วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


โลกของเธอ โลกของฉัน แล้วโลกของเราอยู่ตรงไหน?

เข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ เตรียมรับมือกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนไป ดูแลสุขภาพกันดีๆ ช่วงนี้เห็นหลายๆ คนเริ่มป่วยกันแล้ว จะเป็นฤดูไหนเรายังคุยกันได้เสมอทุกอาทิตย์ในคอลัมน์นี้ สะดุ้งทุกทีเวลามีใครมาทักแล้วบอกว่า อ่านที่พี่อ้อยเขียนในคอลัมน์ “คนดังนั่งเขียน” อ่ะค่ะ จริงๆ ก็ไม่ได้ดังนะคะ แค่อยากเล่าให้ฟังกับหลายๆ เรื่องที่ได้เจอมาเท่านั้นเอง หากมีใครอยากแลกเปลี่ยนแชร์ประสบการณ์กัน ส่งเข้ามาคุยได้ที่ talktoceleb@trendvg3.com

เวลาคู่ไหนเลิกกัน เรามักได้ยินสาเหตุซ้ำๆ ที่ทำให้คน 2 คนเดินหน้าต่อไม่ได้ด้วยเหตุผลที่ว่า ทัศนคติไม่ตรงกัน ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน เข้ากันไม่ได้ มีหนังสือมาสัมภาษณ์ว่า “พี่อ้อยคะ พี่ว่ามันใช่เหตุผลจริงๆ หรือเปล่า” ว้าย!! ต้องไปถามเขาค่ะ เรามองอยู่ไกลๆ จะไปรู้ได้ยังไงว่าในที่สุดอะไรคือสิ่งที่ทำให้เขาเลือกจะปล่อยมือกัน แต่ถามว่า มีไหมที่วิถีชีวิตต่างกันจนมันเป็นปัญหา ก็น่าจะมี เมื่อไม่นานมานี้มีน้องคนหนึ่งส่งคำถามนี้เข้ามา

“พี่อ้อยครับ ทุกอย่างเขาดีหมด แต่เขาเป็นคนที่ชอบไปเที่ยวต่างประเทศมาก ส่วนผมเป็นคนที่เกลียดการเดินทางไกลๆ ชอบอยู่ติดบ้าน ไปต่างประเทศเมื่อไหร่ผมจะป่วยทุกทีเลยครับ ปีนี้ผ่านมา 5 เดือน เขาไปเที่ยวต่างประเทศมา 3 ครั้งละครับ ครั้งที่ 4 ล่าสุดเขาไปอีกแล้วครับ ลางานควบวันวิสาขบูชาด้วยเลย เคยไปต่างประเทศกับเขา  เขาดูมีความสุขมาก ส่วนผมเหนื่อยและเบื่อมาก ไม่เห็นจะสนุกตรงไหน แต่พยายามฝืนยิ้มเต็มที่ ยังไม่ได้เป็นแฟนกันนะครับ เขาชอบผม ผมก็ชอบเขานะ แต่การใช้ชีวิตเราต่างกันจังเลย เขารักการเดินทางมาก ส่วนผมต้องใช้คำว่า เกลียดการเดินทางเลยล่ะ เวลาเราก็ไม่ค่อยว่างตรงกัน เขาว่างเมื่อไหร่คือไปนอกตลอด ผมก็มีเงินเที่ยวนอกได้สบายนะครับ แต่ผมไม่ชอบไป ข้อนี้ข้อเดียวจริงๆ ครับ ที่ผมไม่กล้าพัฒนาความสัมพันธ์กับเขาไปไกลกว่าคำว่าเพื่อน การเที่ยวนอกมันคือชีวิตของเขาเลย แต่การเดินทางมันคือนรกของผมครับ ผมดูงี่เง่าเกินไปไหม”

ต่อให้เชื่อเสมอว่า คนรักกันไม่ต้องเหมือนกันไปซะทุกอย่าง แต่ก็ไม่ควรต่างขนาดที่ความสุขของอีกคน กลายเป็นความทุกข์ของอีกคน


