วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

งัดโทษใหม่นักข่มขืน อินโดออกก.ม.ใช้สารเคมีทำให้เจ้าโลกเฉา

ประธานาธิบดีแดนอิเหนาเข้ม ออกกฤษฎีกาเพิ่มโทษคนร้ายคดีข่มขืนเด็ก มีทั้งประหาร ชีวิต ใช้วิธีการทางเคมี ตอนหรือทำหมัน รวมทั้งให้ใช้ยากับผู้ก่อคดีข่มขืนเด็กซ้ำซ้อน ให้อวัยวะเพศหงอยใช้การไม่ได้ ป้องกันไม่ให้ไปก่อคดีข่มขืนคนอื่นอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด หรือ “โจโกวี” แห่งอินโดนีเซีย ประกาศใช้อำนาจประธานาธิบดี ออกกฤษฎีกาเพิ่มโทษผู้ก่อคดีข่มขืนเด็ก รวมทั้งให้ลงโทษประหารชีวิตผู้ที่ข่มขืนเด็กจนทำให้เหยื่อเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสทั้งทางร่างกายและจิตใจ อีกทั้งให้ตอนหรือทำหมันด้วยวิธีการทางเคมี ซึ่งรวมทั้งการใช้ยากับผู้ก่อคดีข่มขืนเด็กซ้ำซ้อน เพื่อไม่ให้อวัยวะเพศใช้งานได้ ป้องกันไม่ให้ไปก่อคดี ข่มขืนใครได้อีกต่อไป

ประธานาธิบดีโจโกวีแถลงหลังลงนามในกฤษฎีกาว่า บทลงโทษใหม่นี้มีเป้าหมายเอาชนะวิกฤตการณ์ที่เกิดจากความรุนแรงทางเพศต่อเด็ก ซึ่งเป็นคดีอาญาร้ายแรงพิเศษ เป็นภัยคุกคามและอันตรายต่อเด็ก นอกจากนี้ กฤษฎีกายังกำหนดให้ เจ้าหน้าที่ต้องสวมกำไลข้อมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดตามผู้ก่อคดีข่มขืนเด็กหลังพ้นโทษออกจากเรือนจำ รวมทั้งให้เผยแพร่ชื่อผู้กระทำผิด และให้เจ้าหน้าที่รัฐช่วยบำบัดเยียวยาทางจิตใจต่อเหยื่อและครอบครัวของเหยื่อด้วย โดยกฤษฎีกาให้มีผลบังคับใช้ทันทีหลังการลงนามโดยประธานาธิบดีโจโกวี ในวันเดียวกัน แม้ว่ารัฐสภาอาจลงมติให้ยกเลิกได้ในภายหลังการออกกฤษฎีกาครั้งนี้มีขึ้นหลังเกิดคดีกลุ่มชายและเด็กชายวัยรุ่น 14 คนที่อยู่ในสภาพมึนเมาสุรา รุมข่มขืนและฆ่าเด็กสาววัย 14 ปีอย่างโหดเหี้ยม บนเกาะสุมาตราทางภาคตะวันตกของประเทศ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยศพของเหยื่อถูกพบอยู่ในป่าในสภาพเปลือย ถูกมัดมือมัดเท้า หลังจากนั้นยังเกิดคดีข่มขืนและฆ่าสาวโรงงานวัย 18 ปีในเดือนนี้ จุดกระแสถกเถียงและความโกรธแค้นไปทั่วประเทศ เพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลเพิ่มโทษผู้ก่อคดีข่มขืนให้หนักขึ้น เพราะกฎหมายปัจจุบัน รวมทั้งกฎหมายคุ้มครองเยาวชนที่บังคับใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2545 ผู้ก่อคดีข่มขืน รวมทั้งผู้ข่มขืนเด็กมีโทษจำคุกสูงสุดแค่ 14 ปีเท่านั้น

การเพิ่มโทษผู้ก่อคดีข่มขืนได้รับการสนับสนุนและเสียงชื่นชมจากประชาชนและสมาชิกรัฐสภาอินโดนีเซียส่วนใหญ่ โดยนายอับดุล มาลิค ฮาราเมน สมาชิกรัฐสภาแห่งพรรค “ประชาชาติตื่นเถิด” (เอ็นเอพี) ซึ่งเป็นพรรคอิสลามในรัฐบาลผสมของอินโดนีเซีย กล่าวว่า การตอนหรือทำหมันผู้ก่อคดี ข่มขืนเด็กมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งป้องกันไม่ให้ไปก่อคดีข่มขืนใครได้อีก เขายังยืนยันว่า การตอนหรือทำหมันไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะจำเลยต้องผ่านกระบวนการต่อสู้ทางกฎหมาย ก่อนถูกศาลตัดสินลงโทษ ส่วนนางโบเองกา อินดาห์ ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ “ทวิตเตอร์” รายหนึ่ง กล่าวปกป้องกฤษฎีกาใหม่นี้ว่า ผู้ที่คัดค้านโทษประหารและการตอน โดยอ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น คุณคิดหรือว่าการข่มขืนและฆาตกรรมไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชน?

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักเคลื่อนไหวและกลุ่มสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มต่อต้านบทลงโทษใหม่นี้โดยชี้ว่าเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน โดยนายฮาร์โตโย นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิชาวเกย์คนสำคัญชี้ว่า กฤษฎีกานี้เปรียบเสมือน “การแก้แค้น” แค่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังตื่นตระหนก และไม่เข้าใจเรื่องความรุนแรงทางเพศโดยแท้จริง ส่วนนายนูร์ โคลิส แห่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอินโดนีเซีย กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วพวกตนต่อต้านโทษประหารชีวิตและไม่เชื่อว่าการตอนหรือการทำหมันจะยับยั้งคดีข่มขืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประธานาธิบดีแดนอิเหนาเข้ม ออกกฤษฎีกาเพิ่มโทษคนร้ายคดีข่มขืนเด็ก มีทั้งประหาร ชีวิต ใช้วิธีการทางเคมี ตอนหรือทำหมัน รวมทั้งให้ใช้ยากับผู้ก่อคดีข่มขืนเด็กซ้ำซ้อน ให้อวัยวะเพศหงอยใช้การไม่ได้ ป้องกันไม่ให้ไปก่อคดีข่มขืนคนอื่นอีก 27 พ.ค. 2559 05:24 27 พ.ค. 2559 05:25 ไทยรัฐ