วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อสังหาฯ 'ลำลูกกา-บางพลี-บางบัวทอง' รอคนมาซื้ออีกเพียบ ราคา 3-7 ล้าน

ธอส. เผย ผลสำรวจพบที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชี้ พื้นที่ลำลูกกา บางพลี บางบัวทอง ยอดเหลือขายสูงสุด ระบุ มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ช่วยผู้ประกอบการระบายสต๊อกบ้านออกไปได้มาก ...

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวถึงผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล เมื่อสิ้นปี 2558 พบว่า ภาพรวมผู้ประกอบการทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ยังเปิดขายโครงการที่อยู่อาศัยทั้งประเภทบ้านจัดสรรและอาคารชุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอลำลูกกา บางพลี และบางบัวทอง ซึ่งเมื่อมีจำนวนหน่วยสร้างรอการขายมากก็มียอดเหลือขายมากตามไปด้วย ทำให้ภาพรวมที่อยู่อาศัยมีจำนวนหน่วยในผังโครงการเพิ่มขึ้น โดยเป็นประเภททาวน์เฮาส์มากกว่าครึ่ง ราคาต่อหน่วยส่วนใหญ่ประมาณ 3-5 ล้านบาทและ 5-7 ล้านบาท ส่วนบ้านจัดสรรใหม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทหาได้ยาก แต่ห้องชุดใหม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ยังหาซื้อได้ในพื้นที่ปทุมธานี ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอธัญบุรี โดยมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 และในตัวเมืองปทุมธานี

ทั้งนี้ ภาพรวมมีหน่วยบ้านจัดสรรเปิดขายมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในสมุทรปราการ เพิ่มขึ้นจาก 110 โครงการ เป็น 138 โครงการ และจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจาก 26,300 หน่วย เป็น 30,400 หน่วย และสมุทรสาครมีจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นจาก 51 โครงการ เป็น 66 โครงการ และจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจาก 10,300 หน่วย เป็น 13,000 หน่วย ขณะที่มีหน่วยห้องชุดเปิดขายมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในสมุทรปราการ โดยมีจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นจาก 26 โครงการ เป็น 39 โครงการ และจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจาก 15,200 หน่วย เป็น 21,300 หน่วย

สำหรับ มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลด้วยการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียน การโอนและจำนองอสังหาริมทรัพย์ เหลือร้อยละ 0.01 เป็นระยะเวลา 6 เดือน ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558-เมษายน 2559 ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถระบายสต๊อกบ้านออกไปได้มาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อีกทั้งข่าวการจะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงอย่างเป็นทางการเดือนสิงหาคมปีนี้ แม้ติดขัดจุดเชื่อมต่อบ้าง แต่ข่าวนี้ช่วยระบายสต๊อกที่อยู่อาศัยออกไปได้บ้าง ขณะที่พื้นที่อื่นๆ มีการเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นและตลาดเริ่มมีความชัดเจนในเรื่องของราคา ภาพรวมสต๊อกที่อยู่อาศัยขณะนี้สต๊อกที่อยู่อาศัยบ้านจัดสรรเหลือประมาณ 70,000 หน่วยเศษ คอนโดมิเนียมเหลือประมาณ 50,000 หน่วยต้นๆ ทำตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น ต่างจังหวัดก็เช่นกันเพราะผู้ประกอบการถอนตัวออกมา

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้แนวโน้มจะมีการเปิดโครงการใหม่มากขึ้นเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิ้นปี สังเกตจากคำชี้แจงผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ระบุว่าจะเริ่มเปิดตัวโครงการใหม่ ในช่วงไตรมาส 2-3 ทั้งโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม โดยคาดว่าคอนโดมิเนียมหน่วยเปิดขายใหม่ปีนี้จะมีประมาณ 61,000-62,000 หน่วย บ้านจัดสรรเปิดตัวใหม่ประมาณ 40,000 หน่วย รวมบ้านจัดสรรและคอนโดที่จะเปิดใหม่ในปีนี้ 110,000 หน่วย

ส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่ช่วงมาตรการ 6 เดือน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวโครงการใหม่น้อยมาก เพราะเร่งขายโครงการเดิม โดยพบว่าบ้านจัดสรรเปิดใหม่ 114 โครงการ ประมาณ 17,800 หน่วย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า คือ เดือนพฤศจิกายน 2557-เมษายน 2558 มีบ้านจัดสรรใหม่เปิดตัว 175 โครงการ จำนวน 20,000 หน่วย จำนวนหน่วยปีนี้เทียบช่วงเดียวกันปีที่แล้วลดลงคิดเป็นร้อยละ 1

สำหรับ รายละเอียดภาพรวมการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีดังนี้ โครงการบ้านจัดสรรที่อยู่ระหว่างการขาย 1,086 โครงการ จำนวน 204,526 หน่วย มีหน่วยเหลือขายประมาณ 78,535 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขายประมาณ 345,500 ล้านบาท เทียบกับปี 2557 มีจำนวน 1,022 โครงการ จำนวน 202,200 หน่วย มีหน่วยหรือขายเท่า ๆ กันที่ 78,500 หน่วย ด้านพื้นที่ซึ่งมีในบ้านจัดสรรมากที่สุด ได้แก่ อำเภอลำลูกกา อำเภอบางพลี อำเภอบางบัวทอง เขตคลองสามวา และอำเภอเมืองสมุทรสาคร

ส่วนพื้นที่ที่มีโครงการบ้านจัดสรรเหลือขายมากที่สุด ได้แก่ อำเภอบางบัวทอง อำเภอบางพลี อำเภอลำลูกกา อำเภอบางใหญ่และอำเภอเมืองสมุทรสาคร เขตหรืออำเภอที่มีหน่วยบ้านเดี่ยวเหลือขายมากที่สุด ได้แก่ อำเภอลำลูกกา อำเภอบางบัวทอง เขตสายไหม อำเภอบางใหญ่และอำเภอบางกรวย ส่วนเขตหรืออำเภอที่มีหน่วยทาวน์เฮาส์เหลือขายมากที่สุด ได้แก่ อำเภอบางใหญ่ อำเภอบางบัวทอง อำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรสาครและอำเภอลำลูกกา

ส่วนโครงการอาคารชุดอยู่ระหว่างการขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 416 โครงการ จำนวน 220,500 หน่วย เหลือขายประมาณ 59,900 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขายประมาณ 182,450 ล้านบาท เทียบกับปี 2557 มีประมาณ 400 โครงการ รวม 206,000 หน่วย และมีหน่วยเหลือขายประมาณ 57,300 หน่วย หากแยกตามสถานะของการก่อสร้างพบว่าสร้างเสร็จแล้วประมาณ 82,900 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 37 อยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ 116,000 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 53 และยังไม่ได้เริ่มสร้างประมาณ 21,500 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 10

สำหรับเขตหรืออำเภอที่มีหน่วยห้องชุดมากที่สุด ได้แก่ อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ เขตบางซื่อ เขตบางนาและอำเภอธัญบุรี ส่วนเขตหรืออำเภอที่มีหน่วยห้องชุดเหลือขายมากที่สุด ได้แก่ อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี เขตบางซื่อ และเขตจตุจักร

ธอส. เผย ผลสำรวจพบที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชี้ พื้นที่ลำลูกกา บางพลี บางบัวทอง ยอดเหลือขายสูงสุด ระบุ มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ช่วยผู้ประกอบการระบายสต๊อกบ้านออกไปได้มาก ... 26 พ.ค. 2559 15:21 26 พ.ค. 2559 15:55 ไทยรัฐ