เวลาคือของขวัญที่ดีที่สุดของคนรักกัน การเที่ยวด้วยกัน บางทีไม่เกี่ยวกับว่าไปที่ไหน ปลายทางคืออะไร แต่อยู่ที่เราได้ใช้เวลาด้วยกันกับใคร ยังไม่ต้องนับเรื่องเที่ยว เอาแค่ดูหนัง หนังคนละแนว อาหารที่ชอบคนละแบบ คนหนึ่งชอบกินอะไรแซ่บๆ อีกคนชอบกินอาหารคลีนๆ แต่ถ้าไปด้วยกัน มันผสมผสานได้ เธอก็คลีนของเธอไป ฉันก็ลุยส้มตำไก่ย่าง จกข้าวเหนียวของฉัน แค่เรานั่งกินข้าวด้วยกัน ความสำคัญมันอยู่ตรงนั้น ต่อให้รักกัน เราก็ยังต้องมีกันคนละ 3 โลก โลกส่วนตัว โลกส่วนเรา และโลกส่วนรวม มีโลกส่วนตัวใหญ่ไป คนอยู่ใกล้ก็เหงา ถ้าโลกส่วนเราใหญ่มาก ก็ยากจะมีสังคม หรือถ้าแคร์แต่สังคม ก็ดูเป็นคนของประชาชนมากเกินไป คล้ายๆ มีแฟนเป็นซุป'ตาร์ ทั้งหมดคือบริหารจัดการให้มีทั้ง 3 โลกในขนาดที่พอดีๆ เธอชอบเที่ยว ฉันติดบ้าน ก็แยกย้ายกันเป็นพักๆ เพื่อไปทำสิ่งที่ตัวเองรัก แล้วค่อยกลับมาเจอกัน ใช้เวลาด้วยกัน ไม่ชอบเที่ยวไกล ใช้เวลาเที่ยวกันใกล้ๆ เราพอไปไหวไหม ถือว่าไปเห็นเขายิ้ม ไปเห็นเขามีความสุข โดยมีเราวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เขาเองเช่นกัน ต่อให้ชอบเที่ยวมากแค่ไหน ยังไงก็ต้องกลับบ้าน ใช้เวลาที่บ้านด้วยกัน ทำอะไรกินกัน ชีวิตรักคงไม่ได้แย่เกินไปถ้าสิ่งที่เขาชอบ กับสิ่งที่เราคลั่งไคล้ไม่ใช่ทางเดียวกัน สามีพี่ชอบเล่นบอลมาก ถึงขั้นเปิดสนามบอล พี่ก็คงไม่ต้องลงไปเป็นโกลให้มั้ง เราต่างคนต่างไปสุขได้ในโลกส่วนตัว แล้วค่อยกลับมาดูแลหัวใจกัน ในวันที่เป็นโลกส่วนเรา บางทีถ้าเหมือนกันไปซะทุกอย่าง ก็น่าเบื่อไปอีกแบบ สมมติต่างคนต่างติดเกม วันๆ ไม่ต้องคุยกัน กดปุ่มจ้องจอกันอย่างเดียว หลายครั้งที่ความต่างก็เติมเต็ม เดินไปด้วยกัน ยังใช้มือคนละข้างจูงกันเลย นับประสาอะไร ต่อให้ต่างกันแค่ไหน ขอให้อย่างเดียวที่เหมือนกันคือรักกัน รักกันมากพอที่จะยอมรับให้ได้ว่า ทุกชีวิตมีสิทธิ์คิดต่าง แม้คิดคนละอย่างขอให้ต่างยังรักกัน

อยู่ๆ ก็ได้คำตอบกับตัวเองแล้วว่า คนที่เลิกกัน เพราะทัศนคติไม่ตรงกัน วิถีชีวิตต่างกัน การใช้ชีวิตคนละแบบกัน ใช่เหตุผลจริงๆ ไหม? ที่น่าจะใช่กว่าคือ เราไม่รักกันมากพอจะยอมรับและเรียนรู้ความแตกต่างซึ่งกันและกันอีกแล้วแค่นั้นเอง ตอนเริ่มรักความต่างไม่ใช่ปัญหา พอระยะเวลาเริ่มทำให้หมดใจ การเหมือนกันเกินไป ยังเป็นปัญหาเลย มันไม่ได้อยู่ที่ต่างหรือไม่ต่าง แต่อยู่ที่รักหรือไม่รักมากกว่า

น้องบอกว่า ตอนนี้ขอเป็นแค่เพื่อนไม่อยากเลื่อนเป็นแฟน เพราะไม่ชอบเที่ยว ทั้งที่เขาชอบเที่ยว จริงๆ แค่เราไม่ได้รักเขามากจนอยากจะอยู่ด้วยมากกว่า ถ้ารักขึ้นมาเมื่อไหร่ ต่อให้อยากไปนอกโลก เรายังอยากไปด้วยเลย ถ้ารัก ไม่มีอะไรต้องพยายาม แค่ทำตามความรู้สึกไปเรื่อยๆ หากถ้าไม่ใช่ ปล่อยให้เขาได้เจอใคร ที่รักเขาได้มากกว่าเราน่าจะดีกว่าอยู่แล้ว

รักใคร ก็รักเขาอย่างที่เขาเป็น ไม่ใช่รักแล้วบังคับให้เขาเป็นอย่างที่เราอยากเห็น เราต่างเป็นตัวของตัวเองที่รักกัน ไม่ใช่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองแทบตายให้เขารัก วันหนึ่งความเป็นตัวเองหายไป คงเคว้งคว้างมากมาย ทำไมมีเขาอยู่ใกล้ ถึงเหงาได้มากมายขนาดนี้ เพราะเราไม่เคยมีพื้นที่ให้ตัวเรา กลัวแต่จะเข้ากันไม่ได้ เลยพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองไปเรื่อยๆ คนไม่ใช่น้ำที่ต้องเปลี่ยนรูปตามภาชนะ เราคือคนธรรมดาที่รักกัน ทุกคนต่างมีความไม่สมบูรณ์แบบเป็นของตัวเอง เราแค่รักกันในข้อดี และบางทีก็ต้องให้อภัยในข้อเสีย ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันไปซะทุกอย่าง แค่ยอมรับให้ได้ว่าความต่างของเขาไม่ใช่ความผิด แค่คิดไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง

ดีเจพี่อ้อย

26 พ.ค. 2559 11:43 27 พ.ค. 2559 19:51 ไทยรัฐ