วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัญหาทุจริตต้องหมดไป ประยุทธ์ยันไม่เคยคิดทำลายประชาธิปไตย!

นายกฯลั่นมุ่งมั่นสร้างประชาธิปไตยยั่งยืน ไม่เคยคิดทำลาย ทุจริตต้องสิ้นซาก เตือนคนไทยเรียนรู้ข้อมูลโลกออนไลน์อย่างมีสติ อย่าอ่านแล้วเชื่อไปทุกเรื่อง ย้ำรัฐบาลใหม่ต้องเดินตามยุทธศาสตร์ 20 ปีที่วางเอาไว้ คสช.โต้ข้อห่วงใยปมละเมิดสิทธิเป็นเพียงความเห็นไร้น้ำหนักของบางพวก ยืนกรานให้ความสำคัญเต็มที่มาตลอด โวยุทธศาสตร์ทำงานเพื่อชาติ ประชาชน ไม่ถนัดตีปี๊บ ยกยอตัวเอง โรดแม็ปเลือกตั้ง 60 ยังคงเดิม เพื่อไทยตามชำแหละ 2 ปีคสช.ไม่มีอะไรดี ตกต่ำทุกด้าน ละเมิดสิทธิมนุษยชนหนักข้อ พร้อมจี้เร่งคืนประชาธิปไตย กวักมือมวลชน 2 ขั้วจับมือร่วมต่อสู้เผด็จการ สนช.ขึงขังกระจาย 10 ทีมแจงคำถามพ่วงประชามติ เชื่อไม่เป็นชนวนคว่ำประชามติ “วิษณุ” เล็งอัดฉีดงบ กรธ.กระจายกำลังชี้แจงร่าง รธน.ให้ครู ก. ข. ค.

ยังเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในแวดวงการเมือง สำหรับผลงานการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ผ่านพ้นมาแล้ว 2 ปีเต็ม มีการวิจารณ์ทั้งแง่บวกแง่ลบ ขณะที่ คสช. ก็ประเมินผลงานตัวเองเช่นเดียวกัน ยืนยันถึงความมุ่งมั่นทำงานเพื่อชาติ ประชาชน ไม่เน้นตีปี๊บ ยกย่องตัวเอง พร้อมย้ำเน้นเจตนารมณ์เดินตามโรดแม็ป ไม่สืบทอดอำนาจ

“บิ๊กตู่” ยืนยันไม่คิดทำลาย ปชต.

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 26 พ.ค. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษแสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ “การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ในงาน “ดิจิทัลไทยแลนด์ 2016” ตอนหนึ่งว่า ที่ตน เข้ามาก็เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ไม่คิดทำลายประชาธิปไตย รัฐบาลนี้ยืนยันจะไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน หากมีการ เรียกร้องรับผลประโยชน์ จะดำเนินการโดยเด็ดขาด ใครมีข้อมูลหลักฐานขอให้แจ้งเข้ามาเราจะทำให้ประเทศเป็นธรรมาภิบาลโปร่งใสทุกเรื่อง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันจะต้องหมดสิ้นไป จะต้องทำให้สังคม เกิดการเรียนรู้จากข้อมูลโลกออนไลน์ไม่ใช่ไว้คุยกันอย่างเดียว และต้องมีภูมิคุ้มกันรู้เท่าทัน จะอ่านแล้วเชื่อทุกอย่างไม่ได้ ควรเลือกที่จะเชื่อ เลือกที่จะเสพหรือฟัง ไม่อย่างนั้นจะเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้ง ทุกเรื่องตนตัดสินให้ไม่ได้ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากตัดสินเองจะมีผู้ได้กับเสีย ฉะนั้นทุกคนต้องรู้กฎหมาย ต้องรู้ว่ากฎหมายพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

รบ.ใหม่ต้องเดินตามยุทธศาสตร์ 20 ปี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้เราต้องปฏิรูปให้เร็วที่สุด ขณะนี้ตนกำลังทำอยู่ เมื่อมีการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยเกิดขึ้น รัฐบาลใหม่ต้องเดินหน้าตามยุทธศาสตร์20 ปี ต้องทำต่อในสิ่งที่ตนดำเนินการไปให้ได้ โดยเฉพาะการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เป็นสังคมที่สร้างสรรค์มากกว่าความขัดแย้ง โดยผู้ประกอบการต้องมีการตรวจตรา และทำอย่างไรไม่ให้มีผลกระทบทางลบต่อชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ นักเรียน นักศึกษา ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับสังคมออนไลน์ กลับบ้านไปก็เล่นเกม พ่อแม่มีปัญหาเพราะต้องไปหาเงินมาซื้อรุ่นใหม่ๆให้ พอหาเงินไม่ได้เกิดหนี้ครัวเรือน ดังนั้นเราต้องพัฒนาจิตสำนึก แนวคิดเยาวชนตั้งแต่ชั้นอนุบาล

