วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โศกนาฏกรรมการเมือง

นับเป็นอีกหนึ่งคดีที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง กรณีที่นายขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร หรือผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงอุดรธานี ไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาตามนัด และศาลต้องออกหมายจับ คดีนี้ทำให้ต้องย้อนกลับไปมองคดีความต่างๆ มากมายที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ประมาณปี 2548 ถึง 2557 ส่วนหนึ่งเป็นเหตุของการใช้ความรุนแรง

คดีอุดรธานีสืบเนื่องมาจากการที่กลุ่มคนเสื้อแดง ยกพวกลุยทำร้ายร่างกายกลุ่มคนเสื้อเหลืองหรือพันธมิตรฯ ในขณะที่จัดการชุมนุมที่หนองประจักษ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายขวัญชัย 4 ปี แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษเหลือ 2 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่เมื่อศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม จำเลยไม่มาตามนัด

เป็นอีกคดีหนึ่งในจำนวนมากมาย อันเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน มีทั้งคดีการบุกยึดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรฯ การสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี 2551 และคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างปี 2552 ถึง 2553 นับร้อยคดี มีทั้งคดีก่อการร้าย การขู่บังคับรัฐบาล และการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่

มีความเสียหายทั้งด้านร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สินมากที่สุด ในช่วงการชุมนุมทางการเมือง ในปี 2553 จึงมีคดีความมากมาย รวมทั้งคดีการเผาศาลากลางจังหวัด 4 แห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีคดีตัวอย่างจำเลยรายหนึ่งเป็นชาย ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 20 ปี 8 เดือน และให้ชดใช้ค่าเสียหาย 57.7 ล้านบาท ในความผิดฐานเผาศาลากลาง จังหวัดอุดรธานี

เมื่อรวมกับจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการชุมนุมทางการเมือง ต้องถือว่าเป็น “โศกนาฏกรรมทางการเมือง” ครั้งใหญ่ สำหรับประเทศไทย ประชาชนเป็นอันมากกลายเป็นเหยื่อทางการเมือง ถูกใช้เป็นเครื่องมือของกลุ่มการเมืองต่างๆในการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจ ถูกปลุกระดม หรือปั่นหัวให้โกรธแค้นชิงชังต่อฝ่ายตรงข้าม และพร้อมที่จะใช้ความรุนแรง

กลายเป็นปัญหาใหญ่ของการเมืองไทยปัจจุบัน เป็นสาเหตุของความขัดแย้ง และนำไปสู่การใช้ความรุนแรงซ้ำซาก ประชาชนถูกปลุกระดมให้เชื่อว่าการใช้ความรุนแรงคือการต่อสู้ “เพื่อประชาธิปไตย” แต่แท้ที่จริงกลายเป็นการต่อสู้เพื่อใคร? เหตุรุนแรงจากการชุมนุมทางการเมือง กลายเป็นข้ออ้างเพื่อการยึดอำนาจถึง 2 ครั้งภายในเวลาไม่ถึงสิบปี

คดีความต่างๆที่เกิดจากการชุมนุม มีที่ถึงที่สุดตามคำพิพากษาเป็นส่วนน้อย แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงที่สุด และเป็นปัญหาสำคัญในการขจัดความขัดแย้ง และสร้างความปรองดอง ตามนโยบายของรัฐบาล คสช. ยังเถียงกันไม่จบว่าจะใช้วิธีการใด จะให้นิรโทษกรรมทุกคนและทุกฝ่ายแบบสุดซอย หรือนิรโทษกรรมแค่ชาวบ้านที่ทำผิดเล็กๆน้อยๆ หรือจะให้รับสารภาพแล้วรอการกำหนดโทษ.

27 พ.ค. 2559 10:51 27 พ.ค. 2559 10:52 ไทยรัฐ