเป้ ตามด้วยแซนด์วิช ตบท้ายด้วยเอสเปรสโซรสชาติเยี่ยมยอด เพราะชงโดยบาริสต้าระดับอาจารย์ของเวกา ทำให้เข้าใจขึ้นมาทันทีว่า ทำไมคนอิตาเลียนมักพูดว่า เอสเปรสโซคือกาแฟแท้ที่ให้ความรื่นรมย์

เปาโล นาดาเลด CEO ของเวกา บอกว่า บาริสต้าเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยม แต่การชงเอสเปรสโซที่สมบูรณ์แบบนั้นต้องอาศัยทั้งฝีมือ ความสามารถเฉพาะตัว ประสบการณ์ และที่สำคัญคือแรงบันดาลใจ

มาถึงอิตาลีแล้ว อีกเมืองห้ามพลาดเห็นจะเป็นเมืองแห่งสายน้ำและคลองอันงดงาม นั่นก็คือ เวนิส ที่ทั้ง อาร์โนล์ด ดูปัวส์ และ แอนเดรีย โคลอมโบ ตัวแทนจากเวกาอาสาเป็นผู้นำทางพาเราไปเดินชมเวนิสในมุมที่แตกต่าง คือย่านที่อยู่อาศัยอันสงบเงียบสวยงาม ทุกบ้านมีเรือผูกไว้หน้าบ้าน และทุกเส้นทางที่เราเดินลัดเลาะ ก็พบว่ามีทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟน่ารักๆอยู่มากมาย เป็นบทพิสูจน์ว่า คนอิตาเลียนนิยมชื่นชอบการดื่มกินเพียงไร

ก่อนอาหารกลางวัน เจ้าภาพพาเราไปลิ้มรสเครื่องดื่มสูตรพิเศษเรียกน้ำย่อยของร้าน Harry’s Bar อันโด่งดังของเวนิส เครื่องดื่มอร่อย ของแกล้มเด็ดมาก เป็นโครเกต์และมะกอกเขียวดองลูกอวบเนื้อหอมมันมาก ส่วนอาหารกลางวันก็ไม่ธรรมดาสำหรับผู้มาเยือนอย่างเราๆ เริ่มจากพาร์ม่าแฮมและซาลามี่หลายชนิด ตามด้วยสลัด พาสต้าหอยแมลงภู่สีดำที่เรียกว่า Black Mussel รสเลิศ ตบท้ายด้วยพิซซ่าถาดมหึมา...มันยอดมากจริงๆ

หลังอิ่มหนำสำราญแล้วก็ได้เวลาไปเดินย่อยอาหารด้วยการช็อปปิ้งของที่ระลึก สำหรับที่เวนิส ของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้าน มีทั้งหน้ากาก เครื่องแก้ว และเครื่องประดับเรซิ่น ซึ่งมีขายตลอดรายทางทั้งเมือง

ช่วงบ่าย คอกาแฟอย่างเราย่อมไม่พลาดที่จะต้องไปลิ้มรสกาแฟหอมกรุ่นกันที่ร้าน FLORIAN ซึ่งเป็นร้านกาแฟ อันโด่งดังของเวนิส และยังเป็นร้านกาแฟที่เก่าแก่ที่สุดของอิตาลีด้วย เห็นแค่ด้านหน้าร้านก็ว่าสวยดูขลังดูภาคภูมิแล้ว แต่ขอแนะนำว่า แม้อากาศจะดีอย่างไร อย่าเลือกนั่งด้านหน้าร้าน จงเดินเข้าไปด้านใน ที่คุณจะได้พบร้านกาแฟที่เก๋แบ่งเป็นห้องๆ แต่ละห้องตกแต่งอย่างแตกต่าง พร้อมอบเครื่องหอมให้มีกลิ่นอ่อนๆเฉพาะของแต่ละห้องด้วย ถือเป็นความละเมียดละไมอีกอย่างหนึ่งของคนอิตาลี

ว่ากันว่าฟลอเรียนคอฟฟีเฮาส์แห่งนี้ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าศิลปินคนดังมาตลอดเวลายาวนานเป็นร้อยๆปี ที่สำคัญกาแฟที่นี่รสเลิศสมคำร่ำลือ ชนิดที่ต้องขอดื่มมากกว่า 1 รายการ และพิเศษสุด ห้ามพลาดคือขนมอบและช็อกโกแลต ที่กินแกล้มกาแฟได้อร่อยเด็ดขาดจริงๆ...

นอกจากพาชิมกาแฟกันแบบลึกสุดใจแล้ว ทริปนี้ เจ้าภาพผู้น่ารักของเรายังจัดให้เราได้เข้าชม การแข่งขัน เอสเปรสโซ อิตาเลียโน แชมเปียน (Espresso Italiano Champion) รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของ WEGA ผู้ชนะจากการแข่งขันครั้งนี้จะได้เข้าชิงชนะเลิศ ณ เวทีใหญ่ในงานแสดงสินค้า ตริเอสต์เอสเปรสโซ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมปีนี้

จากซูเซกานา อีกเมืองที่ต้องไม่พลาด คือ พาร์มา (Parma) เห็นชื่อก็คงบอกได้เลยว่า เมืองนี้เป็นต้นกำเนิดของพาร์เมซานชีส และพาร์มาแฮม ที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ที่เมืองนี้เราได้ไปเยี่ยม OPEM (โอเพม) โรงงานผลิตแคปซูลกาแฟระดับคุณภาพเยี่ยม และเป็นโรงงานระดับแนวหน้าที่ผลิตกาแฟแบบแคปซูลให้กับธุรกิจกาแฟชั้นนำทั่วโลก เรียกว่าถ้าไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจกาแฟชั้นนำระดับสากล คงไม่อาจใช้บริการของ OPEM ได้

จากพาร์มามุ่งหน้าสู่ มิลาน เมืองสุดท้ายของทริปนี้ ที่มีจัตุรัสดังอย่าง “ดูโอโมสแควร์” เป็นไฮไลต์สำคัญ และถ้าไปถึงมิลานแล้ว ห้ามพลาดร้าน PECK ซึ่งมีทั้งชีสต์ ซอสเซจ กาแฟ ชา ไวน์ มะกอก ที่สามารถซื้อกลับบ้านก็ได้ หรือจะนั่งกินที่ร้านเลยแบบเราก็ได้...แน่นอน สำหรับพวกเรา ทั้งรับประทานและซื้อกลับ...ได้ทานของอร่อยแล้วนึกถึงคนที่บ้าน เพื่อนฝูง อยากให้ได้ทานของอร่อยด้วย

6 วันในอิตาลี นอกจากความรื่นรมย์ในชีวิตแล้ว ทริปนี้ยังทำให้เราสัมผัสได้ถึงความทุ่มเทสร้างสรรค์ด้วยหัวใจของคนอิตาเลียน ที่อยู่เบื้องหลังกาแฟเอสเปรสโซถ้วยเล็กๆ

ขอขอบคุณ อโรม่า กรุ๊ป ที่สร้างสรรค์ทริปให้เราได้เสพสุขและดื่มด่ำ เข้าถึงหัวใจแห่งกาแฟคั่วบดอย่างแท้จริง...!!!

27 พ.ค. 2559 11:25 27 พ.ค. 2559 11:33 ไทยรัฐ