สานความร่วมมือกองทัพไทย–เมียนมา

เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ไหล่ ผบ.ทหารสูงสุด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าพบและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. โดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลหารือว่า นายกฯได้ย้ำความพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาเพื่อประโยชน์ของประชาชน 2 ประเทศ นอกจากการแลกเปลี่ยนด้านการทหารแล้วนายกฯอยากแลก เปลี่ยนในด้านเศรษฐกิจและแรงงานที่ชาวเมียนมาเข้ามาทำงานในไทยเป็นจำนวนมาก นายกฯยืนยันจะดูแลแรงงานเมียนมาอย่างดี ขณะที่ ผบ.ทหารสูงสุด ของเมียนมาระบุว่าเมียนมาหวังที่จะได้ศึกษาแลก เปลี่ยนประสบการณ์จากไทยเกี่ยวกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และย้ำถึงความพร้อมของกองทัพเมียนมา ที่จะสานต่อความร่วมมือกับกองทัพไทย ทั้งนี้ ผบ. ทหารสูงสุดของเมียนมาถือเป็นผู้แทนระดับสูงคนแรกที่เยือนไทยอย่างเป็นทางการหลังตั้งรัฐบาลใหม่

คสช.ยันระวังเต็มที่ปมละเมิดสิทธิ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณี ที่บางฝ่ายเป็นห่วงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จะกระทบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนว่า ยังคงมีการนำประเด็น ดังกล่าวเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและ คสช. ทั้งที่เป็นแค่ข้อกังวลของบางองค์กร และยังไม่มีน้ำหนักหรือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนเพียงพอ ยืนยันว่าที่ผ่านมารัฐบาลและ คสช.ให้ความสำคัญเรื่องนี้เต็มที่ ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้น อยากให้มองที่ความตั้งใจของภาครัฐและรายละเอียดการแก้ไขปัญหาแต่ละด้าน เทียบกับต่างประเทศรัฐบาลก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่าประเทศอื่นแน่นอน ส่วนกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ยัง คงออกมาโพสต์ข้อความไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น คสช.คงลดระดับความสำคัญลงไปบ้าง เพราะเข้าใจว่านายวัฒนาได้รับผลกระทบนับแต่ คสช.เข้ามาจึงเป็นเรื่องปกติที่จะแสดงความคิดเห็นทางด้านลบ

เน้นทำงานเพื่อชาติไม่นิยมตีปี๊บ

ด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า การทำงาน 730 วัน นับแต่ คสช.เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. รวมถึง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ได้เน้นย้ำการทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาพี่น้องประชาชนอาจไม่ใช่เป็นไปในลักษณะตีปี๊บ ยกย่องการทำงานของตนเอง แต่หลักๆคือการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลให้สมบูรณ์ และไม่มี อะไรเปลี่ยนแปลงจากโรดแม็ปที่วางเอาไว้ โดยจัด การเลือกตั้งในปี 2560 ฉะนั้นจึงเชื่อใจได้ว่า คสช. รักษาคำมั่นสัญญาในการดูแลพี่น้องประชาชน รักษาเกียรติภูมิของชาติไทยในเวทีประชาคมโลก สร้างความเป็นมิตรไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดต่อกัน ขอให้ทุกท่านติดตามเฝ้าดูการทำงานของ คสช. หากมีสิ่งใดยังไม่ได้แก้ไขก็ให้แจ้ง ตามช่องทาง เพราะทุกปัญหาต้องได้รับการแก้ไข

ย้ำเดินตามโรดแม็ปไม่สืบอำนาจ

เมื่อถามว่า หลายคนกังวล คสช.จะสืบทอดอำนาจต่อไปอีก 5-10 ปี พ.อ.ปิยพงศ์ตอบว่า เป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎ กติกา และสิ่งที่คสช.ได้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน เมื่อถามว่า มีหลักประกันใดหรือใครจะรับผิดชอบหากไม่มีการเลือกตั้งในปี 2560 พ.อ.ปิยพงศ์นิ่งชั่วครู่ ก่อนตอบ ว่า ยังไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ผิดไปจากนี้ ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ คสช.ตัดสินใจเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ได้ผ่านกระบวนการตัดสินใจครั้งสำคัญมาแล้ว เมื่อทำงานมา 2 ปีแล้ว ผลงานความ ตั้งใจของหัวหน้า คสช. ทีมงานแม่น้ำ 5 สายก็ยังไม่ได้มีอะไรที่บิดพลิ้วจากคำสัญญาที่วางไว้ ยืนยันที่จะเลือกตั้งในปี 2560 ส่วนที่มองว่า คสช.ไม่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติเพื่อยื้อเวลาในการอยู่ต่อนั้น ก็เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนบุคคล

