วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟุตบอลฤดูร้อนยะลา เด็กพุทธมุสลิมรักกัน

แดดอ่อนๆในเช้าวันจันทร์ ริมสนามกีฬา ฟุตบอล ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา ครูเก่ง คุณาวัฒ ปิ่นสงคราม ครูชำนาญการ คศ.2 โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านสะเตง) ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา กำลังคุมเด็กๆชายและหญิง ทั้งไทยพุทธและมุสลิม ซ้อมฟุตบอล

การฝึกซ้อมเป็นโครงการฟุตบอลเยาวชนภาคฤดูร้อน เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2548 โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ในตอนนั้น เล็งเห็นว่า คนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้สนใจกีฬาฟุตบอล

จึงประสานกับนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา จัดให้คนที่มีทักษะฟุตบอลหรือสนใจเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอล เข้าโครงการอบรม C License ณ สนามมีสุวรรณ (ไทยเบฟ) กรุงเทพฯ ใช้เวลาอบรม 1 เดือน มีคนเข้าร่วม 80 คน

โครงการนี้มีอาจารย์ชาญวิทย์ ผลชีวิน เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน อาจารย์จุ่น จตุพร ประมลบาน เป็นผู้ช่วย และชัยยง ขำเปี่ยม โดยอบรมตั้งแต่การวอร์ม แท็กติกและเทคนิคต่างๆของฟุตบอล เช่น การแปบอล ส่งบอล โยนบอล ยังมีอาจารย์ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ อบรมในเรื่องของกติกา

หลังจากอบรมกลับมา นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เห็นว่าควรมีการถ่ายทอดความรู้พื้นฐานฟุตบอลที่ถูกต้องให้กับเยาวชนในช่วงปิดเทอม จึงเปิดโครงการฟุตบอลเยาวชนภาคฤดูร้อนในปี 2549

เทศบาลนครยะลาติดป้ายประกาศหน้าสำนักงานและส่งหนังสือไปตามโรงเรียนในสังกัดเทศบาลยะลา มีเด็กๆให้ความสนใจเข้ารับการฝึกทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง ในปีแรกไม่น้อยกว่า 400 คน

ระยะเวลาฝึก 20 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน ฝึกวันจันทร์-ศุกร์ หยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันสงกรานต์

แบ่งเป็น 4 รุ่น มีรุ่นอายุ 6-8 ปี, รุ่นอายุ 9-10 ปี, รุ่นอายุ 11-12 ปี และรุ่นอายุ 13-15 ปี และแยกฝึกตำแหน่งผู้รักษาประตู

บุคลากรที่ฝึกสอนมาจาก 1.ครูในโรงเรียนเทศบาล 1-6 ที่ได้รับการคัดเลือก 2.จากชุมชนในจังหวัด และ 3.อดีตนักฟุตบอลจังหวัด

เวลาในการฝึกเริ่มตั้งแต่ 07.35 น. ลงสนามฝึกซ้อม 08.00 น. เคารพธงชาติ เด็กไทยพุทธสวดมนต์ เด็กมุสลิมสวดดูอาร์ แล้วอบรมคุณธรรม 3 ประการ

08.30 น. แบ่งกลุ่มฝึก ตามกลุ่มอายุ 09.30 น. พักดื่มน้ำ 10.00 น. ฝึกต่อ 11.00 น. พักดื่มน้ำ 11.30 น รับอาหารว่างแจกนม ขนม กล้วย สรุปผลการฝึก เดินทางกลับบ้าน

สวัสดิการที่ได้รับมีแจกชุดกีฬา แต่มีหลักเกณฑ์ว่า นักเรียนที่ฝึกต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 80% ทางเทศบาลจะแจกหนึ่งชุดและมอบเกียรติบัตรให้ผู้ที่เข้าฝึก

ครูเก่งบอกว่า ผลผลิตจากโครงการที่ออกไป เด็กติดทีมชาติรุ่น 14-15 ปี ชื่อเด็กหญิงอิสริยา สแปอิง ชื่อเล่นน้องยาย่า นักเรียนโรงเรียนรัชตะ ยะลา ได้รับการคัดเลือกเป็นนักฟุตบอลทีมชาติหญิง แต่ละปีน้องยาย่าจะกลับมาเรียน

ครูเก่งเคยถามน้องยาย่าไปว่าสิ่งที่โค้ชสอนแตกต่างกับทีมชาติสอนรึเปล่า?

ยาย่าตอบว่าไม่เลย ทั้งแท็กติกและการใส่ใจมีมากกว่าด้วยซ้ำ

“โครงการนี้ 90% เด็กมุสลิม 10% เป็นเด็กไทยพุทธ ทุกคนทำกิจกรรมร่วมกัน ในเรื่องกีฬา เรื่องศาสนาไม่มีความแตกต่าง เพราะทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี เด็กที่เราฝึกออกไปความประพฤติดี”

เมื่อสองปีที่แล้ว เด็กที่ศูนย์ฝึกได้รับการคัดเลือกไปเล่นฟุตบอลอยู่ในหลายสโมสร เช่น หัวหิน ซิตี้ 3 คน ส่วนสโมสรบุรีรัมย์ เคยไปเทสต์ แต่ยังไปไม่ถึง

เมื่อปีที่แล้วเด็กให้ความสนใจเข้ารับการฝึกมากที่สุดถึง 500 คน จำนวนเด็กที่เข้ามาไม่ได้อยู่กับกระแสฟุตบอล แต่ขึ้นอยู่กับการประชาสัมพันธ์

“สิ่งที่เด็กจะได้รับ คือการเรียนรู้เทคนิคและแท็กติกต่างๆ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั่วโลก เปรียบเหมือนใบขับขี่”

