วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทอมมหาภัย-ตุ๋น100คดี แปลงโฉมลวงทรัพย์สิน

รวบทอมแสบใช้อุบายหลอกเอาเงินพนักงานตู้แลกเปลี่ยนเงินย่านพัฒน์พงศ์ อ้างเจ้านายให้มาเก็บเงินกว่า 7 หมื่นบาท พร้อมโทรศัพท์พูดคุยจนเหยื่อหลงเชื่อ หลังมอบเงินให้ยังเชิดไอโฟนไปด้วย ตำรวจตามสืบจากกล้องวงจรปิดจนรู้ว่า ก่อนก่อเหตุแปลงโฉมเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่วิก ลงมือมาแล้วกว่า 100 คดีทั่วประเทศ ตามล็อกตัวคาสนามบินสุวรรณภูมิ

จับสาวทอมใช้อุบาย “วางบิล” หลอกทรัพย์สินเหยื่อ รายนี้เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง ผบก.น.6 แถลงข่าวชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรัก พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส.สน.บางรัก พ.ต.ท.วิทวัส บูรณะ สว.สส.สน.บางรัก และ พ.ต.ต.สาธิต สอนชา สว.สส.สน.บางรัก พร้อมกำลังจับกุม น.ส.สุมิตตา หรือสุ ยวงสวัสดิ์ อายุ 32 ปี สาวลักษณะทอมบอย อยู่บ้านเลขที่ 35/41 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ข้อหาวิ่งราวทรัพย์ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.362/2559 ลงวันที่ 25 พ.ค.2559 พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 วิกผมยาว หมวกแก๊ป เสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ กระเป๋าสะพายสีน้ำตาล รองเท้าแตะสีเหลือง สมุดบิลเงินสด 2 เล่ม และเงินสด 29,300 บาท จับกุมผู้ต้องหาได้บริเวณลานจอดรถโซน 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 22 พ.ค. น.ส.สุมิตตา ผู้ต้องหา ใส่วิกผมอำพรางตัวเข้าไปหา น.ส.จรรยา เพ็ชรสิงห์ อายุ 29 ปี พนักงานรับแลกเงินบริษัทมันนี่กูรู จำกัด บริเวณจุดรับแลกเงินภายในซอยพัฒน์พงศ์ 2 ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก เมื่อไปถึงผู้ต้องหานำซองกระดาษสีน้ำตาลส่งให้ พร้อมทั้งบอกว่า นายจ้างของ น.ส.จรรยา สั่งให้มาเก็บเงิน 75,500 บาท จากนั้นหยิบโทรศัพท์ทำทีเหมือนพูดคุยกับนายจ้างของเหยื่อ และขอเข้าไปรอเก็บเงินภายในตู้อ้างว่ากลัวไม่ปลอดภัย ฝ่ายผู้เสียหายไม่เชื่อหยิบโทรศัพท์ทำท่าจะโทร.ไปสอบถามนายจ้างเอง ผู้ต้องหารีบแย่งโทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายจ้างของเหยื่อเองจนเสร็จ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงไปหยิบเงินมาให้ น.ส.สุมิตตา จึงเดินออกมาจากตู้เก็บเงินแล้ววิ่งหนีไปพร้อมเงินสดและโทรศัพท์ของเหยื่อ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้เบาะแสว่า น.ส.สุมิตตาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและถอดวิกผมบริเวณอาคารใกล้ที่เกิดเหตุ แล้วเรียกรถแท็กซี่ไปส่งที่รถยนต์โตโยต้า อินโนว่า ที่จอดไว้อีกจุดหนึ่ง

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่อไปว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ต้องการนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว ก่อเหตุทุกครั้งจะสวมวิกและนำเสื้อผ้ามาเปลี่ยนอำพรางตัวเพื่อหนีการจับกุม เป้าหมายเป็นร้านค้าหรือบริษัท ตระเวนก่อเหตุมาแล้วทั่วประเทศ อาทิ จ.เพชรบุรี จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครราชสีมา จ.ปทุมธานี จ.กาญจนบุรี จ.ลำพูน จ.พิษณุโลก จ.ชลบุรี จ.นครปฐม จ.ระยอง จ.สุพรรณบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.สระแก้ว จ.มุกดาหาร จ.ยโสธร จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สมุทรปราการ และ จ.เพชรบูรณ์ เป็นต้น ก่อเหตุมาแล้ว 12 ปีไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง คาดว่าได้เงินและทรัพย์สินไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เนื่องจากตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหามีเงินไปซื้อทาวน์เฮาส์ที่พัทยา จ.ชลบุรี และมีชื่อเป็นเจ้าของรถตู้อีก 2 คัน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์ต่อไป

รรท.ผบช.น. กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทราบว่า เคยต้องโทษคดีอาญาทั้งหมด 47 คดี ถูกออกหมายกว่า 29 หมายจับ ส่วนใหญ่เป็นคดีข้อหาฉ้อโกงทรัพย์โดยใช้อุบายดังกล่าว ตระเวนก่อเหตุโดยหลอกจนลูกจ้างหลงเชื่อ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อต้องเดือดร้อนจ่ายเงินคืนให้แก่นายจ้างเอง ผู้เสียหายรายใดเคยถูกก่อเหตุแล้วแจ้งความไว้มาชี้ตัวผู้ต้องหาได้ที่ สน.บางรัก เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

รวบทอมแสบใช้อุบายหลอกเอาเงินพนักงานตู้แลกเปลี่ยนเงินย่านพัฒน์พงศ์ อ้างเจ้านายให้มาเก็บเงินกว่า 7 หมื่นบาท พร้อมโทรศัพท์พูดคุยจนเหยื่อหลงเชื่อ หลังมอบเงินให้ยังเชิดไอโฟนไปด้วย 27 พ.ค. 2559 05:31 27 พ.ค. 2559 05:33 ไทยรัฐ