รัฐเตรียมแจงข้อเท็จจริงสู้คำครหา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ 2 ปี โจมตี คสช. ล้มเหลวทุกด้าน ว่า ไม่รู้จะพูดอย่างไร และบางอย่างก็ไม่ควรพูด เมื่อถามว่า การที่บางฝ่ายออกมาพูดในภาพลบของรัฐบาล จะมีการชี้แจงเป็นทางการหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า เดี๋ยวคงมีคนช่วยดู และเป็นธรรมดาหากการแสดงความคิดเห็นแล้วไม่ตรงกับความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นภาพลบกับรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม คนที่มีหน้าที่ก็ต้องชี้แจงเพื่อให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจ ไม่ใช่การตอบโต้คนที่ออกมาพูด

“สุวพันธุ์” โว 2 ปี คสช.ปฏิรูปก้าวหน้า

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานรวม 3 ฝ่ายคือรัฐบาล สภานิติบัญญัติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่าได้หารือภาพรวมปฏิรูปประเทศ ตั้งแต่ คสช.เข้ามา 2 ปี เห็นว่ามีความก้าวหน้าไปมาก นายกฯสั่งการว่าในระยะ พ.ค.59 ถึง ก.ค. 60 ต้องมีแผนที่นำทาง หากไม่แล้วเสร็จแต่รากฐานต้องถูกวางไว้ ดังนั้นระยะ 2 ปีนี้จึงไม่ได้ล้มเหลว อย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ไม่ควรใช้คำพูดเพียงหนึ่งประโยค มาสร้างข่าวให้ประชาชนสับสน น่าเสียดายที่มีคนพูดว่าความสงบสุขทุกวันนี้ เป็นของเทียม ฟังดูราวกับว่ามีคนตั้งใจอยากทำให้ประเทศไทยไม่สงบสุขขึ้นมาอีก อยากให้คนไทยได้คิดพิจารณาสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่ คสช.เข้ามา ไม่มีการอุ้มฆ่า อุ้มหาย แม้แต่รายเดียว ที่ผ่านมาก็เคยพูดกันว่า ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยครั้งใด จะรุนแรงเท่ากับการปราบปรามยาเสพติด

พท.ชำแหละ 2 ปี คสช.ตกต่ำทุกด้าน

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ ประเมินสถานะประเทศไทย ครบรอบ 2 ปี คสช.ว่า สิ่งที่เคยสัญญากลับไม่ได้รับการปฏิบัติ สถานการณ์ด้านต่างๆตกต่ำ พรรคเพื่อไทยจึงประเมินสถานการณ์ในด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้มีอำนาจได้ตระหนักถึงความเสียหายและเร่งแก้ไข ดังนี้ 1.ประชาธิปไตยล้มเหลว รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ และการทำประชามติที่มัดมือประชาชน โดยที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นคนที่ คสช. แต่งตั้ง เป็นไปตามความต้องการของ คสช. เปิดโอกาสให้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากบุคคลที่ไม่ได้เป็น ส.ส. สร้างกลไกให้รัฐบาลอ่อนแอ ถูกกำกับโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ การให้ คสช. มีอำนาจต่อไปอีกเป็นเวลานาน การลงประชามติขัดต่อหลักสากล จำกัดสิทธิเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็น ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถใช้กลไกของรัฐทุกรูปแบบ

ละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรงสุดๆ

แถลงการณ์ระบุว่า 2. การละเมิดสิทธิมนุษยชนทวีความรุนแรง มีการใช้อำนาจแบบเลือกปฏิบัติอย่างเด่นชัดเพื่อความมั่นคงของรัฐบาลและ คสช. ควบคุมตัวผู้ที่เห็นต่างเพื่อไม่ให้มีโอกาสวิพากษ์ การละเมิดสิทธิมนุษยชนในยุค คสช. ถือได้ว่ารุนแรงกว่ายุคเผด็จการใดๆ หลังเหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค.16 เป็นต้นมา 3. สังคมขาดความปรองดอง มีความแตกแยกอย่างรุนแรงมากขึ้น ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา คสช. กลายเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนเสียเอง ด้านการปฏิรูปนั้นล้มเหลว ไร้ทิศทาง 4. นโยบายเศรษฐกิจผิดพลาด ขาดวิสัยทัศน์ ประชาชนยากจนแร้นแค้น เกษตรกรประสบปัญหาพืชผลเกษตรราคาตกต่ำ ผู้ใช้แรงงานมีรายได้ลดต่ำลง ประชาชนส่วนใหญ่รายได้ลดลง ธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบค่อนข้างมากและเริ่มปิดตัวมากขึ้น ธุรกิจขนาดใหญ่หลายธุรกิจเริ่มมีปัญหา