ครูเก่งบอกว่า เด็กที่ไม่ได้รับการอบรม บางคนเตะบอลได้ แต่เวลาไปเล่นกับทีม เขาจะตั้งข้อสงสัยว่า ฉันเก่งจะตาย เก่งในหมู่บ้าน เก่งในชุมชน แต่พอมาเล่น มาคัดตัวในระดับจังหวัด ทำไมไม่ติด

เหตุผลก็คือฟุตบอลสมัยใหม่มีการวางตำแหน่ง มีวิธีการเล่นที่ชัดเจน ตำแหน่งทุกตำแหน่งต้องรู้ว่าตัวเองลงไปเล่นตำแหน่งอะไร และรับผิดชอบพื้นที่ตรงไหน

ถ้าเล่นฟุตบอลอยู่ที่บ้าน เด็กจะไม่มีทางรู้ถึงกฎกติกาว่าต้องทำยังไง ทำให้เด็กพวกนี้ขาดโอกาส พอขาดโอกาสก็จะไปใช้เวลาว่างในเรื่องของการเที่ยวเล่น สุดท้ายก็กลับมาอยู่ในวงการของยาเสพติด

การเล่นกีฬาสามารถดึงเยาวชนให้เข้ามาอยู่ในระบบที่สอนแล้วเขาไม่เบื่อ เขาสนุกสนานในการอยู่กับกลุ่มเพื่อน ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเราสามารถดึงเด็กให้มาอยู่ในสังคมที่ดีได้

ถามถึงปัญหาในโครงการ ครูเก่งบอก ไม่ค่อยมี แต่มีบ้างในเรื่องงบประมาณ เพราะงบที่ได้จากเทศบาล แต่ละปีคงที่ จนถึงขั้นน้อยลง สวนทางกับจำนวนผู้มาเรียนที่เพิ่มขึ้น อยากให้ภาครัฐหรือสมาคมเข้ามาช่วยสนับสนุน

“ที่นี่มีเด็กมาฝึกมากที่สุด สามารถเรียกว่าอะคาเดมี (ศูนย์ฝึก) ได้เลย” ครูเก่งว่า

ในกรณีของโค้ช ผู้ฝึกสอน 10 ปีแล้ว ยังเข้าอบรมน้อยมาก แค่ครั้งสองครั้ง อยากให้มีการอบรมเพิ่มเติม เพราะมีแท็กติกหรือกติกาใหม่ๆ โค้ชต้องพัฒนาให้มากขึ้น นำมาถ่ายทอดให้เด็ก

ครูเก่งยังเสนออยากให้มีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งเรามีศูนย์วิทยาศาสตร์ก็จริง แต่ยังเติมเต็มให้เด็กได้ไม่เท่าไหร่

ปัญหาของโค้ชอีกด้าน นายอนันต์ สะโร ครูชำนาญการพิเศษ คศ.3 โรงเรียนเทศบาล 2 (มาลายูบางกอก) โค้ชระดับ C License ประธานชมรมผู้ฝึกสอน โครงการฟุตบอลเยาวชนภาคฤดูร้อน บอกว่า

การใช้เวลาว่างของเด็กในช่วงปิดเทอม กีฬาฟุตบอลอย่างเดียว เด็กบางคนอาจไม่มีความถนัด จึงต้องมีกีฬาเปตอง ตะกร้อ และกรีฑา ให้เด็กเลือก

ครูนัน เป็นผู้ฝึกสอนเปตอง เคยทำผลงานวิชาการด้านการสอนเปตอง เด็กที่ครูนันฝึก เป็นเด็กกำพร้าอยู่สถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา ใกล้โรงเรียนที่ครูนันสอน ครูนันจะไปรับและส่งทุกวัน

เด็กกลุ่มนั้นคว้าแชมป์ในการแข่งขันกีฬาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเมืองพัทยา ระดับประเทศหลายสมัย

ย้อนกลับมาเรื่องฟุตบอล ครูเก่งขอคุยทิ้งท้าย ทำงานมา 10 ปี ในหน้าที่โค้ช ทุกเช้าช่วงเวลากินน้ำชา เรามาเจอกัน ทุกคนมีรอยยิ้ม ถ้าไม่ติดภารกิจ ไม่มีใครอยากหยุด

เพราะมาแล้วนอกจากได้เจอน้องๆพี่ๆ ยังเจอเด็กๆ หนึ่งเดือนทุกคนมีความสุข ไม่มีใครบอกว่าปีหน้าจะไม่มาสอน ทุกคนมาด้วยจุดหมายเดียวกัน คือ ต่างคนต่างมีความรักในกีฬาฟุตบอล

ครูเก่งยังจำได้ ครั้งหนึ่งรัฐบาลเคยส่งรัฐมนตรีคนสำคัญ ซึ่งตอนนี้โด่งดังเรื่องฟุตบอล มาเริ่มโครงการ 1 อำเภอ 1 ทีมฟุตบอล โดยตั้งความหวัง กีฬาฟุตบอลจะมีส่วนในการช่วยแก้ปัญหาไฟใต้...น่าเสียดายที่รัฐบาลต่อๆมา ไม่รับลูกเดินหน้าต่อ

ถ้าเรามีนักกีฬาฟุตบอลมีชื่อหลายๆคน แต่ละคนไม่เพียงทำรายได้ให้ตัวเอง ยังสร้างชื่อเสียงให้อำเภอ...ให้จังหวัด...ให้ประเทศ...ใครจะไปรู้ว่า ความรักความชอบกีฬาฟุตบอลจะสร้างปาฏิหาริย์ คลี่คลายปัญหาสามสี่จังหวัดใต้ได้ในวันข้างหน้า.

27 พ.ค. 2559 11:19 27 พ.ค. 2559 11:19 ไทยรัฐ