เร่งคืนอำนาจให้ ปชช.คือทางออก

แถลงการณ์ระบุอีกว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่า สภาพการณ์ด้านต่างๆ ของประเทศกำลังเสื่อมถอย จนอาจเข้าขั้นวิกฤติได้ เหตุผลหลักของความล้มเหลวดังกล่าวคือ ความไม่เป็นประชาธิปไตยอันเป็นที่ยอมรับของสากล การขาดศักยภาพในการแก้ไขปัญหาของประเทศ การขาดความจริงใจและการมุ่งแต่รักษาอำนาจของตน ความอคติและการความต้องการทำลายฝ่ายตรงข้าม การขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศ จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจตระหนักถึงวิกฤติของประเทศครั้งนี้ โดยต้องเร่งแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน แทนการเป็นคู่ขัดแย้ง และต้องเร่งคืนประชาธิปไตยที่เป็นสากลให้แก่สังคมไทยโดยเร็ว

เตือนเร่งแก้ปัญหาดีกว่าตอบโต้

น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การส่งออกเดือน เม.ย.ติดลบถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าหนักมาก เชื่อว่าตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่สองจะไม่ดีเหมือนไตรมาสแรกอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดเจนว่าการที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน และ คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ออกมาเตือนไม่ได้เป็นการบิดเบือนแต่อย่างใด อยากให้รัฐบาลเปิดใจรับฟังและเร่งหาทางแก้ไข มากกว่าพูดเพียงเพื่อตอบโต้ทางการเมือง ก่อนที่เศรษฐกิจจะทรุดหนักกว่านี้

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่โฆษกรัฐบาลจะแถลงผลงานอะไรก็ไม่จำเป็นต้องพาดพิงรัฐบาลเก่า และยังคงแสดงความไม่รู้เศรษฐกิจเหมือนเดิม ในความเป็นจริงจะมีรัฐบาลไหนวางงานกลั่นแกล้งรัฐบาลคสช.ได้ล่วงหน้าถึง 2 ปี สำคัญที่สุดคือการลดวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการปรองดองสมานฉันท์อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพราะถ้าไม่มีใครล้ำเส้น คงไม่มีใครออกมาอธิบายให้เสียบรรยากาศ

ส่งซิกมวลชนสองขั้วจับมือจูบปาก

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า กรณีที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ระบุว่าได้พูดคุยกับตนนั้น ยอมรับว่าได้คุยกับนายถาวรตลอดเวลาตั้งแต่มีการชุมนุมกปปส. รวมทั้งพูดคุยกันเรื่องรัฐธรรมนูญ มวลชนระดับล่างมีการคุยกันอยู่และพร้อมร่วมมือกัน ความขัดแย้งหลักไม่ใช่มวลชนต่อมวลชน แต่เป็นมวลชนกับเผด็จการ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็เป็นเรื่องของประชาชน ไม่ใช่ของ คสช.นั้น อย่าปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่อยากบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบ เดี๋ยวจะเอาตนไปขังอีก ท่านเป็นชายชาติทหารต้องยอมรับ ถ้าลองทำโพลโดยหน่วยงานที่เป็นกลางดู ว่าประชาชนที่ลำบากอยู่ตอนนี้ รู้สึกอย่างไรกับ คสช. พล.อ.ประยุทธ์อย่าเชื่อแต่คนใกล้ชิด ท่านอาจทราบแต่ไม่ชัดเจน ความรู้สึกของคนตอนนี้จะแสดงออกในการลงประชามติ ถ้ารับเท่ากับรักท่าน แต่ถ้าไม่รับเท่ากับคิดตรงข้ามกับท่าน

สนช.กระจาย 10 ทีมแจงคำถามพ่วง

ด้านความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนทำความเข้าใจเพื่อนำไปสู่การลงประชามติวันที่ 7 ส.ค.นั้น วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ของ สนช.ในการชี้แจงคำถามพ่วงประชามติว่า สนช.ได้ตั้งคณะกรรมดำเนินการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ประเด็นคำถามเพิ่มเติม และคณะอนุกรรมการจำนวน 10 คณะ เพื่อลงพื้นที่ 10 กลุ่มจังหวัด การลงพื้นที่ของ สนช.ไม่มีความหนักใจ เพราะทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ได้กำชับสมาชิก สนช. ทุกคนที่ลงพื้นที่ว่า ห้ามมีการรณรงค์ชี้นำว่าต้องโหวตรับหรือไม่รับคำถามพ่วง เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายประชามติ เชื่อว่าคงไม่มีความพยายามวิจารณ์คำถามพ่วงเพื่อเชื่อมโยงนำไปสู่การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมา สนช.ลงพื้นที่ชี้แจงไปแล้ว 3 เวที ก็ยังไม่เกิดเหตุลักษณะดังกล่าว แต่หากเกิดขึ้นก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องดูแลตามกฎหมายประชามติ

“วิษณุ” เล็งอัดฉีดงบเพิ่มให้ กรธ.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุงบประมาณในการลงพื้นที่ของครู ก. ข. และ ค. อาจไม่เพียงพอ อาจต้องของบประมาณจากรัฐบาลเพิ่มเติม ว่าไม่ทราบ เข้าใจว่าอาจจะต้องขอไปทางสำนักงบประมาณ ถ้ามีการยื่นมารัฐบาลพร้อมพิจารณาว่ามีความจำเป็นอะไร ขนาดไหน เมื่อถามว่า งบฯส่วนนี้ เป็นส่วนเดียวกับงบประมาณ 3 พันล้านที่ให้ กกต. สำหรับการทำประชามติหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า หากอยู่ในวงเงินจำนวนดังกล่าว คงไม่ต้องขอเพิ่มเติม แต่เข้าใจว่าเมื่อนำงบดังกล่าวไปจัดสรรให้หน่วยงานต่างๆแล้ว หน่วยงานไหนที่ไม่พอก็ขอเพิ่มมาแค่นั้น

กกต.ปรับแต่งอำนวยความสะดวก

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า กกต.ได้กำหนดรูปแบบหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงแบบใหม่แตกต่างไปจากรูปแบบเดิม คือ รูปแบบใหม่จะพิมพ์รายชื่อ พร้อมลำดับที่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงในช่องสี่เหลี่ยม ซึ่งผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถตัดกระดาษรายชื่อ เฉพาะส่วนของตนไปแสดงพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนกับกรรมการประจำหน่วยในวันออกเสียงประชามติได้ การออกแบบหนังสือแจ้งเจ้าบ้านรูปแบบ ใหม่นี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้การแสดง

ได้ฤกษ์จ่ายเยียวยาเหยื่อการเมือง

นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง ทางการเมือง ปี 2556-2557 ว่า จากที่มีผู้มายื่นคำร้องไว้ 820 ราย ขณะนี้ได้ประกาศ 125 รายชื่อผ่านการพิจารณาคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยารอบแรกทางเว็บไซต์ www.dsdw.go.th แล้ว แบ่งเป็นเสียชีวิต 25 ราย บาดเจ็บสาหัส 15 ราย บาดเจ็บ 18 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 67 ราย โดยจะรับเงินเยียวยาในวันที่ 30 พ.ค. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. เป็นประธานมอบเงิน โดยเตรียมงบไว้จ่ายรอบแรกแล้ว 11 ล้านบาท หากผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะอนุกรรมการได้ภายใน 30 วัน ขณะเดียวกันยังเปิดให้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมขอรับเงินเยียวยาในเหตุการณ์ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใน 125 รายชื่อ มีกรณี 2 พี่น้องชายและหญิงที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยิงลูกระเบิดหน้าบิ๊กซี ราชดำริ ผู้เสียชีวิตจากเหตุยิงปืนและระเบิดที่จังหวัดตราด นักศึกษามหาวิทยาลัย รามคำแหงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะผู้ชุมนุม นปช.บริเวณสนามราชมังคลากีฬาสถาน-บริเวณม.รามคำแหง เป็นต้น

นายกฯลั่นมุ่งมั่นสร้างประชาธิปไตยยั่งยืน ไม่เคยคิดทำลาย ทุจริตต้องสิ้นซาก เตือนคนไทยเรียนรู้ข้อมูลโลกออนไลน์อย่างมีสติ อย่าอ่านแล้วเชื่อไปทุกเรื่อง ย้ำรัฐบาลใหม่ต้องเดินตามยุทธศาสตร์ 20 ปีที่วางเอาไว้ 27 พ.ค. 2559 05:11 27 พ.ค. 2559 05:11 ไทยรัฐ